Condothai คอนโดไทย


???????????

กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้

หน้า: [1] 2 3 ... 10
1

มาบอกลาปัญหาผนังและเพดานบ้านสกปรก ด้วย วิธีทำความสะอาดผนังและเพดานบ้านด้วยวิธีง่าย ๆ ที่เรานำมาฝาก พร้อมกับเคล็ดลับการกำจัดคราบสกปรกทุกประเภท งานนี้รับรองผนังบ้านและเพดานสะอาดทุกตารางนิ้ว

          สำหรับใครที่กำลังมองหาเคล็ดลับและขั้นตอนทำความสะอาดผนังและเพดานอยู่ วันนี้เราได้รวบรวมวิธีทำความสะอาดผนังประเภทต่าง ๆ พร้อมกับวิธีกำจัดคราบหลากหลายชนิดบน ผนัง และ เพดาน มาฝาก ด้วย วิธีทำความสะอาดผนังและเพดานด้วยวิธีง่าย ๆ กระทู้กลับมาตรงนี้จ้า มาฝากกันแล้ว ฉะนั้นถ้าไม่อยากให้บ้านของคุณดูสกปรก เลอะเทอะ และไม่น่ามอง ชวนทุกคนมา ทำความสะอาดบ้าน กันเถอะ


วิธีทำการความสะอาดฝาผนัง

          ก่อนจะเริ่มทำความสะอาดผนังให้เลื่อนเฟอร์นิเจอร์ที่อยู่ชิดติดกับฝาผนังออกก่อน แล้วจึงนำผ้ามาคลุมเอาไว้เพื่อป้องกันฝุ่น จากนั้นค่อยเริ่มทำความสะอาดแบบตามขั้นตอนต่าง ๆ  โดยในส่วนของการเช็ดทำความสะอาด ให้เริ่มจากด้านล่างขึ้นไปด้านบนและรีบเช็ดรอยน้ำให้แห้ง เพื่อป้องกันปัญหาคราบไหลย้อย รวมถึงเวลาล้างน้ำเปล่าออก ก็ให้พยายามเช็กและเปลี่ยนน้ำบ่อย ๆ ไม่ควรใช้น้ำสกปรกมาเช็ดซ้ำ ส่วนสำหรับวิธีทำความสะอาดผนังประเภทต่าง ๆ สามารถทำได้ ดังต่อไปนี้

1. การทำความสะอาดผนังทั่วไป

          หลังจากที่ย้ายและคลุมเฟอร์นิเจอร์เสร็จเรียบร้อยแล้ว ให้ปัดฝุ่นออกจากผนังก่อน ถ้าดอกไม้กวาดค่อนข้างแข็ง ให้น้ำเสื้อเก่าหรือเศษผ้ามาคลุมหัวไม้กวาดไว้ เพื่อป้องกันไม่ให้ดอกไม้กวาดไปขูดกับผนังจนเป็นรอย โดยให้หมั่นล้างหรือเปลี่ยนผ้าบ่อย ๆ เมื่อพบว่าผ้าสกปรกหรือดำ เนื่องจากถ้ายังใช้ผ้าผืนเดิมต่อ จะทำให้สิ่งสกปรกในผ้าไปติดอยู่กับผนังฝั่งอื่น ๆ ได้ และเมื่อทำการปัดฝุ่นเสร็จแล้ว ก็ให้ใช้ผ้าหรือฟองน้ำไปชุบน้ำยาทำความสะอาดผนัง แล้วไล่เช็ดจากด้านล่างขึ้นสู่ด้านบนทีละนิด

2. การทำความสะอาดฝาผนังทาสี

          สำหรับการทำความสะอาดผนังทาสี ควรใช้ความระมัดระวังในการเช็ด เพื่อป้องกันสีหลุดลอก เริ่มด้วยการปัดฝุ่นออก แล้วจึงตามด้วยการกำจัดคราบสกปรก จากนั้นนำผ้าไปชุบน้ำสบู่ที่ผสมเข้ากับน้ำอุ่น หรือถ้าอยากให้เข้มข้นขึ้นหน่อยก็ใช้เป็นน้ำส้มสายชูผสมกับน้ำเปล่า แล้วนำไปเช็ดที่บริเวณฝาผนัง ปล่อยทิ้งไว้สัก 5 นาที เสร็จแล้วก็นำผ้าชุบน้ำเปล่าไปเช็ดล้างน้ำยาออก แต่ถ้าหากพบว่ายังมีคราบสกปรกติดค้างอยู่ ก็ให้ผสมเบกกิ่งโซดา ½ ถ้วยตวง ลงไปในน้ำอุ่น ฉีดใส่ผ้าขนหนูแล้วเช็ดบริเวณที่มีคราบสกปรก จากนั้นใช้ผ้าชุบน้ำเช็ด 1 รอบ ก่อนใช้ผ้าแห้งเช็ดซ้ำ

          - สีทาผนังบ้าน รวมเรื่องราวน่ารู้ก่อนตัดสินใจเลือกใช้

3. การทำความสะอาดฝาผนังติดวอลเปเปอร์

          วิธีการทำความสะอาดผนังติดวอลเปเปอร์ขั้นแรกคือ ต้องอานคู่มือและคำแนะนำต่าง ๆ ให้ละเอียด เนื่องจากวอลเปเปอร์แต่ละชนิดต้องการการดูแลที่แตกต่างกัน จากนั้นก็ให้เริ่มลงมือทำความสะอาดด้วยการนำไม้กวาดคลุมผ้า ไม้ปัดขนไก่ หรือแปรงขนนุ่ม มาปัดเศษฝุ่นออก โดยถ้าหากเป็นวอลเปเปอร์แบบทั่วไปที่สามารถล้างน้ำได้ ก็ให้นำฟองน้ำไปชุบกับน้ำสบู่หรือน้ำอุ่นที่ผสมกับแอมโมเนียเล็กน้อย จากนั้นก็นำไปเช็ดตามฝาผนัง ส่วนถ้าเป็นวอลเปเปอร์เคลือบไวนิล ก็ให้แช่ผ้าสะอาดลงไปในถังที่ผสมน้ำอุ่นและน้ำส้มสายชูเข้าด้วยกัน จากนั้นก็นำไปกด ๆ ซับ ๆ บริเวณฝาผนังให้สะอาด โดยต้องระวังอย่าใช้น้ำส้มสายชูกับผนังโดยตรงเด็ดขาด

          ส่วนถ้าวอลเปเปอร์ยังคงมีคราบสกปรกติดค้างอยู่ ก็ให้ทำการกำจัดคราบออกให้เรียบร้อย โดยต้องค่อย ๆ ทำอย่างระมัดระวัง เสร็จแล้วก็นำผ้าชุบน้ำเปล่าไปเช็ดเพื่อล้างน้ำยาต่าง ๆ ออก พร้อมทั้งใช้ผ้าแห้งเช็ดอีกที เพื่อทำให้ฝาผนังแห้งและสะอาดดีด้วย

4. การทำความสะอาดผนังไม้

          เริ่มแรกให้นำไม้กวาดไปปัดฝุ่นหรือสิ่งสกปรกออกจากผนังอย่างระมัดระวัง จากนั้นก็ผสมน้ำสบู่หรือน้ำยาทำความสะอาดอ่อน ๆ เข้ากับน้ำอุ่น แล้วนำฟองน้ำมาชุบ เพื่อใช้เช็ดบริเวณฝาผนัง เสร็จแล้วก็ให้ผสมน้ำอุ่นและน้ำส้มสายชู ½ ถ้วยตวง ลงไปในถังใหม่ แล้วนำผ้ามาชุบไปถูคราบฝังแน่นที่ติดอยู่กับผนังออกก่อน จากนั้นก็นำผ้าสะอาดไปชุบน้ำเปล่า แล้วนำไปเช็ดล้างคราบน้ำยาต่าง ๆ บนผนังให้สะอาดแบบปกติ และใช้ผ้าแห้งเช็ดตามอีกครั้งหลังทำความสะอาดเสร็จ

5. การทำความสะอาดฝาผนังปูนเปลือย

          ขั้นตอนแรกให้นำผ้าแห้งหรือแปรงทำความสะอาดไปปัดเช็ดฝุ่นและสิ่งสกปรกออกจากผนังก่อน จากนั้นก็นำผ้าสะอาดไปชุบน้ำเปล่าพร้อมบิดหมาด ๆ แล้วนำไปเช็ดที่ผนังอีกรอบ หลังจากนั้นผสมสบู่เหลว (แบบไม่ผสมแอมโนเนีย) สัก 2-3 ปั๊ม ใส่ในน้ำเปล่า 1 แกลลอน แล้วนำแปรงมาจุ่มแล้วขัดบริเวณที่มีคราบ เมื่อผนังสะอาดแล้วก็เช็ดด้วยผ้าชุดน้ำสะอาดและผ้าแห้งอีกรอบ

