Condothai คอนโดไทย


???????????

แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Topics - admin

หน้า: [1] 2 3 ... 197
1

อนันดาฯ ร่วมกับ ฮาบิแทต ชวนพันธมิตรและพนักงานยกทีมร่วมสร้างบ้าน ในโครงการ “Give home Give Hug @ Kanchanaburi”

นายชานนท์ เรืองกฤตยา (แถวหน้ายืนที่ 9 จากซ้าย) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ นายทิโมธี โล็ค (แถวหน้ายืนที่ 10 จากซ้าย) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มูลนิธิที่อยู่อาศัย (ประเทศไทย) (Habitat for Humanity Thailand) พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ทีมงานพันธมิตรทางธุรกิจด้านการออกแบบและก่อสร้างภายใต้ชื่อ MARU Group พร้อมด้วยพนักงานเกือบ 100 ท่าน ร่วมก่อสร้างบ้านพักอาศัยให้แก่ผู้ด้อยโอกาส ณ หมู่บ้านหนองกุ่ม อ.บ่อพลอย จังหวัดกาญจนบุรี ในโครงการ “Give Home Give Hug @ Kanchanaburi” ด้วยความมุ่งมั่นที่ต้องการแบ่งปันความสุขด้านปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีวิต สนับสนุนให้ประชาชนคนไทยมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง พร้อมความตั้งใจที่จะร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลคุณภาพชีวิตของผู้คนในสังคมให้ดียิ่งขึ้น  โดยโครงการดังกล่าวเป็นโครงการต่อเนื่องระยะเวลา 3 ปี เพื่อสนับสนุนเงินทุนและกำลังอาสาสมัครจัดสร้างบ้านพักอาศัยให้ผู้ด้อยโอกาสในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรีรวม 45 หลัง ซึ่งในปีนี้จะมอบบ้านทั้งหมด จำนวน 15 หลัง

2

บิ๊กอีเวนต์เมืองโคราช เมื่อต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา เป็นคิวของคอนโดมิเนียมแบรนด์ใหม่ “เอสเซนท์ โคราช” ของบริษัท ซีพีเอ็น เรสซิเด้นซ์ จำกัด บริษัทลูกเซ็นทรัลกรุ๊ป

ทั้งนี้ทั้งนั้น ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตรถือว่าเกรดพรีเมี่ยม โดยตลาดต่างจังหวัดเฉลี่ยตารางเมตรละ 5 หมื่นบาท ในขณะที่แบรนด์เอสเซนท์เฉลี่ย 7 หมื่นบาท/ตารางเมตร

คำถามคือทำไมยอดขายยังทะลักได้ขนาดนี้

คำเฉลยของ “ร.อ.กรี เดชชัย” กรรมการผู้จัดการ ซีพีเอ็น เรสซิเด้นซ์ ระบุว่า เหตุผลที่ประสบความสำเร็จด้านยอดขายมาจาก 1.ลูกค้าซื้อเพราะทำเลตั้งอยู่ในศูนย์การค้า 2.ลูกอยากได้ พ่อแม่ตามใจลูก โดยคนที่ลงทะเบียนอายุ 50 ปี แต่คนตัดสินใจและอยากได้คือลูก

“ห้องชุดเอสเซนท์มีจุดขายที่เป็นโครงการในเครือเซ็นทรัลกรุ๊ป คนซื้อเพราะต้องการใช้วิถีชีวิตสะดวกสบายของการอยู่ใกล้ห้าง การคมนาคมก็สะดวก เรียกว่าเป็นไลฟ์สไตล์คอนโดฯอย่างแท้จริง ในขณะที่คนต่างจังหวัดถ้าต้องการอยู่กับครอบครัวใหญ่ เขาจะเลือกอยู่บ้านเดี่ยวมากกว่า เพราะทำเลห่างออกไปจากเมืองไม่ไกล แต่ราคาใกล้เคียงกัน”


สำหรับ “เอสเซนท์ นครราชสีมา” 380 ห้อง มีมูลค่าโครงการ 800 ล้านบาท ปิดการขายภายใน 4 วัน ราคาเริ่มต้น 1.59 ล้านบาท

คิวต่อไปเป็นของ 2 โครงการใหม่ ประกอบด้วย “เอสเซนท์ วิลล์ เชียงราย” 320 ห้อง มูลค่าโครงการ 580 ล้านบาท ราคาเริ่มต้น 1.49 ล้านบาท และ “เอสเซนท์ วิลล์ เชียงใหม่ 2” จำนวน 450 ยูนิต มูลค่าโครงการ 900 ล้านบาท ดีเดย์เปิดพรีเซล 2-3 ธันวาคมนี้ ราคาเริ่ม 1.95 ล้านบาท

“รูปแบบการขาย เน้นลูกค้าเรียลดีมานด์ ดังนั้นจึงจำกัดสิทธิ์ซื้อคนละ 2 ห้อง โดยเชียงรายมีผู้สนใจลงทะเบียน 1,300 ราย จากจำนวนห้องชุดที่มีอยู่ 320 ห้อง ส่วนเชียงใหม่เฟสสอง เพิ่งเปิดให้ลงทะเบียน 1,600 ราย จากห้องชุดเปิดขายใหม่ 450 ยูนิต”

Mock up หรือห้องตัวอย่างที่เผยโฉมในสำนักงานขาย บนชั้น 2 ห้างโรบินสัน เชียงราย มีการปรับแบบใหม่ โดยเพิ่มไฮไลต์ฟังก์ชั่นผนังเปิด-ปิดได้ ติดตั้งอยู่ระหว่างห้องนั่งเล่นกับห้องนอน

“ห้องชุดในปัจจุบันทุกโครงการในตลาดนำเสนอเหมือนกันหมด คือเป็นห้องชุดดีไซน์พื้นที่ใช้สอยจำกัด ฟังก์ชั่นที่ให้จึงต้องตอบโจทย์การอยู่อาศัยได้อย่างสะดวกสบาย มีความสุข ไม่อึดอัด เราไปดูงานในญี่ปุ่นแล้วเห็นว่าตอบโจทย์ผู้บริโภคคนรุ่นใหม่ได้ตรงจุด ก็เลยนำมาติดตั้งให้ในโครงการใหม่ ต้นทุนเพิ่มขึ้นแต่ก็คุ้ม เพราะความสุขเจ้าของห้องชุดน่าจะเพิ่มด้วย”