วิธีขจัดคราบต่าง ๆ บนผนัง

1. วิธีกำจัดคราบเหลือง

          คราบเหลืองจากน้ำและความชื้นสามารถกำจัดออกได้ด้วยการผสมสารฟอกขาว 1 ถ้วย เข้ากับน้ำเปล่า 1 แกลลอน แล้วนำไปถูล้างบริเวณคราบเพื่อลบคราบเหลืองและป้องกันเชื้อราต่าง ๆ แต่ถ้าหากสารฟอกขาวไม่สามารถกำจัดคราบน้ำได้ ก็ให้ใช้วิธีทาสีใหม่ โดยให้เลือกใช้สีที่ป้องกันคราบน้ำได้

2. วิธีกำจัดคราบน้ำมัน คราบไขมัน

          สำหรับคราบไขมันเล็ก ๆ สามารถผสมสบู่1/4 ช้อนชา เข้ากับน้ำเปล่า แล้วนำไปเช็ดบริเวณคราบให้เกลี้ยง พร้อมล้างออกด้วยน้ำสะอาด ส่วนถ้าเป็นคราบไขมันฝังแน่นก็ให้ผสมน้ำส้มสายชู 1/3 ถ้วยตวง เข้ากับน้ำเปล่า 2/3 ถ้วยตวง แล้วนำไปเช็ดคราบเกลี้ยงได้เลย ทว่าถ้าหากยังไม่เห็นผล ขอแนะนำให้ใช้แป้งข้าวโพดหรือแป้งเด็กไปโรยไว้บริเวณคราบ (อย่าลืมนำผ้ารองที่พื้นไว้ด้วย) จากนั้นก็รอให้แป้งดูดไขมันออกสักประมาณ 10 นาที แล้วจึงเช็ดออกด้วยน้ำเปล่าผสมน้ำส้มสายชู และถ้าจะให้ดีก็ทาสีเดิมทับบริเวณคราบไปเลยก็ได้

3. วิธีกำจัดคราบสะสม

          วิธีการกำจัดคราบสะสม ให้เราผสมแอมโมเนีย 1 ถ้วยตวง น้ำส้มสายชู ½ ถ้วยตวง เบกกิ้งโซดา ¼ ถ้วยตวง และน้ำอุ่น 1 แกลลอน เข้าด้วยกัน แล้วนำผ้าหรือฟองน้ำไปจุ่ม แล้วนำไปเช็ดบริเวณคราบสะสมฝังแน่นต่าง ๆ จากนั้นก็ล้างออกให้สะอาดด้วยน้ำเปล่า

4. วิธีลบคราบกาว

          วิธีลบคราบกาวบนผนังง่าย ๆ สามารถทำได้ด้วยการใช้น้ำมัน ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันทำอาหารหรือน้ำมันทำความสะอาดก็ใช้ได้หมด โดยให้เทน้ำมันลงไปบนคราบเทปกาวสองหน้า แล้วใช้ฟองน้ำค่อย ๆ ถู กระทั่งคราบสกปรกออกจนหมด ซึ่งวิธีนี้ใช้กับพื้นผิวพลาสติกและกระจกจะเห็นผลมากกว่า ถ้าผนังแบบอื่นอาจจะใช้วิธีให้ผสมน้ำยาล้างจานกับน้ำส้มสายชูและน้ำร้อน แล้วคนให้เป็นเนื้อเดียวกัน จากนั้นก็ใช้ผ้าเนื้อหยาบชุบน้ำยาที่ผสมไว้ทาลงไปบนเทปกาวจนชุ่ม ทำแบบนี้ไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งเทปกาวค่อย ๆ หลุดออกมาจากผนังเอง ทว่าวิธีนี้อาจจะใช้เวลานานสักนิด แต่รับรองว่าไม่ทำลายพื้นผิวแน่นอน
     
5. วิธีลบคราบสีเทียน

          วิธีลบคราบสีเทียนบนผนังสามารถทำได้ด้วยกัน 4 วิธี คือ นำแปรงสีฟันมาถูออก หรือใช้ยางลบมาลบออกแบบวนเป็นวงกลม หรือนำผ้าเช็ดทำความสะอาดผิวเด็กไปเช็ดบริเวณคราบ หรือจะใช้วิธีโรยเบกกิ้งโซดาลงในฟองน้ำหยาบ ๆ แล้วนำไปถูคราบก็ได้

6. วิธีลบรอยปากกาเคมี

          ส่วนรอยปากกาก็สามารถกำจัดออกจากผนังได้ง่าย ๆ ด้วยการนำสำลีไปจุ่มในรับบิ้งแอลกอฮอล์ แล้วทำไปกด ๆ ซับ ๆ บริเวณรอยปากกา โดยให้เปลี่ยนสำลีบ่อย ๆ จนกว่าจะซับคราบออกหมด หรืออาจจะใช้สเปรย์ฉีดผมไปฉีดบริเวณรอยปากกา แล้วเช็ดออกก็ได้

7. วิธีลบรอยดินสอ

          สำหรับรอยดินสอบนผนัง แค่นำยางลบมาลบหรือใช้ผ้าทำความสะอาดผิวเด็กไปเช็ดที่รอย ก็จะกำจัดรอยดินสอออกไปได้ง่าย ๆ แล้ว หรือใช้เบกกิ้งโซดาผสมกับน้ำเปล่า อัตรา 2:1 ใช้ผ้าชุบแล้วถูวนเป็นวงกลมบริเวณที่มีคราบเบา ๆ จนผนังสะอาด แล้วใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดซ้ำอีกรอบ

8. วิธีลบรอยปากกาลูกลื่น/หมึก

          บอกเลยว่าวิธีลบรอยปากกาหรือหมึกออกจากผนังนั้นง่ายมาก ๆ แค่ใช้ครีมโกนหนวดหรือน้ำยาล้างเล็บไปถูบริเวณรอย เท่านี้รอยต่าง ๆ ก็หายไปง่าย ๆ แล้วค่ะ

9. วิธีลบรอยนิ้วมือ

          สำหรับรอยนิ้วมือบนผนัง แค่นำขนมปังสีขาวไปถูบริเวณที่เป็นรอยนิ้วมือแบบแรง ๆ ก็จะทำให้รอยนิ้วมือต่าง ๆ บนผนังจางลงไปแล้ว อ้อ แล้ววิธีนี้ก็ยังใช้ได้กับคราบสีขาวหรือรอยปากกาด้วยนะ

10. วิธีลบรอยควันดำ

          ส่วนรอยควันดำติดผนังก็สามารถกำจัดออกได้ไม่ยาก เพียงแค่ใช้ฟองน้ำทำความสะอาดแห้ง ๆ ไปเช็ดรอยควันออก แบบลากจากบนลงล่าง ทำไปเรื่อย ๆ จนผนังกลับมาสะอาด จากนั้นก็ล้างผนังด้วยน้ำสบู่

11. วิธีกำจัดเชื้อราและแบคทีเรีย

          สุดท้ายวิธีกำจัดเชื้อราและแบคทีเรีย ให้เราผสมน้ำส้มสายชู 1 ช้อนโต๊ะเ ข้ากับน้ำเปล่า ¼ แกลลอน ลงในขวดสเปรย์ จากนั้นก็นำไปฉีดตามเชื้อรา แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด เท่านี้ก็เป็นอันเสร็จ


วิธีทำความสะอาดเพดาน

อุปกรณ์ในการทำความสะอาดเพดาน

          - เครื่องดูดฝุ่น

          - ไม้ปัดฝุ่น/ไม้กวาด

          - ขวดสเปรย์/ถัง

          - ลูกกลิ้งทาสี

          - ผ้าสะอาด/ฟองน้ำ

          - น้ำส้มสายชู

          - น้ำยาล้างจาน

          - ยางลบ

          - น้ำเปล่า

          - บันไดหรือเก้าอี้

วิธีทำความสะอาดเพดาน

          เริ่มด้วยการนำผ้ามาคุลมเฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ ให้เรียบร้อย จากนั้นก็ใช้เครื่องดูดฝุ่นดูดเอาฝุ่นและสิ่งสกปรกออกจากเพดาน โดยสามารถใช้ไม้ปัดฝุ่น (ทำจากไมโครไฟเบอร์จะเหมาะมาก) ช่วยกำจัดฝุ่นซ้ำอีกครั้งหนึ่งได้ โดยในมุมเพดานควรใส่ใจดูแลเป็นพิเศษ และถ้าพบว่ายังมีสิ่งสกปรกติดค้างอยู่ ก็ให้นำผ้าไมโครไฟเบอร์แห้งไปถูออก แต่พยายามอย่ากดแรงมากเกินไป โดยถ้าเอื้อมไม่ถึงเพดานก็ให้ใช้บันไดหรือเก้าอี้ช่วย

          เมื่อกำจัดฝุ่นและสิ่งสกปรกเสร็จแล้ว ก็ให้มาผสมน้ำยาทำความสะอาดเพดาน ด้วยการผสมน้ำอุ่น 1 ถ้วยตวง น้ำยาล้างจาน 1 ช้อนชา และน้ำส้มสายชู 2 ช้อนโต๊ะ เข้าด้วยกัน จากนั้นก็เทลงไปในขวดสเปรย์แล้วเขย่าเบา ๆ เสร็จแล้วจึงนำไปฉีดใส่เพดานพอหมาด ๆ จากนั้นก็นำลูกกลิ้งทาสีไปชุบน้ำเปล่า แล้วนำไปกลิ้งเกลี่ยบนเพดานในแนวเดียวกัน เพื่อล้างน้ำยาที่ฉีดออก แต่ถ้าหากเพดานของคุณมีลวดลาย ก็ให้ใช้การกดซับแทนการถูหรือกลิ้ง และถ้าพบว่าเพดานสะอาดดีแล้ว ก็นำผ้าสะอาดไปกดซับน้ำออกจนแห้งได้เลย

          ส่วนเพดานใครที่มีรอยดินสอหรือรอยสีเทียน ก็ให้นำยางลบก้อนใหญ่ ๆ ไปลบออก ส่วนรอยด่าง รอยเปื้อน หรือคราบอื่น ๆ ก็ให้ผสมเบกกิ้งโซดา 2 ช้อนโต๊ะ เข้ากับน้ำเปล่า 2 ช้อนโต๊ะ คนจนเป็นเนื้อเหนียว ๆ จากนั้นก็นำไปป้ายบริเวณคราบ ปล่อยทิ้งไว้สัก 2-3 นาที แล้วถูคราบออกเบา

          - วิธีกำจัดเชื้อราบนเพดาน

          สำหรับการกำจัดเชื้อราบนเพดาน ขั้นตอนแรกต้องตรวจสอบว่าหลังคามีรอยรั่วหรือไม่ มีอากาศถ่ายเทและหมุนเวียนดีหรือเปล่า มีแสงแดดส่องถึงบ้างไหม หรือในบ้านมีความชื้นมากแค่ไหน เพราะถ้าหากบ้านมีรอยรั่วและความชื้น รวมถึงยังมีอากาศไม่ถ่ายเทและไม่มีแสงแดดส่องถึง ก็จะทำให้เชื้อรากลับมาขึ้นใหม่ได้ง่าย ๆ อีกทั้งหากพบว่ามีเชื้อราขึ้นบนเพดาน ต้องตรวจสอบอีกฝั่งหนึ่งของเพดานด้วย เนื่องจากอาจมีคราบเชื้อราเกิดอยู่อีกด้านหนึ่งได้ และแน่นอนว่าถ้าเราไม่กำจัดออก เชื้อราอีกด้านก็จะโตขึ้น แล้วกระจายกลับมาสู่อีกด้านได้ง่าย ๆ

          ส่วนวิธีกำจัดเชื้อราบนเพดานให้รีบทำทันทีที่พบ จากนั้นก็ขูดสีตรงที่มีเชื้อราออก เสร็จแล้วผสมสารบอแรกซ์ 2 ช้อนโต๊ะ น้ำส้มสายชู ¼ ถ้วยตวง และน้ำร้อน 2 ถ้วยตวง เทใส่ขวดสเปรย์แล้วนำไปฉีดแล้วก็ขัดด้วยฟองน้ำ เมื่อทำความสะอาดเสร็จก็ฉีดน้ำยาซ้ำอีกครั้ง เพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อรากลับมา และเมื่อเพดานแห้งสนิทค่อยนำระดาษทรายไปขัดเพื่อลบรอยต่าง ๆ ออก ก่อนจะทาสีใหม่

          ถ้าอยากให้คราบสกปรกหายเกลี้ยงไปจากผนังและเพดานบ้านของคุณ ลองทำตามวิธีเหล่านี้ รับรองได้บ้านที่สะอาด สวยงาม และน่าอยู่มากแน่นอน อ้อ แล้วอย่าลืมทดสอบดูว่าน้ำยาต่าง ๆ จะทำลายผนังและเพดานของคุณหรือเปล่า โดยการนำไปป้ายบริเวณมุมที่มองไม่ค่อยเห็น ก่อนลงมือทำความสะอาดจริง ๆ ด้วยนะคะ

ที่มา : kapook
2

ประเทศไทยเป็นเมืองร้อน ไม่ว่าจะฤดูไหนก็หนีไม่พ้น โดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อนอุณหภูมิอาจพุ่งสูงกว่า 40 องศาเลยทีเดียว ทำให้หลายคนเลือกที่จะดับร้อนด้วยการหลบอยู่ภายในบ้านพร้อมกับเปิดแอร์เย็นฉ่ำ แต่รู้หรือไม่…ว่าการแก้ปัญหาด้วยวิธีนี้เป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ เพราะ “บ้าน” และ “แสงแดด” เป็นสิ่งที่เราหลีกเลี่ยงไม่ได้ ในช่วงกลางวันแสงแดดที่ส่องกระทบผนังและหลังคาเป็นเวลานาน จะมีการสะสมความร้อนและนำความร้อนเข้าสู่ตัวบ้านผ่านวัสดุต่างๆ ดังนั้น จึงขอแนะนำเทคนิคง่ายๆ ในการดับร้อนให้บ้านแบบยั่งยืน ด้วยการเลือก วัสดุกันร้อน ที่ช่วยลดและป้องกันความร้อนเข้าสู่ตัวบ้าน เพื่อให้บ้านเย็นสบายและน่าอยู่ยิ่งขึ้น


การเลือกวัสดุในการสร้างบ้าน หรือปรับบ้านให้เย็นสบายไม่ใช่เรื่องยุ่งยาก โดยเฉพาะปัจจุบันนี้มีนวัตกรรมวัสดุก่อสร้างหลากหลายรูปแบบที่มีคุณสมบัติช่วยป้องกันความร้อน ซึ่งเจ้าของบ้านสามารถเรียนรู้และนำมาประยุกต์ใช้กับบ้านของตัวเองได้  จึงขอแนะนำวิธีการเลือก 3 วัสดุยอดฮิตที่ช่วยทำหน้าที่ลดความร้อนเข้าสู่ตัวบ้าน ดังนี้

ฉนวนกันความร้อน นับเป็นปราการด่านแรกที่นอกจากจะช่วยสกัดกั้นความร้อนจากหลังคาไม่ให้ถ่ายเทมาสู่ภายในบ้านแล้วยังสามารถสะท้อนรังสีความร้อนได้ถึง 95% ฉนวนกันความร้อนสามารถติดตั้งได้ตั้งแต่บริเวณใต้หลังคา บนฝ้าเพดาน และภายในผนังบ้าน ซึ่งผนังบ้านเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่ความร้อนจะส่งผ่านเข้าสู่ตัวบ้าน โดยเฉพาะด้านทิศตะวันตก ซึ่งในช่วงบ่ายจะเป็นเวลาที่ร้อนที่สุด ดังนั้นจึงควรติดตั้งฉนวนกันความร้อนสำหรับผนังเพื่อช่วยสกัดกั้นความร้อนที่จะแผ่เข้ามาด้วย



ขั้นตอนการติดตั้งฉนวนกันร้อน

ในปัจจุบัน การติดตั้งฉนวนกันความร้อนบริเวณฝ้าเพดานเป็นวิธีที่เจ้าของบ้านหลายท่านนิยม เนื่องจากติดตั้งได้ง่ายและติดตั้งได้ทั้งบ้านใหม่และบ้านเก่า ทั้งยังสามารถติดตั้งได้ตั้งแต่ฝ้าแบบทีบาร์และฝ้าแบบฉาบเรียบ นอกจากนี้ยังมีความหนาให้เลือกหลากหลาย

คุณสมบัติฉนวนกันร้อนที่ดี


เจ้าของบ้านหลายท่านอาจสงสัยเกี่ยวกับการเลือกใช้ฉนวนกันความร้อนให้เหมาะสมกับบ้านของตนเอง เคล็ดลับในการเลือกใช้ฉนวนคือ ควรเลือกฉนวนที่มีคุณสมบัติ ค่าการต้านทานความร้อนสูง (ค่า R) ค่าการนำพาความร้อนต่ำ (ค่า K) รวมไปถึงความหนาของฉนวนก็มีผลต่อการป้องกันความร้อนเช่นกัน เพราะฉนวนที่มีความหนามาก ก็จะยิ่งมีประสิทธิภาพในการกันความร้อนได้ดีกว่าฉนวนที่มีความหนาน้อย สำหรับบ้านชั้นเดียวแนะนำให้ใช้ฉนวนกันร้อน ขนาด 6 นิ้ว ที่สามารถกันความร้อนได้ดีถึง 4 เท่า เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการกันความร้อนได้ดีกว่า และบ้าน 2 ชั้นทั่วไป สามารถติดตั้งฉนวนที่มีความหนา 3 นิ้วได้ตามปกติ ซึ่งสามารถกันความร้อนได้ดีถึง 4 เท่าและยังสามารถช่วยให้ประหยัดไฟได้ถึง 47% เมื่อเทียบกับบ้านที่ไม่ได้ติดฉนวน นอกจากปัจจัยเรื่องความหนา ของฉนวนที่ควรเลือกให้เหมาะสมแล้ว ควรเลือกประเภทที่ผลิตจากใยแก้ว เพราะไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ที่สำคัญยังเป็นวัสดุไม่ลามไฟอีกด้วย