แนวคิดคือ มีการเจาะผนังเป็นช่องขนาดที่ต้องการ จากนั้นใส่บานเปิดที่สามารถหมุนผนังได้ ในแง่ฟังก์ชั่นจึงเทียบเท่ามีผนัง 2 บาน เช่น ติดตั้งทีวีด้านหนึ่ง อีกด้านหนึ่งอาจเป็นผนังธรรมดาหรือใส่รูปภาพ สามารถปรับผนังเพื่อเปลี่ยนวิว หรือเปลี่ยนมุมมองได้

ในด้านการใช้งานก็มีความสะดวกมาก กรณีห้องตัวอย่างมีการติดตั้งทีวี โดยเก็บซ่อนสายไฟไว้อย่างเรียบร้อยมิดชิด ไม่เป็นอุปสรรคต่อผู้ใช้ เพราะผนังสามารถหมุนได้เพียง 180 องศา จึงไม่ปัญหาเรื่องสายไฟ รวมทั้งไม่เป็นอันตรายหรือทำความเสียหายในการใช้งาน

เหตุผลส่วนหนึ่งที่มีการรีดีไซน์ฟังก์ชั่น เนื่องจาก CPN Residence ประสบความสำเร็จในการเปิดขายคอนโดฯ เอสเซนท์ 3 โครงการ เมื่อปี 2559 ทำเลเชียงใหม่-ขอนแก่น-ระยอง มูลค่ารวมกัน 3,000 ล้านบาท

ในด้านกำลังซื้อมีข้อมูลน่าสนใจว่า ไม่ใช่คนในเมืองเพียงอย่างเดียว

“…ต้องเรียกว่าอำเภอ ผมตอบโจทย์ตัวเองหลายครั้งแล้วว่า คอนโดฯเซ็นทรัล คนในเมืองซื้อ 20-30% แต่กำลังซื้อหลัก 50% มาจากอำเภอรอบนอก รวมทั้งคนต่างจังหวัดที่ส่งลูกมาเรียนก็หาซื้อคอนโดฯที่มีความปลอดภัยชัดเจน”

3

ดัชนี“ดีดีพร็อพเพอร์ตี้”  ชี้ตลาดบ้าน-คอนโด ส่อแววคึกคัก แรงส่งเศรษฐกิจฟื้นตัว-ดอกเบี้ยต่ำกระตุ้นแรงซื้อ โครงการใหม่รอจังหวะเปิดตัว ส่งผลดีผู้บริโภคมีตัวเลือก

ดีดีพร็อพเพอร์ตี้ (DDproperty) เว็บไซต์สื่อกลางซื้อ-ขายอสังหาริมทรัพย์ เปิดตัวรายงานดัชนีอสังหาริมทรัพย์ในชื่อ “ดีดีพร็อพเพอร์ตี้ พร็อพเพอร์ตี้ อินเด็กซ์​” (DDproperty Property Index) ครั้งแรก รับเทรนด์ผู้บริโภคยุคไทยแลนด์ 4.0 นำเสนอข้อมูลและบทวิเคราะห์ที่สามารถนำไปประกอบการตัดสินใจในการเลือกซื้อบ้าน

กมลภัทร แสวงกิจ ผู้จัดการใหญ่ประจำประเทศไทย ของ ดีดีพร็อพเพอร์ตี้ กล่าวว่ารายงานฉบับดังกล่าว เป็นการวิเคราะห์ข้อมูล Big Data จากฐานข้อมูลของเว็บไซต์ DDproperty.com มีการวิเคราะห์สถานการณ์ด้านราคาและอุปทานในรอบไตรมาส แนวโน้มที่จะเกิดขึ้นในอนาคต รวมไปถึงปัจจัยด้านเศรษฐกิจ แนวโน้มตลาด และทิศทางจากผู้ประกอบการ โดยในเฟสแรกนี้ จะเป็นการศึกษาวิเคราะห์ข้อมูลซึ่งมุ่งไปที่พื้นที่ในเขตกรุงเทพฯ เป็นหลัก

ตามรายงานของดีดีพร็อพเพอร์ตี้ พร็อพเพอร์ตี้ อินเด็กซ์ ระบุว่าดัชนีราคาที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ ช่วงไตรมาสที่ 3 ของปี 2560 อยู่ที่ระดับ 199 เป็นการปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 5 จากไตรมาสที่ 2 สะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ช่วงต้นปี สะท้อนถึงสัญญาณบวกในภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไทยที่กำลังฟื้นตัวจากสภาพเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่ชะลอตัวในกลุ่มตลาดระดับกลางไปจนถึงระดับล่าง เนื่องจากปัญหาหนี้ครัวเรือที่ยังอยู่ในระดับค่อนข้างสูง

“เรามองว่าแนวโน้มตลาดที่อยู่อาศัยในเมืองไทยมีทิศทางบวก และเชื่อว่าเป็นโอกาสที่ดีสำหรับผู้ขาย และผู้ซื้อ โดยเฉพาะผู้ซื้อนั้น จะได้ประโยชน์จากการที่มีสินค้าในตลาดให้เป็นตัวเลือกหลากหลาย ในขณะที่อัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับที่ต่ำและน่าจะรักษาระดับไปอีกระยะหนึ่ง”

ดัชนีราคา-อุปทานโตต่อเนื่อง

นอกจากนี้ รายงานฉบับดังกล่าวยังระบุอีกว่าในช่วงไตรมาส 3 ดัชนี ราคาที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ ปรับเพิ่มขึ้น ร้อยละ 13 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน และหากมองย้อนกลับไปในช่วงระยะเวลา 2 ปีพบว่า ดัชนีราคามีการเติบโตถึงร้อยละ 53
ดัชนีราคาคอนโดมิเนียมมีอัตราการเติบโตมากที่สุด เมื่อเทียบกับที่อยู่อาศัยประเภททาวน์เฮ้าส์และบ้านเดี่ยว โดยดัชนีราคาคอนโดฯ ในดีดีพร็อพเพอร์ตี้ พร็อพเพอร์ตี้ อินเด็กซ์ ช่วงไตรมาส 3 ที่ผ่านมาอยู่ที่ระดับ 219 ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากช่วงไตรมาส 2 ซึ่งอยู่ที่ระดับ 209
ในช่วงเวลาเดียวกันนี้ ดัชนี ดีดีพร็อพเพอร์ตี้ฯ สะท้อนให้เห็นว่าดัชนีราคาที่อยู่อาศัยในเขตจตุจักร มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้ามากที่สุดที่ร้อยละ 10 ตามมาด้วยเขตพระโขนง ที่ปรับเพิ่มขึ้นร้อยละ 7