บ้านที่ติดตั้งฝ้าชายคาที่มีรูหรือช่องให้อากาศระบายผ่านเข้าออกได้


ฝ้าชายคา และฝ้าภายในบ้าน เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่ทำให้บ้านเย็น เคล็ดลับในการเลือกฝ้า คือเลือกฝ้าที่มีค่าการนำความร้อนต่ำ และมีความยืดหยุ่น แข็งแรง ทนน้ำและทนชื้นได้ดี ไม่มีใยหินที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ สำหรับภายนอกบ้านแนะนำให้เลือกใช้ ฝ้าชายคา ที่มีรูหรือช่องให้อากาศระบายผ่านเข้าออกได้ เพื่อรับลมเย็นและระบายความร้อนที่สะสมใต้โถงหลังคาที่โดนแดดมาตลอดทั้งวัน โดยปัจจุบันมีฝ้ารุ่นใหม่ ที่มีรูระบายอากาศสำเร็จจากโรงงานและมีตาข่ายไฟเบอร์กลาสคุณภาพสูงที่ช่วยระบายความร้อน ติดตั้งง่ายและป้องกันแมลงเข้าสู่ตัวบ้าน เป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้เจ้าของบ้านนำไปช่วยลดความร้อนให้กับบ้าน


ฝ้าชายคารุ่นรูระบายอากาศ

สำหรับความร้อนบางส่วนที่ยังหลงเหลืออยู่ภายใต้โถงหลังคา ฝ้าภายในบ้าน เป็นอีกตัวช่วยหนึ่งที่สกัดกั้น ความร้อนเข้าสู่ภายในห้องได้ จึงควรเลือกใช้ฝ้าที่กันความร้อนได้ดีหรือมีค่าการนำพาความร้อนต่ำ เพื่อช่วยกันความร้อนจากโถงหลังคาเข้าสู่ตัวบ้าน ทั้งยังเพิ่มประสิทธิภาพเมื่อใช้ร่วมกับฉนวนกันร้อนใต้หลังคาและแผ่นสะท้อนความร้อน ซึ่งจะทำให้สามารถช่วยลดการใช้พลังงานจากเครื่องปรับอากาศลงได้ถึง 23% – 45%


บ้านที่ติดตั้งฝ้าภายในบ้าน เพื่อช่วยสกัดกั้นความร้อนเข้าสู่ภายในห้อง

ส่วนเจ้าของคอนโดและทาวเฮ้าส์ สามารถเลือกใช้ฝ้าทีบาร์ ที่สามารถเปลี่ยนได้ง่าย และใช้ร่วมกับฉนวนกันความร้อนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการลดร้อนให้บ้าน

ผนัง หรือตัวบ้าน
เป็นอีกหนึ่งส่วนของบ้านที่ต้องปะทะแสงแดดตลอดทั้งวัน ทำให้เกิดการสะสมความร้อนสูง จึงเป็นส่วนสำคัญของบ้านที่ควรป้องกันความร้อน ควรเลือกใช้วัสดุที่ไม่สะสมความร้อน อย่าง อิฐมวลเบา เนื่องจากอิฐมวลเบามีลักษณะเป็นฟองอากาศ ซึ่งมีคุณสมบัติเป็นฉนวนกันความร้อนได้เป็นอย่างดี ทำให้เป็นสามารถกันความร้อนได้ดีกว่าอิฐมอญ 4-8 เท่า และมีน้ำหนักเบากว่าอิฐมอญ 2 เท่า จึงช่วยประหยัดพลังงาน


อิฐมวลเบา ที่ใช้ในการก่อสร้าง


ลดค่าไฟฟ้าได้มากกว่า 30% เมื่อเทียบกับบ้านที่ไม่ได้ใช้อิฐมวลเบา นอกจากนี้ยังมีขนาดหลากหลายให้เลือกใช้งาน โดยงานก่อสร้างทั่วไปมักใช้ขนาด 7.5 ถึง 15 ซม. เคล็ดลับการเลือกอิฐมวลเบา ควรเลือกวัสดุจากผู้ผลิตที่เชื่อถือได้ มีความแข็งแรง ไม่เปราะ เนื้อวัสดุมีการกระจายตัวของฟองอากาศอย่างสม่ำเสมอและเป็นระเบียบ


ขั้นตอนการก่อผนัง


ผนังที่ใช้อิฐมวลเบาในการก่อสร้าง


เจ้าของบ้านหลายคนอาจกังวลในเรื่องของความแข็งแรงของอิฐมวลเบา ที่มีเนื้อวัสดุเป็นฟองอากาศกระจายตัว ซึ่งเนื้อวัสดุที่เป็นฟองอากาศเหล่านี้ไม่ได้มีลักษณะเป็นรูพรุนที่ทะลุถึงกันหรือรูกลวง แต่เป็นฟองอากาศขนาดเล็ก
ที่กระจายตัวอย่างสม่ำเสมอและเป็นระเบียบ ซึ่งเป็นตัวช่วยป้องกันความร้อนเข้าสู่ตัวบ้านอย่างดี เพราะช่องอากาศจะทำหน้าที่ลดทอนพลังงานความร้อนเอาไว้ ไม่ให้ผ่านจากภายนอกเข้าสู่ภายในบ้านได้ และมีความแข็งแรงสามารถรับแรงกดหรือแรงอัดได้เป็นอย่างดีจากการทดสอบโดยคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่ทดสอบแล้วว่า 1 ตร.ซม. สามารถรับน้ำหนักได้ถึง 35 กก. หรือขนาด 20*60*10 ซม. สามารถรับแรงกดได้ถึง 21 ตัน นอกจากนี้ผนังอิฐมวลเบายังสามารถ เจาะ ตอก ยึดแขวนสิ่งของต่างๆบนผนังได้อย่างมั่นใจ เพียงแค่ทำงานให้ถูกต้อง และเลือกขนาดพุกให้เหมาะสมกับประเภทของสิ่งของที่จะแขวน

ที่มา : Mthai

3
ข่าวสาร / บางซื่อ vs พหล-รัชโยธิน คอนโดถูกกว่า 40%
« กระทู้ล่าสุด โดย admin เมื่อ กุมภาพันธ์ 23, 2018, 09:26:22 AM »

เปิดบริการไปแล้วเมื่อปีที่ผ่านมาสำหรับรถไฟฟ้าสายสีม่วง สถานีเตาปูน-บางซื่อ ระยะทาง 1 กิโลเมตร เป็นหนึ่งในทำเลที่บริษัทอสังหาริมทรัพย์รายเล็กใหญ่ช่วงชิงพื้นที่ติดสถานีรถไฟฟ้ามากที่สุด

“พนม กาญจนเทียบเท่า” กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไนท์ แฟรงค์ ประเทศไทย จำกัด เปิดผลสำรวจคอนโดมิเนียมในทำเลเตาปูน-บางซื่อ ได้รับอานิสงส์จากการพัฒนาสถานีกลางบางซื่อ เพราะเป็นศูนย์ระบบขนส่งรางขนาดใหญ่ของประเทศ ตามแผนเปิดบริการในปี 2563

เท่ากับเปิดหน้าดินให้กับทำเล โดยห้องชุดราคาขายเฉลี่ยต่อตารางเมตร ในรัศมีไม่เกิน 300 เมตร จากสถานีรถไฟฟ้าเตาปูน ปัจจุบันอยู่ที่ 117,000-134,000 บาท

โดยแม็กเนตในทำเล นอกจากมีสถานีกลางบางซื่อแล้ว ยังมีศูนย์การค้าเกตเวย์ บางซื่อ มูลค่า 4,000 ล้านบาท ของเจ้าสัวเจริญ และสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาแห่งใหม่อีกด้วย

อีกฟากหนึ่งโซนใกล้เคียงกัน ทำเลพหลโยธินตอนต้น-รัชโยธิน ราคาขายเฉลี่ยต่อตารางเมตรอยู่ที่ 162,000-218,000 บาท

ทำให้พื้นที่ย่านทำเลเตาปูน-บางซื่อ กลายเป็นทางเลือกในการซื้อคอนโดฯ สำหรับมนุษย์รถไฟฟ้าเมื่อเปรียบเทียบราคากับโซนพหลโยธิน เนื่องจากมีราคาต่ำกว่าย่านพหลโยธิน-รัชโยธินถึง 40%

ที่มา : ประชาชาติธุรกิจ
4

คอนโดฯแนวรถไฟฟ้าสายสีเขียว-นํ้าเงิน ส่วนต่อขยาย ได้แม่เหล็กจาก บีทีเอส-เอ็มอาร์ทีที่เปิดใช้ปัจจุบัน 1,065 โครงการ ทะลักเกือบ 2 แสนหน่วย เผยส่วนต่อขยายสายสีเขียวแบริ่ง-สำโรง เปิดขายเกือบ 50 โครงการ ขณะที่สีเขียวเหนือ มี 45 โครงการ ดีเวลอปเปอร์มั่นใจไม่โอเวอร์ซัพพลาย

คอนโดมิเนียมยังเคลื่อนไหวต่อเนื่องบริเวณแนวรถไฟฟ้าสายสีเขียวและสายสีนํ้าเงินทั้งส่วนที่เปิดให้บริการปัจจุบันและส่วนต่อขยายประเมินว่าไม่เกิดโอเวอร์ซัพพลาย เพราะดูจากการขายทุกโครงการมีการดูดซับซัพพลายดี เนื่องจากเป็นเส้นทางผ่ากลางเมืองเชื่อมการเดินทางที่ดีที่สุด

“ฐานเศรษฐกิจ”สำรวจคอนโดมิเนียมเปิดขายทำเลส่วนต่อขยายสายสีเขียวทางตอนเหนือพบว่ามีโครงการเกิดขึ้นต่อเนื่อง ที่นิยมยังเป็นช่วงแยกรัชโยธิน ไปจนถึงสะพานใหม่ ขณะที่โซนลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี ล่าสุดมีคอนโดมิเนียมเกิดขึ้นมากเรียกว่าทุกค่ายทุกแบรนด์มาครบ แต่ส่วนใหญ่เป็นคอนโดมิเนียมโลว์ไรส์ สูงไม่เกิน 8 ชั้น จากที่ผ่านมาเน้นพัฒนาโครงการแนวราบ ส่งผลให้ราคาที่ดินขยับขึ้นเช่นเดียวกับส่วนต่อขยายสายสีเขียวช่วงใต้ จากแบริ่ง-สำโรง ล่าสุดมีโครงการเกิดขึ้นไม่ตํ่ากว่า 40-50 โครงการ ซึ่งทำเลสำโรงมีระดับบิ๊กแบรนด์เปิดขายเน้นราคาไม่แพง

สอดรับกับนายสุริยา สุริยาภิวัฒน์ ผู้จัดการสำนักวิจัยบริษัท แอล.พี.เอ็น. ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผย “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ภาพรวมแนวรถไฟฟ้าทั้ง 2 สายและส่วนต่อขยายถือว่าเป็นทำเลที่ดี จากการคาดการณ์คอนโดมิเนียมส่วนต่อขยายสายสีเขียวเหนือ ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต ยังไม่สูงมาก หากเทียบจากที่เคยคาดการณ์ไว้ ในปี 2559 อย่างไรก็ดีแนวโน้มจะมีโครงการเปิดตัวใหม่ ตลอดเส้นทางถือว่าไม่โอเวอร์ซัพพลายเพราะสามารถขายได้ต่อเนื่อง

“ที่ผ่านมา ดีเวลอปเปอร์ เน้นพัฒนาโครงการตลาดบนเกือบทั้งหมด ทำให้คอนโดมิเนียมตลาดล่างเหลือไม่มาก และมีกลุ่มคนมีเงินซื้อเพื่อปล่อยเช่า เช่น โครงการลุมพินีที่รังสิต 2 เฟส จำนวนเฟสละ 2,500 หน่วย รวม 5,000 หน่วย ซึ่งเฟสแรกขาย 70% ส่วนโครงการลุมพินี วิลล์แบริ่งและสุขุมวิท 76 รวม 1,000 หน่วยขณะนี้ปิดการขายแล้ว”

นายสุธี ลิมปนชัยพรกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท นายณ์เอสเตท จำกัด สะท้อนว่า คอนโด มิเนียมแนวรถไฟฟ้าทั้ง 2 สาย ยังมีความต้องการต่อเนื่อง เนื่องจากเป็นเส้นทางเชื่อมกลางเมืองทั้งที่อยู่อาศัย แหล่งงาน แหล่งช็อปปิ้งที่ต่างจากเส้นทางอื่น โดยเฉพาะคอนโดมิเนียมไฮเอนด์ที่เปิดขายก่อนจะได้เปรียบ คอนโดมิเนียมไฮเอนด์รุ่นใหม่ที่ออกมาซึ่งราคาขายต่อตารางเมตรจะสูงกว่า เพราะต้นทุนที่ดิน

ด้านนายสุรเชษฐ กองชีพ นักวิจัยตลาดอสังหาริมทรัพย์ กล่าวว่าผู้ประกอบการยังเปิดตัวโครงการต่อเนื่องเนื่องจากตลาดยังมีความต้องการ จากการสำรวจทำเลที่คึกคักมากจะเป็นส่วนต่อขยายสายสีเขียวหมอชิต-ลำลูกกา ที่ขณะนี้เปิดตัวค่อนข้างมากและมีการดูดซัพพลายดีต่อเนื่องขณะที่ ส่วนต่อขยายสายสีเขียวโซนตะวันออกบริเวณ สำโรง จังหวัดสมุทรปราการ การขายยังช้า ขณะที่ โซนเหนือ จะกระจุกตัวอยู่ทำเลตั้งแต่หมอชิตไปจนถึงสะพานใหม่ ส่วนปลายทางคือลำลูกกา ยังมีคอนโดมิเนียมเกิดขึ้นไม่มาก

เส้นทางรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายที่เป็นที่สนใจของผู้ประกอบการมากที่สุดในปัจจุบันคือ ส่วนต่อขยายสายสีเขียวตอนเหนือ (หมอชิต-คูคต) เพราะในช่วงที่ผ่านมา 1-2 ปี ปรากฏว่ามีโครงการคอนโดมิเนียมเปิดขายใหม่กันมาต่อเนื่องและยังมีอีก 4-5 โครงการที่เปิดตัวออกมาแล้วว่าจะเปิดขายในช่วงต้นปีนี้ในพื้นที่รวมแล้วไม่ตํ่ากว่า 2,200 หน่วย ในขณะที่พื้นที่อื่นๆ อาจจะมีความเคลื่อนไหวน้อยกว่าพื้นที่นี้แบบเห็นได้ชัด แม้ว่าจำนวนหน่วยรวมในพื้นที่ตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีนํ้าเงินที่กำลังก่อสร้างจะมีจำนวนหน่วยรวมมากกว่าก็ตาม เพราะว่าหลายโครงการตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีนํ้าเงินที่กำลังก่อสร้างมีจำนวนหน่วยรวมมากกว่า 1,000 หน่วย

สำหรับคอนโดมิเนียมทั้งใต้ดิน เอ็มอาร์ที ที่เปิดในปัจจุบัน (สายสีนํ้าเงิน) สายสีนํ้าเงินที่อยู่ระหว่างก่อสร้างอาจจะขายช้ากว่า เพราะเป็นโครงการใหญ่โครงการละ 2,000 หน่วย ขณะที่รถไฟฟ้าบีทีเอส (สายสีเขียว) รถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยายตอนใต้ และรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยายตอนเหนือ เฉลี่ยโครงการละไม่เกิน 300 หน่วย จึงปิดการขายได้เร็ว

สำหรับโครงการที่เกิดขึ้นแนวรถไฟฟ้าทั้งเปิดให้บริการแล้วและอยู่ระหว่างก่อสร้างขณะนี้ รวม 1,065 โครงการ 192,162 หน่วย ซึ่งบริเวณสถานีรถไฟฟ้าที่เปิดให้บริการแล้วจะดูดซับได้ 90% ขณะที่ส่วนต่อขยายขายได้ 80% หรือเฉลี่ย 85% จากที่เปิดโครงการมา

ที่มา : ฐานเศรษฐกิจ
5
ข่าวสาร / ตลาดคอนโดมิเนียมในพื้นที่รอบสี่แยกรัชโยธิน
« กระทู้ล่าสุด โดย admin เมื่อ กุมภาพันธ์ 23, 2018, 09:09:14 AM »

พื้นที่รอบๆ สี่แยกรัชโยธินเป็นหนึ่งในทำเลที่มีศักยภาพมาตั้งแต่ก่อนหน้านี้หลายปี เมื่อเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยาย (หมอชิต-คูคต) ที่มีกำหนดเปิดให้บริการในปี 2563 โดยการก่อสร้างเริ่มเป็นรูปธรรมในปี 2558 ตั้งแต่มีการรื้อสะพานข้ามแยกเกษตรฯและสะพานข้ามแยกรัชโยธิน ผู้ประกอบการเริ่มเข้ามาซื้อที่ดินเพื่อเปิดขายโครงการคอนโดมิเนียมกันมากมายในปี 2560


นายสุรเชษฐ กองชีพ นักวิจัยตลาดอสังหาริมทรัพย์ ระบุถึงคอนโดมิเนียมสะสมที่เปิดขายมาก่อนหน้านี้มีทั้งหมดประมาณ 8,779 ยูนิต โดยกว่า 90% เป็นโครงการที่เปิดขายมาก่อนที่เส้นทางรถไฟฟ้าจะเริ่มการก่อสร้าง และโครงการที่เปิดขายปีที่แล้วก็มีอัตราการขายสูงเช่นกัน ในปี 2561 มีหลายโครงการที่รอการเปิดขายอยู่ แม้ว่าจะผ่านไปเพียงแค่ 2 เดือนเท่านั้นแต่ก็มีผู้ประกอบการบางรายเริ่มประกาศแผนการเปิดขายโครงการใหม่ในพื้นที่นี้กันแล้ว คาดว่าภายในปีนี้อาจจะมีหลายร้อยยูนิตหรืออาจจะมากกว่านี้