นอกจากนี้ ปริมาณอุปทานบ้าน-คอนโดฯ ในกรุงเทพฯ ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังจากชะลอตัวลงในช่วงต้นปี โดยปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 5 ในไตรมาส 2 และเติบโตอย่างเห็นได้ชัดในช่วงไตรมาส 3 ที่ผ่านมาในอัตราร้อยละ 14
ทั้งนี้ หากมองย้อนไปในรอบ 1 ปี จะพบว่าดัชนีอุปทานที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ ทำสถิติการเติบโตสูงสุดนับตั้งแต่เริ่มทำการเก็บข้อมูลในปี 2558 โดยเพิ่มขึ้นร้อยละ 20 จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ทั้งนี้เนื่องจากการเปิดตัวโครงการใหม่ๆ อย่างคึกคักจากผู้ประกอบการนับตั้งแต่ช่วงต้นปี 2560

“ปัจจุบันปริมาณอุปทานสะสมค่อนข้างมาก เนื่องจากดีมานด์ที่ยังไม่ฟื้นตัวดี ในขณะที่เศรษฐกิจยังอยู่ในระยะฟื้นตัวอย่างช้าๆ และไม่มีมาตรการกระตุ้นตลาดใดๆ จากภาครัฐออกมา ส่งผลต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภค ซึ่งเลือกที่จะชะลอการตัดสินใจซื้อออกไป”
ชี้เศรษฐกิจฟื้นแบบค่อยเป็นค่อยไป

ท่ามกลางหลากหลายปัจจัยเสี่ยง สิ่งที่เป็นตัวขับเคลื่อนให้เศรษฐกิจของประเทศไทยโดยรวมยังเดินหน้าต่อไปได้มาจากหลายปัจจัย ได้แก่ แผนยุทธศาสตร์การลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานขนส่งของประเทศ พ.ศ. 2558-2565 การที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ร้อยละ 1.50 และคาดว่าจะคงไว้ที่ระดับดังกล่าวยาวไปจนถึงสิ้นปีนี้เพื่อสนับสนุนการขยายตัวของเศรษฐกิจภายในประเทศ รวมไปถึงจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาในประเทศเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ​

สำหรับราคาที่อยู่อาศัยโดยภาพรวมแล้ว ดีดีพร็อพเพอร์ตี้คาดว่าจะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยได้รับอานิสงส์จากการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ทั้งที่ผ่านการอนุมัติและกำลังอยู่ระหว่าง
การก่อสร้าง

อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่คาดว่าจะมีส่วนผลักดันให้ราคาอสังหาฯ ในไทยเพิ่มสูงขึ้น ได้แก่ อุปสงค์ที่มาจากผู้ซื้อ-นักลงทุนชาวต่างชาติ ทั้งนี้ ความเคลื่อนไหวของฝั่งรัฐบาลโดยกระทรวงการคลังนั้น ได้มีแนวคิดที่จะดำเนินการแก้กฎหมายสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ของชาวต่างชาติจาก 30 ปี เป็น 50 ปีเพื่อจูงใจให้ชาวต่างชาติเข้ามาลงทุนในประเทศมากขึ้น

“ภาพรวมอสังหาฯตอนนี้ไม่เพียงแต่ดูสดใสสำหรับผู้ขายเท่านั้น แต่ยังเป็นโอกาสที่ดีสำหรับผู้ซื้อด้วยทางเลือกที่หลากหลาย แม้ว่าราคาที่อยู่อาศัยจะมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น แต่อัตราดอกเบี้ยที่ยังคงอยู่ในระดับต่ำ ประกอบกับแคมเปญส่งเสริมการขายที่ผู้ประกอบการแข่งขันกันออกมาเพื่อดึงดูดใจผู้ซื้ออย่างเข้มข้น น่าจะเป็นโอกาสที่ดีสำหรับผู้บริโภคในการเลือกซื้อบ้าน”

4
เร่งเครื่องเดินหน้าทำเป้ากันอย่างต่อเนื่องในช่วงโค้งสุดท้ายของปี สำหรับผู้ที่กำลังมองหาคอนโดฯบนทำเลคุณภาพ พร้อมโปรฯดีๆ กับราคาสุดแสนจะเย้ายวนใจ พลาดไม่ได้กับค่าย ออลล์ อินสไปร์ ดีเวลลอปเม้นท์ โดยผู้บริหารหนุ่มไฟแรง คุณธนากร ธนวริทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ใจปั้ม จัดหนักส่งแคมเปญสุดพิเศษ “ALL INSPIRE LIVING CHOICE” คอนโดมิเนียมคุณภาพเยี่ยมใกล้สถานีรถไฟฟ้า ถึง 6 โครงการ ได้แก่ โครงการ ดิ เอ็กเซล ไฮด์อะเวย์ สุขุมวิท 50, ดิ เอ็กเซล ไฮด์อะเวย์ สุขุมวิท 71, ดิ เอ็กเซล กรูฟ และ ดิ เอ็กเซล อุดมสุข, ดิ เอ็กเซล คูคต, ไรส์ พระราม 9 พร้อมด้วยข้อเสนอสุดพิเศษเกินห้ามใจ อาทิ “ส่วนลดสูงสุด 300,000 บาท” ราคาเริ่มต้น 9.9 แสนบาท* (เงื่อนไขตามที่บริษัทกำหนด) เตรียมพบกับข้อเสนอสุดพิเศษเกินห้ามใจ ในวันที่ 20 – 23 พ.ย. นี้ ณ Terminal 21 ชั้น MF(ทางเชื่อม BTS สถานี อโศก)