แม้ว่าจะไม่มากเมื่อเทียบกับพื้นที่อื่นๆ แต่ก็น่าสนใจเพราะเป็นพื้นที่ใหม่ที่มีคอนโดมิเนียมเปิดขายใหม่มากมายและเป็นอีกพื้นที่ที่ราคาขายของโครงการคอนโดมิเนียมที่เปิดขายใหม่ในปีที่ผ่านมามีราคาขายสูงมาก โดยบางโครงการมีราคาขายมากกว่า 1.3 แสนบาทต่อตารางเมตร ขณะที่โครงการที่เปิดขายก่อนหน้านี้นั้นตํ่ากว่าแสนบาทต่อตารางเมตรทั้งนั้น

ที่มา : ฐานเศรษฐกิจ

6
“BC บางกอกซิตี้สมาร์ท” โบรกเกอร์พร็อพเพอร์ตี้ชั้นนำเครือ AP สร้างสถิตินิวไฮต่อเนื่อง ยอดขายปี 2560 โต 65% สูงเป็นประวัติการณ์กว่า 10,000 ล้านบาท เผยกลยุทธ์สำคัญ – ผนึกกำลังเอเจนท์อินเตอร์บุกตลาดเอเชีย 5 ประเทศ


ชี้ปี 2561 เทรนด์ตลาดรีเซล/ตลาดปล่อยเช่า โซนสุขุมวิท เชื่อมต่ออโศก – พระราม 9 ไปได้สวย ผลตอบแทนการลงทุนประมาณ 6-7% ต่อปี

เตรียมสร้างสถิตินิวไฮครั้งใหม่ ตั้งเป้ายอดขายปีนี้ที่ 15,000 ล้านบาท

ขยายฐานลูกค้าต่างชาติ ตั้งหน่วยงานใหม่ – จับมือพันธมิตรเอเจนท์พร็อพเพอร์ตี้รุก 5 ตลาดสำคัญในเอเชีย: ญี่ปุ่น ฮ่องกง สิงค์โปร์ ไต้หวัน และจีน

บริษัท บางกอกซิตี้สมาร์ท จำกัด (หรือ BC) ผู้นำด้านที่ปรึกษา การลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ใจกลางเมืองแบบครบวงจร ประกาศสถิติใหม่สร้างยอดขายพร็อพเพอร์ตี้ปี 2560 ด้วยมูลค่าถึง 10,000 ล้านบาท เผยดีมานด์ตลาดคอนโดรีเซลเพื่ออยู่อาศัยจริง ยอดขายเพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดดกว่า 65% โดยเฉพาะคอนโดที่กำลังก่อสร้างแล้วเสร็จสองทำเลเด่น สุขุมวิท และอโศกเชื่อมต่อพระราม 9 พร้อมสร้างการเติบโตต่อเนื่องในปี 2561 รุกขยายฐานลูกค้าต่างชาติ ตั้งหน่วยงานใหม่ พร้อมจับมือเอเจนท์ชั้นนำบุกตลาด 5 ชาติหลัก ได้แก่ ญี่ปุ่น ฮ่องกง สิงคโปร์ ไต้หวัน และจีน ตั้งเป้าสิ้นปีปิดยอดขายรวม 15,000 ล้านบาท


นายขยล ตันติชาติวัฒน์ ผู้อำนวยการ บริษัท บางกอกซิตี้สมาร์ท จำกัด (BC) ผู้ดำเนินธุรกิจตัวแทนด้านอสังหาริมทรัพย์ ครอบคลุมบริการรับฝากขาย ฝากเช่า ในเครือบริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ผลการดำเนินงานปี 2560 ของบริษัทฯ ประสบความสำเร็จอย่างมาก สร้างนิวไฮสูงสุด ในประวัตการณ์ ด้วยยอดขายมูลค่าพร็อพเพอร์ตี้ที่เทรดผ่านบริษัทฯ รวมทั้งสิ้นถึง 10,000 ล้านบาท เติบโตกว่า 65% จากปีก่อน (2559) และทะลุเป้ายอดขายที่ตั้งไว้ 7,000 ล้านบาท โดยสัดส่วนยอดขายที่เกิดขึ้นแบ่งเป็นจากสินค้ารีเซล 60% และโครงการใหม่ 40% ซึ่งส่วนหนึ่งของความสำเร็จที่เกิดขึ้นนั้น เป็นผลจากการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของดีมานด์ลูกค้าที่สนใจคอนโดรีเซลที่เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้ากว่า 50% ถือได้ว่าสะท้อนภาพความสำเร็จด้านการเป็นพร็อพเพอร์ตี้เอเจนท์ชั้นนำที่ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้า ทั้งด้านการบริการและการบริหารการลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ของบริษัทฯ ได้เป็นอย่างดี”

สำหรับภารกิจในปี 2561 BC มุ่งสู่เป้าหมายครองความเป็นผู้นำพร็อพเพอร์ตี้เอเจนท์ของเมืองไทย โดยยังมุ่งเน้นการบริหารสัดส่วนทั้งสินค้ารีเซลและปล่อยเช่า โฟกัสทำเลใจกลางเมือง (CBD) ที่มีศักยภาพการเติบโตได้ รวมถึงการมีทีมงานคุณภาพ ความเป็นมืออาชีพ ทั้งในเรื่องของการให้คำปรึกษาลูกค้า และการเจรจาต่อรอง อีกทั้งการเดินหน้าขยายเครือข่ายและฐานข้อมูลลูกค้าที่ใหญ่ขึ้น โดยในปีนี้บริษัทฯ ได้รับมอบหมายในการเป็นตัวแทนด้านอสังหาริมทรัพย์เข้ามาบริหารจัดการดูแลการขายคอนโดมิเนียมเครือเอพี (บริษัทแม่) ในตลาดต่างประเทศอย่างเป็นทางการ ซึ่งได้มีการจัดตั้งหน่วยงานใหม่ สำหรับการเจาะตลาดลูกค้าต่างชาติโดยเฉพาะ อีกได้ผนึกกำลังพันธมิตรพร็อพเพอร์ตี้เอเจนท์ชั้นนำ เพื่อบุกตลาด 5 ชาติศักยภาพดังกล่าว ในการนำสินค้าไปโรดโชว์ในต่างประเทศ คาดว่าจะสามารถปิดยอดขายมูลค่าพร็อพเพอร์ตี้สิ้นปี 2561 ที่ 15,000 ล้านบาทได้ตามเป้า

“ในส่วนแนวโน้มตลาดรีเซลและปล่อยเช่าปีนี้ ด้วยปัจจัยบวกจากภาพรวมตลาดอสังหาฯ ที่มีแนวโน้มเติบโตขึ้นตามการคาดการณ์เศรษฐกิจประเทศที่น่าจะโตได้ถึง 4% อีกทั้งความคืบหน้าโครงการลงทุนโครงข่ายรถไฟฟ้าของภาครัฐ ล้วนเป็นดัชนีที่ดันความเชื่อมั่นในการซื้อ-ขาย และลงทุนสินค้าอสังหาฯ ให้เกิดขึ้น โดยเฉพาะตลาดคอนโดระดับกลางถึงไฮเอนด์ใจกลางเมืองที่แนวโน้มยังดีต่อเนื่อง เพราะนอกจากชาวไทยที่เป็นลูกค้ากลุ่มหลักแล้ว ยังพบความต่อเนื่องของดีมานด์ลูกค้าต่างชาติที่ซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริงและลงทุนอีกด้วย” นายขยล กล่าว

จากการสำรวจโดยฝ่ายวิจัยบางกอกซิตี้สมาร์ท พบว่า ทำเลสินค้ารีเซล–ปล่อยเช่าคอนโดที่น่าจับตา ได้แก่ โซนสุขุมวิทตอนต้น ถึงตอนกลาง (นานา–อโศก-พระโขนง) ที่เป็นทำเลรวมออฟฟิศชั้นนำทั้งต่างชาติและไทย และแหล่งไลฟ์สไตล์ขนาดใหญ่ โดยมีการปล่อยเช่าห้องขนาด 1 ห้องนอน ราคาเช่าเฉลี่ยอยู่ที่ 700 บาทต่อตารางเมตรขึ้นไป หรือให้ผลตอบแทนจากการเช่าประมาณ 6-7%และโซนเชื่อมต่ออโศก–พระราม 9 เนื่องด้วยค่าครองชีพย่านนี้ไม่สูงมากนักหากเทียบกับย่านอื่นกลางใจเมือง อีกทั้งอยู่ใกล้อาคารสำนักงานชั้นนำ และจากการสำรวจพบสัดส่วนการเข้าอยู่อาศัยของคนเมืองวัยทำงานในโซนนี้มีสูง รวมถึงมีผู้เช่า Expat ต่อเนื่อง โดยอัตราการเข้าอยู่และผลตอบแทน (yield)  เติบโตเพิ่มขึ้นไปในทิศทางเดียวกัน เช่น The ADDRESS อโศก RHYTHM อโศก 2 RHYTHM อโศก หรือ ASPIRE พระราม 9 เป็นต้น มีอัตราการเข้าอยู่เฉลี่ยกว่า 85% ทุกโครงการ แบ่งสัดส่วนเป็นผู้ซื้ออยู่เอง 60% และปล่อยเช่า 40% โดยเป็นผู้เช่าชาวเอเชีย อาทิ ไต้หวัน เกาหลี ญี่ปุ่น และ จีน และราคาปล่อยเช่าเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 20,000 – 50,000  บาทต่อเดือน ขณะที่ผลตอบแทนการลงทุนอยู่ที่ประมาณ 5 – 6% ต่อปี ซึ่งนับว่าทั้ง 2 ทำเลนี้เป็นทำเลที่มีศักยภาพมูลค่าเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง เหมาะสมกับการซื้อเพื่อการลงทุน” นายขยล กล่าวเพิ่มเติม