5
Gossip News

ผ่านไปอย่างสวยงามและถือว่าเป็นงานที่ยิ่งใหญ่อลังการสุดๆ ที่ค่าย ออลล์ อินสไปร์ ดีเวลลอปเม้นท์ โดยผู้บริหารหนุ่ม คุณธนากร ธนวริทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ทุ่มงบกว่า 80 ล้านบาท ยึดพื้นที่ พารากอน ซีนีเพล็กซ์ เปิดตัว ALL INSPIRE LOUNGE เพื่อบริการลูกค้า ออลล์ อินสไปร์ ในการเปิดประสบการณ์ใหม่พิเศษเหนือใคร ของการชมภาพยนตร์ และต้องการมอบสิทธิพิเศษและความประทับใจ ด้วยการให้บริการแบบเอ็กซ์คลูซีฟสุดๆ ที่ลูกค้าของ ออลล์ อินสไปร์ เท่านั้นจะได้รับ งานนี้บอกได้เลยว่าทาง ออลล์ อินสไปร์ สร้างสรรค์ Life Style Space ขึ้นเพื่อมุ่งมั่นที่จะพัฒนาและส่งมอบสิ่งดีๆ เพื่อสังคมและชีวิตที่ดีขึ้นตลอดไป โดยเปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 11.00 – 21.00 น. ณ ชั้น 5 พารากอน ซีนีเพล็กซ์ ถ้าอยากสัมผัสประสบการณ์ดีๆ แบบเอ็กซ์คลูซีฟสุดๆ แบบนี้ ก็ต้อง ออลล์ อินสไปร์ เท่านั้นนะคะ


6

งานทำความสะอาดบ้านนั้น เป็นงานหนักที่เราต้องทำกันทุกสัปดาห์ ทั้งงานซัก งานล้าง ปัดกวาด เช็ดถู ทำให้วันหยุดสุดสัปดาห์ กลายเป็นวันที่แสนเหนื่อย แต่ทราบหรือไม่ว่า งานหลาย ๆ อย่างที่เราทำอยู่เป็นประจำทุกสัปดาห์นั้น อาจจะไม่จำเป็นต้องทำความสะอาดบ่อยขนาดนั้นก็ได้ บางอย่างการทำความสะอาดทุกสัปดาห์กลายเป็นมากเกินความจำเป็น ลองมาดูกันว่า สิ่งใดบ้างที่เราควรทำความสะอาดรายสัปดาห์ และสิ่งใดบ้างที่ทำความสะอาดแค่เดือนละครั้งก็พอ


1.ซักเสื้อผ้า เป็นสิ่งที่เราต้องทำทุกสัปดาห์ เราถอดเสื้อผ้าที่ใส่แล้วลงตะกร้ามาตลอดทั้งสัปดาห์ รอการซัก ดังนั้นงานซักเสื้อผ้านี้ ต้องทำทุกสัปดาห์อย่างแน่นอน เพื่อไม่ให้เป็นหมักหมมความสกปรกเอาไว้นานเกินไป

2.ทำความสะอาดห้องน้ำ แน่นอนว่า เป็นงานรายสัปดาห์เช่นกัน เพราะโถสุขภัณฑ์ที่เราใช้อยู่นั้น จะกระจายความสกปรกและเชื้อโรคออกมาทุกครั้งที่เรากดชักโครก สิ่งสกปรกเหล่านี้ เกาะติดตามพื้น ตามเคาน์เตอร์ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องได้รับการทำความสะอาดบ่อย ๆ


3.ทำความสะอาดพื้น ดูดฝุ่นพรม เป็นอีกงานหนึ่งที่ต้องทำทุกสัปดาห์ เพราะฝุ่นผง สิ่งสกปรกจะติดอยู่ตามพื้น ตามพรม ต้องกวาดถู ถ้าเป็นพื้นพรมก็ต้องดูดฝุ่น ยิ่งบ้านอยู่ใกล้ถนนหนทาง ก็ยิ่งมีฝุ่นมาก ต้องทำความสะอาดบ่อย

4.ปัดฝุ่นออกจากเฟอร์นิเจอร์ การที่มีฝุ่นจับอยู่ตามเฟอร์นิเจอร์ ทำให้ดูสกปรก หากไม่ทำความสะอาดฝุ่นก็จะจับตัวหนาขึ้นเรื่อย ๆ จากนั้นก็จะกระจายออกไปโดยรอบ


5.ผ้าปูที่นอน ควรต้องเปลี่ยนทุกสัปดาห์ เพราะเรานอนอยู่บนที่นอนเป็นเวลานานทุกคืน ทั้งเหงื่อ ทั้งเชื้อโรค ทั้งคราบน้ำมันจากผิว จะเกาะติดอยู่บนผ้าปูที่นอน ยิ่งปล่อยไว้นาน ก็ยิ่งเป็นการสะสมความสกปรก

6.เครื่องครัว ก็ต้องการการทำความสะอาดทุกสัปดาห์เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นเตา ไมโครเวฟ หรือว่าตู้เย็น หากอุปกรณ์ครัวสกปรก ก็ทำให้อาหารที่เราทำสกปรกไปด้วย ดังนั้นควรทำความสะอาดทุกสัปดาห์ เพื่อป้องกันไม่ให้คราบต่าง ๆ นั้นก่อตัวขึ้น



7.อ่างอาบน้ำ และฝักบัว ก็ต้องทำความสะอาดทุกสัปดาห์ เพราะเป็นของเปียก และมีอุณหภูมิอุ่น เหมาะสำหรับการเติบโตของเชื้อโรคและเชื้อรา การทำความสะอาดทุกสัปดาห์ ช่วยลดโอกาสเกิดเชื้อราได้ และการทำความสะอาดบ่อย ๆ ก็ช่วยให้เราทำความสะอาดได้ง่ายด้วย

8.สุขภัณฑ์ ก็ต้องทำความสะอาดทุกสัปดาห์เช่นกัน ต้องทำความสะอาดทั้งในตัวโถสุขภัณฑ์ และบริเวณรอบนอก ให้ใช้น้ำยาทำความสะอาดฉีดให้ทั่วบริเวณ ทิ้งไว้ให้น้ำยาทำงานสักพัก แล้วจึงใช้แปรงขัดออก


9.พื้นครัว ก็ต้องการทำความสะอาดทุกสัปดาห์ เพื่อป้องกันพยาธิและเชื้อโรคก่อตัวขึ้น อาจจะใช้ไม่ถูพื้นถูสัปดาห์ละครั้งก็ได้

10.กระจก ต้องทำความสะอาดทุกสัปดาห์ เราใช้กระจกแต่งหน้า แต่งตัวอยู่ทุกวัน เพื่อให้กระจกใสสะอาด ก็ต้องทำความสะอาดทุกสัปดาห์ อาจจะใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์เช็ด หรือใช้น้ำยาเช็ดกระจกก็ได้


3 สิ่งที่ไม่จำเป็นต้องทำความสะอาดบ่อย มีดังนี้

1.ไฟโคมติดเพดาน ไม่จำเป็นต้องทำความสะอาดทุกสัปดาห์ก็ได้ การทำความสะอาดโคมไฟที่อยู่สูง เป็นเรื่องยาก ต้องปีนบันไดขึ้นไป แค่ทำความสะอาดเดือนละครั้งก็พอ

2.เสื้อแจ็คเก็ต ก็ไม่จะเป็นต้องทำความสะอาดบ่อย เพราะเราไม่ได้ใส่ทุกวัน เสื้อแจ็คเก็ตที่เราสวมใส่ จะสัมผัสผิวเราในส่วนที่แห้งเท่านั้น จึงไม่จำเป็นต้องซักบ่อยเหมือนเสื้อผ้าอื่น ๆ อาจจะซักทุกเดือนถ้าใช้บ่อย หรือทุกสามเดือนก็ได้


3.ผ้าม่าน ก็ไม่จำเป็นต้องซักบ่อยเช่นกัน อาจจะแค่ปีละครั้งถ้าหากไม่มีคราบสกปรกมาติดเลอะเทอะ


7

เชื้อราชอบความชื้น ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่เราจะเห็นเชื้อรารอบ ๆ อ่างน้ำ หรือบริเวณฝักบัว เชื้อราเมื่อเกิดขึ้นมาแล้วก็ยากที่จะกำจัดออก แต่การทำให้ห้องน้ำมีความชื้นน้อยลง ก็พอจะช่วยควบคุมสถานการณ์ได้


เราสามารถลดความชื้นในห้องน้ำได้ด้วยการติดพัดลมระบายอากาศ แต่ทั้งนี้ต้องเช็คประสิทธิภาพของพัดลมด้วยว่าเพียงพอต่อการรองรับการทำงานของพื้นที่ในห้องน้ำหรือไม่ หากพัดลมมีขนาดเล็กเกินไป หรือมีประสิทธิภาพต่ำเกินไป ก็ควรจะเปลี่ยนใหม่ให้ได้ขนาดที่เหมาะสมกับห้องน้ำ

ไม่ว่าคุณจะอาศัยอยู่ที่ไหน สภาพอากาศแบบไหน ความชื้นที่มีอยู่สูงในห้องน้ำก็ทำให้เกิดเชื้อราขึ้นมาได้ทั้งนั้น และเมื่อเชื้อราเกิดขึ้นมา ก็ยากที่จะกำจัดออก ไม่ว่าเราจะทำความสะอาดห้องน้ำดี และบ่อยแค่ไหนก็ตาม ดังนั้น การลดความชื้นในห้องน้ำ จึงเป็นหัวใจสำคัญ ในการป้องกันไม่ให้เชื้อราเติบโต ซึ่งเรามีวิธีง่าย ๆ เป็นขั้นเป็นตอนดังนี้


1.หลังอาบน้ำให้เช็ดน้ำออกจากผนังห้องอาบน้ำ จะช่วยลดความชื้นในห้องน้ำได้ประมาณ 3 ใน 4 เพื่อป้องกันการเติบโตของเชื้อรา

2.เปิดพัดลมระบายอากาศในระหว่างที่อาบน้ำ และเปิดต่อเนื่องประมาณครึ่งชั่วโมง เพื่อระบายความชื้นออกไป อาจจะใช้วิธีตั้งไทม์เมอร์เพื่อให้ปิดอัตโนมัติก็ได้

3.หากถึงเวลาที่ต้องยาแนวใหม่ ให้เลือกยาแนวที่มีมาตรฐาน และเป็นแบบกันน้ำ


4.ในการขจัดเชื้อราที่มีอยู่ ให้ขัดด้วยผงซักฟอกและน้ำ จากนั้นก็ปล่อยให้พื้นผิวแห้งสนิท อาจจะใช้น้ำยาฟอกขาวประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ ผสมน้ำ 90 เปอร์เซ็นต์ในการกำจัดเชื้อรา การใช้น้ำยาฟอกขาวในความเข้มข้นที่มากกว่านี้ก็ไม่ได้ให้ผลดีแตกต่างกัน เมื่อผสมน้ำยาแล้วให้นำใส่ขวดสเปรย์ ฉีดบริเวณที่มีเชื้อราและทิ้งไว้ประมาณ 10 นาทีก่อนล้างออกและปล่อยให้แห้ง

5.ในกรณีที่พัดลมไม่สามารถระบายความชื้นได้หลังจากเปิดไปแล้วประมาณ 5 ถึง 10 นาที นั้นอาจจะหมายถึงว่า พัดลมที่เราใช้ ไม่สามารถหมุนเวียนอากาศได้ ให้เปลี่ยนไปใช้พัดลมที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น

8

ตามหลักฮวงจุ้ยนั้น ตู้ปลา เป็นสิ่งที่นำมาซึ่งความร่ำรวยและความอุดมสมบูรณ์ ตู้ปลานอกจากจะมีความสวยงามแล้ว ยังช่วยดึงดูดพลังของความสมบูรณ์ มั่งคั่งเข้ามาในบ้านของเรา หากเราจัดวางไว้ในตำแหน่งที่เหมาะสม และให้ความใส่ใจดูแลตู้ปลาอย่างดี


ตู้ปลานั้น นับว่ามีองค์ประกอบตามหลังฮวงจุ้ยถึง 5 อย่างนั่นก็คือ ธาตุน้ำ ธาตุไม้จากต้นไม้ในตู้ปลา ธาตุโลหะจากโครงสร้างของตู้ ธาตุดินจากก้อนหินแต่งตู้ และธาตุไฟ จากสีสันที่สดใสของปลา และในการจัดวางตู้ปลาให้ถูกหลักฮวงจุ้ย มีคำแนะนำดังนี้

1.สถานที่ที่เหมาะสำหรับการตั้งตู้ปลาก็คือ บริเวณทิศตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นทิศของความร่ำรวย และความอุดมสมบูรณ์ ทิศเหนือก็ตั้งได้ เพราะช่วยส่งเสริมอาชีพการงาน และทิศตะวันออก ซึ่งเป็นทิศของสุขภาพและครอบครัว