ปัจจุบัน บางกอกซิตี้สมาร์ท มีพอร์ตสินค้าคอนโดมิเนียมรีเซลทำเลใจกลางเมือง (CBD) มากกว่า 15,000 ยูนิต (ทั้งสร้างเสร็จและอยู่ระหว่างการก่อสร้าง) มูลค่าพร็อพเพอร์ตี้ประมาณ 80,000 ล้านบาท แบ่งเป็นคอนโดเครือ เอพี (ไทยแลนด์) ประมาณ 50% และคอนโดแนวรถไฟฟ้าจากดีเวลลอปเปอร์อื่นๆ อีก 50% และมีพอร์ตสินค้าคอนโดมิเนียมปล่อยเช่าประมาณ 5,000 ยูนิต มูลค่าพร็อพเพอร์ตี้ประมาณ 20,000 ล้านบาท โดยแต่ละปีบริษัทฯ สามารถระบายสินค้าออกไปประมาณกว่า 2,500 ยูนิต ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสินค้าระดับราคาประมาณ 5 ล้านบาทต่อยูนิตขึ้นไป

ที่มา : บางกอกซิตี้สมาร์ท
7
สาระความรู้ / หลังคาสีไหน…ใช้แล้วถูกหลักฮวงจุ้ย
« กระทู้ล่าสุด โดย admin เมื่อ กุมภาพันธ์ 20, 2018, 10:08:13 AM »

สีสันและวัสดุของหลังคาบ้านนั้น มีผลต่อความสวยงาม และความทันสมัยของบ้าน บ้านในแนวใหม่ ๆ มีการเลือกใช้วัสดุและทำหลังคาที่มีความหลากหลาย หลังคา เพดานบ้าน ล้วนเป็นองค์ประกอบที่มีความสำคัญทางสถาปัตยกรรม แต่ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นสีสันที่สดใส สีเข้มที่ดูภูมิฐาน หรือสีโลหะที่ทันสมัย ก็ล้วนให้ความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ แต่สำหรับผู้ที่มีความเชื่อเรื่องฮวงจุ้ย อาจจะต้องพิจารณาความเหมาะสม และความหมายของสีหลังคาแบบต่าง ๆ ร่วมด้วย ดังนี้

1.หลังคาสีเขียว : หลักฮวงจุ้ยบอกว่า สีเขียวเป็นสัญลักษณ์ของธาตุดิน และเราสามารถใช้สีที่แสดงถึงธาตุดังกล่าวกับหลังคาบ้านได้ด้วยสีเขียว ร่วมกับโครงสร้างที่เป็นไม้ สีเขียวนั้น ถือว่าเป็นสีที่หลักฮวงจุ้ยชอบใช้ และแนะนำสำหรับการนำมาใช้เป็นสีหลังคา เพราะเชื่อว่าจะทำให้โชคดี สุขภาพดี มีความมั่งคั่ง อีกทั้งยังให้ความกลมกลืนกับสภาพแวดล้อมด้วย


2.หลังคาสีน้ำตาล : เป็นสีที่ดูโดดเด่น มีเสน่ห์ สงบ และสบาย อาจจะเลือกได้ทั้งสีน้ำตาลอ่อน น้ำตาลส้ม และน้ำตาลเข้ม สีหลังคาในโทนนี้ ไปได้ดีกับสีทอง สีทรายโลหะ หากใช้วัสดุที่มีสีเหล่านี้ ตกแต่งภายนอก ก็จะยิ่งทำให้บ้านที่มีหลังคาสีน้ำตาลนี้ ดูน่าสนใจมากยิ่งขึ้น


3.หลังคาสีแดง : สีแดงนั้น เป็นสัญลักษณ์ของธาตุไฟ มีทั้งความอันตราย และพลังแห่งความสร้างสรรค์ เป็นอีกสีหนึ่งที่ได้รับความนิยมในการนำมาออกแบบทางสถาปัตยกรรม สีแดงที่จะนำมาใช้ในการทำหลังคานั้น เลือกได้ทั้งสีแดงสด สีแดงบรอนซ์ สีน้ำตาลอมแดง และแดงเข้ม


4.หลังคาสีฟ้าและสีดำ : ทั้งสองสี เป็นสัญลักษณ์ของธาตุน้ำ เป็นสีที่ทำให้เกิดการไหลเวียนของพลังในเชิงบวกรอบ ๆ บ้าน เป็นการเสริมความมั่งคั่ง นำพาความโชคดีเข้ามา อาจจะเลือกใช้สีเทาเข้มก็ได้เช่นกัน

ที่มา : sanook
8
สาระความรู้ / เอาใจผู้เช่า เทคนิคตกแต่งห้องอย่างไร ไม่ต้องเจาะผนัง
« กระทู้ล่าสุด โดย admin เมื่อ กุมภาพันธ์ 20, 2018, 09:58:34 AM »

แม้เราจะเช่าอพาร์ทเมนท์หรือคอนโดมิเนียมอยู่ แต่เราคงอยากตกแต่งห้องที่เราอยู่ให้มีบรรยากาศเป็นไปอย่างที่เราชอบ ซึ่งช่วยทำให้ห้องๆ นั้นน่าอยู่มากขึ้น แต่พอคิดจะตกแต่งอะไร เราก็กังวลกับการที่จะต้องเจาะ ตอก ติด เพราะการเจาะ ตอกหรือทำให้ส่วนใดส่วนหนึ่งของห้องเกิดความเสียหาย รับรองโดนปรับแน่นอน แต่มันก็มีเทคนิคง่ายๆ ที่ผู้เช่าสามารถเนรมิตห้องเช่าของตัวเองให้กลายเป็นห้องในฝันได้แบบไม่ต้องเจาะ และโดนปรับ มีวิธีไหนบ้างมาดูกัน


ตะขอติดผนัง : ตะขอติดผนังที่เราเห็นวางขายทั่วไปนั้นใช้งานได้ทนทานพอสมควร อย่างน้อยก็ใช้แขวนหรือติดตั้งชั้นแบบน้ำหนักเบาๆ ได้ หรือแม้แต่แขวนผ้าม่านที่น้ำหนักไม่มากได้เช่นกัน

แท่งแม่เหล็ก : เป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับคนที่ต้องการเก็บของในแนวตั้ง โดยติดแท่งแม่เหล็กไว้กับแกนเหล็กหรือโลหะแล้วนำอุปกรณ์ ของใช้ต่างๆ ไปติดแทน


ตะขอตัวเอส : เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์พิเศษราคาประหยัด และยังสารพัดประโยชน์ ส่วนมากใช้สำหรับแขวน แต่เราต้องหาตำแหน่งที่เหมาะสมแขวนเอาเอง

ชั้นวางของแบบแขวนกับประตู : ปัจจุบันมีชั้นวางของที่สามารถแขวนกับขอบประตูได้แบบแนบสนิท นอกจากสะดวกสบายไม่ต้องเจาะหรือตอกผนังแล้ว ยังช่วยประหยัดพื้นที่ในห้องอีกด้วย

ชั้นวางของแบบสุญญากาศ : ถ้าหมั่นเดินตลาดหรือร้านขายของตกแต่งบ้านอยู่เรื่อยๆ จะเห็นของตกแต่งบ้านเพื่อช่วยประหยัดพื้นที่ และสะดวกต่อการใช้งาน ชั้นวางของแบบสุญญากาศก็เช่นกัน เหมาะกับนำมาใช้แขวนของในห้องน้ำโดยติดที่ผนังห้อง


สติกเกอร์ : เป็นอีกหนึ่งประเภทการตกแต่งที่ใช้ได้ดีหากคุณไม่อยากเสียเงินมัดจำ หรือโดนปรับ แต่ต้องเลือกประเภทสติกเกอร์ที่สามารถลอกออกได้โดยไม่ทำร้ายพื้นผิวผนัง

ที่มา : sanook
9
สาระความรู้ / เรื่องระบบท่อที่เจ้าของบ้านควรรู้ก่อนลงมือสร้างบ้าน
« กระทู้ล่าสุด โดย admin เมื่อ กุมภาพันธ์ 20, 2018, 09:42:05 AM »