2.ที่ซึ่งไม่ควรตั้งตู้ปลาก็คือ ห้องนอน ห้องครัว เพราะจะนำเอาพลังอันไม่พึงประสงค์เข้ามาในพื้นที่

3.ปลาที่นิยมเลี้ยงเพื่อเสริมความร่ำรวย ได้แก่ปลา อโรวานา ปลามังกร หรืออาจจะเลือกปลาทองก็ได้เช่นกัน


4.ลักษณะของตู้ปลาก็เป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งในการเลือกต้องเลือกให้เหมาะกับจุดที่จัดวางด้วย เช่น หากวางในตำแหน่งของเงินทอง ให้เลือกตู้ที่มีองค์ประกอบของไม้ เลือกตู้สี่เหลี่ยม ซึ่งเป็นรูปทรงของธาตุดิน หรืออาจจะเลือกทรงสามเหลี่ยม ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของธาตุไม้ก็ได้ ส่วนตู้ทรงกลม เป็นสัญลักษณ์ของโลหะ ไม่ควรเลือกขนาดใหญ่นัก สำหรับการวางในตำแหน่งการเงิน แต่ถ้าเป็นการตั้งตู้ปลาในทิศเหนือ ให้เลือกทรงกลมได้


5.แต่ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเลือกจัดตู้ปลาด้วยตู้และปลาอะไร สิ่งที่สำคัญคือ ต้องดูแล้วสดชื่น สวยงาม เพื่อให้ได้พลังที่ดี ตู้ต้องสะอาดเสมอ เมื่อตู้สะอาดปลาก็สุขภาพดี มีความสุข ต้นไม้เขียวสดชื่น ตู้ใส แสงส่องผ่านได้ดี ก็นำมาซึ่งสิ่งดี ๆ

6.ใช้เวลากับตู้ปลาบ้าง ดูแลด้วยความสุข และความใส่ใจ เพื่อรักษาพลังของความมั่งคั่งเอาไว้

9
สาระความรู้ / 3 วิธีจัดการกับแมลงในท่อแอร์
« เมื่อ: พฤศจิกายน 17, 2017, 10:32:29 AM »

พวกแมลงและศัตรูพืช มักจะหาที่อยู่อาศัยที่สามารถเข้าถึงน้ำและอาหารได้ง่าย และพวกสิ่งมีชีวิตเหล่านี้ มักจะเข้ามาในบ้านของเราตามท่อแอร์ พวกมันจะได้กลิ่นอาหารจากแอร์ และได้น้ำจากน้ำที่หยดออกมาจากคอมเพรสเซอร์ เมื่อพวกมันหาวิธีเข้ามาในบ้านเราทางท่อแอร์ได้แล้ว มันก็จะรบกวนทั้งเราและสัตว์เลี้ยงในบ้าน เราจึงต้องรู้วิธีกำจัดพวกมันอย่างถูกต้อง ดังนี้


1.ไม่ควรใช้ยาฆ่าแมลงกำจัดแมลงในท่อแอร์ : คนส่วนใหญ่ เมื่อเห็นแมลงเข้ามาในบ้าน ก็จะกำจัดด้วยการฉีดยาฆ่าแมลง ซึ่งหาซื้อมาได้ง่าย ๆ แต่สำหรับแมลงในท่อแอร์นี้ การใช้ยาฆ่าแมลงเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ เพราะเมื่อเราเปิดแอร์ใช้งาน ยาฆ่าแมลงที่อยู่ในท่อแอร์นั้น ก็จะถูกพ่นออกมา ทำให้คุณภาพอากาศในบ้านของเราเสียไป และอาจจะทำให้คนและสัตว์เลี้ยงในบ้านป่วยได้อีกด้วย

2.ควรให้มืออาชีพมาช่วยทำความสะอาด : ทางเลือกที่ดีที่สุดในการกำจัดแมลงในท่อแอร์ก็คือ การทำความสะอาด เพื่อที่จะขจัดแมลงออกไป และป้องกันการกลับเข้ามาใหม่ การทำความสะอาดท่อแอร์โดยช่างแอร์ หรือมืออาชีพ ช่วยได้ และไม่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศในบ้านด้วย

3.เมื่อกำจัดแมลงออกจากท่อแอร์ได้แล้ว : ก็ต้องป้องกันพวกมันไม่ให้เข้ามาอีก : หลังการล้างทำความสะอาดท่อแอร์แล้ว ให้ติดตาข่ายถี่ ๆ เพื่อป้องกันไม่ให้พวกมันเข้ามาในท่อแอร์ได้อีก จากนั้น เราก็จะสามารถใช้งานแอร์ได้อย่างสบายใจ

10

หลายๆ ครั้งเวลามองไปที่รั้วบ้านตัวเองอาจจะเจอแต่กำแพงปูนแสนน่าเบื่อ มาสร้างความดึงดูดใจได้แต่แรกเห็น ด้วยไอเดียออกแบบรั้วบ้านใหม่ ล้ำกว่าใครแน่นอน...

รั้วและกำแพงนอกจากจะช่วยกั้นความเป็นส่วนตัวและกำหนดอาณาเขตให้กับบ้านแล้ว แต่แค่เท่านั้นคงจะไม่พอ แต่ต้องสามารถเติมเต็มความต้องการของผู้อยู่อาศัยได้อย่างพอดิบพอดี ดังนั้นไม่ว่าจะเรื่องความสวยงาม สบายตา หรือรวมไปถึงให้อารมณ์ผ่อนคลาย  วันนี้เรามีแบบรั้วและไอเดียตกแต่งกำแพงสวยๆมาฝาก เพื่อช่วยปรับเปลี่ยนหน้าตารั้วปูนรั้วไม้ให้มีความพิเศษแตกต่างไปจากเดิม


เพิ่มกลิ่นอายอบอุ่นด้วยรั้วไม้ จัดรอบบ้านให้ดูดีเปี่ยมไปด้วยบรรยากาศแสนอบอุ่นเหมือนยกธรรมชาติเข้ามาไว้ใกล้ๆ โดยการต่อเติมรั้วไม้อีกชั้นทับกำแพงเดิม เว้นช่องว่างสำหรับเรียงรายต้นไม้กระถางเล็กๆ รับกับมุมสวนสวยๆ จัดวางโต๊ะเก้าอี้นิดหน่อย กลายเป็นอีกหนึ่งจุดสำหรับนั่งเล่นของทุกสมาชิกภายในบ้าน

รั้วเขียวสดใส รั้วสีขาวนั้นช่วยสริมให้สวนดูโดดเด่น แนะนำลองแทรกความเป็นสีเขียวขจีเข้าไปในบางจุดของรั้ว อาจทำระแนงริมรั้วสำหรับแขวนต้นไม้ให้ทั้งความสดชื่นและร่มเงา จากรั้วเรียบๆธรรมดาก็กลับกลายเป็นมุมพักผ่อนหย่อนใจได้ไม่ยาก


รั้วเหล็กอินดัสเทรียลสไตล์ เสริมสไตล์ให้บ้านเท่และแข็งแรงแบบอินดัสเทรียลสไตล์ ด้วยการเลือกใช้รั้วเหล็กสีดำเท่ห์ๆให้ความรู้สึกเหมือนโรงงาน มาตัดกับบรรยากาศสีเขียวของต้นไม้กระถางต้นไม้  หากใครชอบสไตล์ดิบๆไม่ควรพลาดนะคะ ไม่ต้องนำมากั้นเป็นรั้วรอบบ้านทั้งหมด หยิบมาใช้ในบางส่วน ก็สามารถสร้างลุคให้บ้านดูแปลกตาไปจากเดิมแล้ว

เทา ดำ อารมณ์โมเดิร์น อีกหนึ่งเฉดสีที่ทันสมัยมองเมื่อไหร่ก็ไม่เบื่อนั่นก็คือสีเทา แนะนำว่าควรลองเติมรั้วระแนงแบบโปร่งให้เป็นจุดนำสายตาแก่มุมข้างบ้านดูค่ะ อีกทั้งไม้ยังช่วยสะท้อนอารมณ์อบอุ่นยามเมื่อกลับมาบ้านได้เป็นอย่างดี


เขียว ฟิน ธรรมชาติ อะไรจะดีไปกว่าการได้สัมผัสไปกับธรรมชาติตั้งแต่ทางเข้า ผสานความเป็นธรรมชาติให้กับรั้วด้วยการออกแบบแนวไทรเกาหลีทรงสูงขึ้นมาเพื่อพรางสายตาจากด้านนอก อีกทั้งยังช่วยขับประตูบ้านให้ดูสวย มีความน่าสนใจขึ้นอีกด้วย

11

สำหรับบางคนห้องนอนคือโลกทั้งใบของคุณ เพราะคุณใช้ห้องๆ นั้นทั้งทำงาน พักผ่อน ดูทีวี หรือบางคนก็นำอาหารเข้ามารับประทานในห้องนอนด้วย แต่คุณรู้หรือไม่ว่าถ้ามี 11 สิ่งต่อไปนี้อยู่ในห้องนอน ถึงเวลาที่คุณควรจะนำพวกมันออกไปจากห้องนอนของคุณได้แล้ว


1.โต๊ะทำงาน : ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบห้องนอน Jonathan Scott บอกว่า การนำเอาพื้นที่ทำงานเข้ามาอยู่ในห้องนอนด้วยนั้น เป็นแนวคิดที่ไม่ดีเลย เพราะห้องนอน ไม่ใช่ที่สำหรับทำงาน ห้องนอนควรจะเป็นที่ที่เราได้ผ่อนคลาย ได้ชาร์ตพลังงานให้ร่างกายและจิตใจ ไม่ใช่ที่ที่ทำให้เกิดความเครียด

2.หมอนเหี่ยว : หมอนเหี่ยว ๆ ที่เรากดลงไปแล้ว ไม่ฟูกลับคืนตัว เราสามารถทดสอบง่าย ๆ ว่าหมอนที่เราใช้อยู่นั้นควรเปลี่ยนหรือยัง ด้วยการพับหมอนครึ่งหนึ่ง จากนั้นก็รอดูว่า หมอนกลับคืนตัวมาในสภาพเดิมได้หรือไม่ ถ้าลองพับลงแล้วหมอนยังคงพับอยู่สภาพนั้นก็ควรเปลี่ยนใหม่ได้แล้ว เพื่อให้การนอนมีคุณภาพ


3.ขยะและของรก ๆ : ของหลาย ๆ อย่างที่เราเก็บไว้โดยไม่ได้ใช้ นานไปก็กลายเป็นขยะสะสม ยิ่งมีมาก ห้องก็ยิ่งรกมาก ของรก ๆ เหล่านี้ ทำให้เราเกิดความเครียด ความวิตกกังวล ทำให้การนอนหลับพักผ่อนไม่มีคุณภาพ ดังนั้น อะไรที่ไม่มีประโยชน์ไม่ได้ใช้ให้นำออกจากห้อง

4.หนังสือที่อ่านจบแล้ว : แน่นอนว่าเราต้องมีหนังสืออยู่ในห้องนอน ทั้งหนังสือเรียน หนังสืออ่านเล่น นิตยสาร และหนังสืออื่น ๆ อีกมาก ซึ่งหากเราอานจบแล้ว ควรนำออกจากห้องนอน ไม่เช่นนั้นก็จะมีกองหนังสือรกเต็มห้องไปหมด


5.เสื้อผ้าที่ไม่ใส่แล้ว : ลองตรวจดูในตู้เสื้อผ้า เชื่อว่า คุณจะต้องเจอกับเสื้อผ้าที่คุณไม่ได้ใส่มานานแล้ว ซื้อมาแล้วไม่อยากใส่ หรือบางตัวก็ล้าสมัยเกินกว่าจะนำออกมาใส่แล้ว แต่คุณก็ยังคงเก็บไว้ เสื้อผ้าไม่ใช้เหล่านี้ทำให้เปลืองพื้นที่ ควรนำออกมาบริจาคยกให้คนที่อยากได้ไปยังจะดีกว่า

6.เครื่องสำอางเก่า : นักวิทยาศาสตร์เคยนำเครื่องสำอางเก่ามาตรวจสอบ พบว่าเครื่องสำอางเก่า ๆ ของเรานั้น มีแบคทีเรียที่เป็นอันตราย ดังนั้นเราจึงควรตรวจดูวันหมดอายุ และไม่นำเครื่องสำอางหมดอายุมาใช้ ให้นำออกไปทิ้งเสีย