การสร้างบ้านนอกจากจะให้ความสำคัญเรื่องการเลือกผู้รับเหมา งานโครงสร้าง การออกแบบ ดีไซน์ทั้งภายในและภายนอกแล้ว “งานระบบท่อ” ก็เป็นอีกเรื่องสำคัญที่เจ้าของบ้านส่วนหนึ่งมักมองข้าม เพราะส่วนใหญ่เรามักจ้างผู้รับเหมาให้ดูแลทั้งระบบให้อยู่แล้ว แต่เนื่องจากระบบท่อจะอยู่คู่กับเราไปตลอด หากเริ่มต้นวางระบบท่อแบบไม่ได้มาตรฐาน การดูแลซ่อมแซมอาจเป็นเรื่องยุ่งยาก ทำลายทัศนียภาพของบ้านและมีราคาสูง ดังนั้นเจ้าของบ้านจึงควรรู้เรื่องระบบท่อก่อนลงมือสร้างบ้านไว้บ้างเพื่อจะได้รู้ว่าผู้รับเหมาใช้ของมีคุณภาพ หรือวางระบบได้มาตรฐานหรือคุ้มกับค่าใช้จ่ายหรือไม่

เลือกวัสดุได้เหมาะสมต่อการใช้งานแต่ละประเภทหรือเปล่า ท่อประปามีทั้งหมด 3 ประเภทคือท่อพีวีซี หรือท่อประปาสีฟ้าแบบที่ใช้งานทั่วไป คุณสมบัติเด่นคือเหนียว และยืดหยุ่นสูง สามารถทนต่อสภาพกรดและด่าง ปลอดภัยจากสารพิษ เหมาะกับงานภายในอาคาร และน้ำที่มีอุณหภูมิเกิน 60 องศาเซลเซียส ท่อพีพีอาร์ (PP-R) ซึ่งมี 2 ประเภทคือท่อพีพีอาร์สำหรับระบบประปาน้ำอุ่น และสำหรับน้ำร้อน คุณสมบัติเป็นฉนวนความร้อนช่วยรักษาอุณหภูมิได้ดี ท่อและข้อต่อเชื่อมเป็นเนื้อเดียวกัน โดยวิธีการให้ความร้อนจากเครื่องเชื่อมนิยมใช้กับงานอาคารสูง ราคาไม่แพง สามารถใช้แทนท่อเหล็กได้

การเลือกท่อควรเลือกสินค้าที่มีแบรนด์น่าเชื่อถือและมีตรามาตรฐานการผลิตอุตสาหกรรม (มอก.)พร้อมตัวเลขบอกขนาดกำกับไว้อย่างชัดเจน หรือท่อประปาที่ได้รับฉลากสีเขียวที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ผลิตจากวัสดุที่คำนึงถึงความปลอดภัยในการใช้งาน


การเดินระบบท่อประปาภายในบ้าน แบ่งได้เป็น 2 ลักษณะคือการเดินท่อแบบลอยตัว คือการวางระบบท่อติดผนังหรือเพดาน การวางระบบท่อในลักษณะนี้มีข้อดีในการดูแลซ่อมบำรุงหรือการติดตั้งงานระบบเพิ่มเติมภายหลัง แต่มีข้อเสียคืออาจไม่เข้ากับบ้านในดีไซน์ต่างๆ เช่นบ้านที่ต้องการความเรียบร้อยในการตกแต่ง เนื่องจากสามารถเห็นได้อย่างชัดเจน แต่เหมาะสมกับบ้านในสไตล์ลอฟท์ (Loft) หรืออินดัสเทรียล (Industrial) และอีกหนึ่งลักษณะ คือ การเดินท่อแบบฝังภายในพื้นหรือผนัง เป็นการวางระบบท่อแบบเจาะสกัดผนังหรือพื้นเพื่อเดินท่อ ก่อนฉาบปูนทับ มีข้อดีคือทำให้บ้านดูเรียบร้อยและสวยงาม แต่ข้อเสียคือการซ่อมแซมและบำรุงรักษามีความยุ่งยากและราคาสูง หรือควรออกแบบให้มีช่องเซอร์วิสหรือช่องชาฟต์ (Shaft) เพื่อให้ง่ายต่อการซ่อมบำรุง

การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับระบบท่อ ก็เป็นเรื่องที่สำคัญไม่แพ้กัน อย่างน้ำยาประสานท่อ ที่มีอยู่ 2 ชนิดด้วยกัน คือ ชนิดเข้มข้น น้ำยามีความหนืดสูง สามารถยึดติดท่อได้อย่างรวดเร็ว และรับแรงดันได้สูง เหมาะกับงานคุณภาพสูง เช่น งานอาคารสูง ส่วนชนิดใสจะมีความหนืดต่ำ ทำให้สามารถใช้งานได้ง่ายขึ้น  เหมาะสำหรับงานบ้านและอาคารทั่วไป ส่วนเทปพันเกลียว  ใช้สำหรับพันเกลียวข้อต่อของท่อ  เพื่อให้การขันเกลียวมีความหนาแน่นมากขึ้น และกันน้ำไม่ให้รั่วซึมออกมา รวมถึงน้ำยาทำความสะอาดท่อพีวีซี  ใช้สำหรับทำความสะอาดท่อเมื่อข้อต่อเปื้อนคราบน้ำมันหรือสารหล่อลื่นต่างๆ ในท่อ ที่เราไม่สามารถใช้มือเข้าไปทำความสะอาดได้ ทั้งหมดนี้ล้วนควรใช้ผลิตภัณฑ์ที่ได้การรับรอง หรือสินค้าที่มีคุณภาพเช่นกัน

การเลือกผู้รับเหมาที่มีความชำนาญและน่าเชื่อถือได้ ควรเลือกผู้รับเหมาที่มีชื่อเสียง พิจารณาจากผลงานที่ผ่านมา การรับประกันผลงาน และควรสอบถามหาข้อมูลจากหลายๆ เจ้า เพื่อเปรียบเทียบทั้งราคาและคุณภาพ และที่สำคัญคือเจ้าของบ้านและผู้รับเหมาควรมีสัญญาว่าจ้างกันอย่างถูกต้อง ชัดเจนและเป็นไปตามกฎหมาย เพื่อให้งานออกมาตามที่ตกลง และหากมีข้อผิดพลาดเจ้าของบ้านจะสามารถดำเนินการทางกฎหมายได้

ที่มา : sanook
10
สาระความรู้ / สำรวจให้ดีก่อนซื้อบ้าน ระวังเจอ 6 “ฮวงจุ้ย” พลังลบ
« กระทู้ล่าสุด โดย admin เมื่อ กุมภาพันธ์ 20, 2018, 09:33:31 AM »

หากคุณกำลังมองหาบ้าน คอนโดมิเนียม ทาวน์เฮาส์ หรือที่พักอาศัยใหม่ เรื่อง “ฮวงจุ้ย” เป็นเรื่องหนึ่งที่คุณไม่ควรมองข้าม เพราะคุณอาจชอบบ้านหลังดังกล่าวมาก แต่กลับไม่รู้ว่ามี “ฮวงจุ้ย” พลังลบซ่อนอยู่ มาสำรวจกันดีกว่าว่ามีจุดไหนของบ้านบ้างที่อาจเป็นฮวงจุ้ยพลังลบ

1.ประตูด้านหน้าตรงกับประตูด้านหลัง นี่เป็นหนึ่งในฮวงจุ้ยที่ไม่ดีเพราะถ้าประตูหน้ากับประตูหลังบ้านตรงกันพอดี พลังดีที่ไหลเข้ามาภายในบ้านจะพุ่งตรงออกไปทางประตูหลังทันที ไม่เกิดการกักเก็บหรือหมุนเวียนพลังอยู่ภายใน

2.บันไดบ้านหันหน้าตรงกับประตูหลัก หากเปิดประตูเข้ามาในบ้านแล้วเจอบันได ตามความเชื่อของหลักฮวงจุ้ยแล้วถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่ควร เนื่องจากเมื่อพลังไหลเข้ามาภายในตัวบ้านแล้วจะวิ่งผ่านขึ้นบันไดไปอย่างรวดเร็ว ทำให้ไม่มีการกักเก็บพลังชี่ซึ่งเป็นพลังที่ดีไว้ภายในบ้าน

3.ห้องน้ำตรงกับประตูหน้า ถ้าเป็นเช่นนี้พลังงานดีที่จะไหลออกจากบ้านไปอย่างรวดเร็ว

4.บันไดอยู่กลางบ้าน ถือเป็นฮวงจุ้ยที่ไม่ดี

5.ห้องน้ำอยู่กลางบ้าน ศูนย์กลางของบ้านถือเป็นหัวใจสำคัญของพลังหยินหยาง แต่ไม่ควรเป็นที่ตั้งของห้องน้ำ

6.ห้องนอนอยู่เหนือโรงจอดรถ ห้องนอนไม่ควรตั้งอยู่เหนือโรงจอดรถ เนื่องจากโรงจอดรถมีพลังเคลื่อนไหวเข้าออกอยู่ตลอดเวลา ซึ่งตามหลักแล้วอาจส่งผลให้เรานอนไม่หลับเพราะไม่มีความสงบ

ที่มา : sanook
หน้า: [1] 2 3 ... 10

???????????