7.อุปกรณ์เทคโนโลยีเก่า : อุปกรณ์อิเล็กทรอนิคส์เก่า ๆ โทรศัพท์มือถือเก่า ๆ อายุเป็นสิบปีแล้ว รวมไปถึงเครื่องคอมพิวเตอร์เก่า แลปทอปเก่า นาฬิกาปลุกเก่าที่ไม่ทำงานแล้ว สิ่งเหล่านี้ไม่ควรเก็บไว้ในห้องนอนอีก เพราะจะกลายเป็นขยะที่ทำให้เกิดความเครียด

8.ตะกร้าผ้าที่มีเสื้อผ้าที่ใส่แล้วเต็มล้น : เสื้อผ้าที่ใส่แล้วรอการซักอยู่ในตะกร้า ยิ่งเสื้อผ้าล้นออกมามากแค่ไหน ยิ่งทำให้เราเห็นงานที่รออยู่ข้างหน้า และทำให้ชีวิตมีความเครียด ดังนั้นตะกร้าผ้านี้ควรอยู่ในห้องซักรีด ไม่ใช่อยู่ในห้องนอน


9.สัตว์เลี้ยง : เคยมีการศึกษาพบว่า การนอนกับสัตว์เลี้ยงทำให้การนอนหลับของเราไม่มีคุณภาพ สัตว์เลี้ยงทำให้เราตื่นบ่อย นอนไม่เต็มที่ และเมื่อตื่นขึ้นมากลางดึก หลาย ๆ คนก็มีปัญหาในการกลับไปหลับต่อ

10.นิตยสารที่ไม่อ่าน : นิตยสารที่เรารับเป็นรายเดือน รายสัปดาห์ บ่อยครั้งเราไม่ได้อ่านในทันที แต่เก็บไว้ในห้องนอน เพื่อที่จะอ่านในช่วงวันหยุด แต่แล้วก็ไม่ได้อ่าน จนมีกองนิตยสารเหล่านั้นเต็มไปหมด ทางที่ดีควรเก็บไว้เฉพาะเล่มล่าสุดเท่านั้น


11.โทรศัพท์มือถือ : เป็นเรื่องยากที่เราจะนำโทรศัพท์มือถือออกจากห้องนอน เพราะหลาย ๆ คน นำโทรศัพท์มือถือมาไว้บนที่นอนเลยทีเดียว แต่ทั้งนี้ให้คิดว่าโทรศัพท์มือถือนั้นมีความสกปรกไม่แพ้โถสุขภัณฑ์เลยทีเดียว แค่เหตุผลนี้ก็เพียงพอที่จะนำออกจากห้องนอนได้แล้ว

12

หลาย ๆ คนคงจะเคยสับสน และสงสัยในการเลือกใช้เบกกิ้งโซดา เบกกิ้งพาวเดอร์ และไบคาร์บโซดา ว่าแต่ละอย่างนั้นคืออะไร และมีความแตกต่างกันอย่างไร ลองมาหาคำตอบกัน


เบกกิ้งโซดา และไบคาร์บอเนตโซดา (ไบคาร์บโซดา) นั้นชื่อต่างกัน แต่เป็นสิ่งเดียวกัน ในออสเตรเลียจะเรียกว่าไบคาร์บอร์เนตโซดา แต่ในประเทศอื่น โดยเฉพาะอเมริกา จะเรียกว่าเบกกิ้งโซดา เป็นสิ่งที่เมื่อนำมาผสมกับของที่มีความชื้น และส่วนผสมที่มีฤทธิ์เป็นกรดจะเกิดปฏิกิริยาทางเคมี นำมาใช้ทำอาหาร ช่วยให้อาหารขึ้นหรือเกิดการพองฟู

ส่วนเบกกิ้งพาวเดอร์ เป็นสิ่งที่มีส่วนผสมของไบคาร์บอร์เนตโซดา และส่วนผสมของกรดอยู่ในตัว ในการนำมาใช้ จึงเพียงแค่นำมาผสมกับความชื้นเท่านั้น นำมาใช้ในการทำอาหารเช่นกัน


ทั้งนี้ เราสามารถทำเบกกิ้งพาวเดอร์ไว้ใช้เองได้ง่าย ๆ ด้วยการผสมครีมออฟทาร์ทาร์ 2 ส่วน เข้ากับไบคาร์บอร์เนตโซดา 1 ส่วน เบกกิ้งพาวเดอร์นี้ให้รสชาติอาหารที่เป็นธรรมชาติ และมักจะมีการนำไปใช้กับอาหารที่ต้องการรสที่เป็นธรรมชาติ อย่างเช่นนม

หลาย ๆ คนสงสัยว่า เราสามารถจะใช้ไบคาร์บโซดา แทนเบกกิ้งพาวเดอร์ได้หรือไม่ จริง ๆ แล้ว ไบคาร์บโซดานั้นมีคุณภาพที่แตกต่างจากเบกกิ้งพาวเดอร์ เมื่อนำมาใช้ในการทำอาหาร เพราะจะให้รสเปรี้ยว และทำให้เกิดเป็นสีทอง อีกทั้งพื้นผิวของอาหารที่ออกมาก็จะมีความแตกต่างกันด้วย นอกจากนี้การใช้ไบคาร์บอร์เนตโซดา ยังอาจจะทำให้เกิดการจับตัวเป็นก้อน และหากใช้มากเกินไปจะเกิดฟองและมีรสขม

13

ยาสีฟันเป็นสิ่งที่เราคุ้นเคยเป็นอย่างดี เพราะเราใช้ทำความสะอาดฟันของเราเป็นประจำทุกวัน แต่หลาย ๆ คนอาจจะยังไม่รู้ว่า ยาสีฟันนั้น สามารถนำมาใช้ทำความสะอาดของอย่างอื่นในบ้านเราได้อย่างหมดจด และไม่ว่ายาสีฟันยี่ห้อที่คุณใช้จะเป็นยี่ห้อไหนก็มีคุณสมบัติในการทำความสะอาดสิ่งเหล่านี้ได้เหมือนกันทั้งนั้น จะมีอะไรบ้างลองมาติดตามกัน

1.ใช้ขัดเครื่องประดับให้วาววับ เครื่องประดับของคุณ แน่นอนรวมไปถึงเพชรด้วย สามารถทำให้วาววับ ส่องประกายได้ด้วยยาสีฟัน Reader’s Digest แนะนำว่า ให้นำยาสีฟันมาทาลงไปบนเครื่องประดับ แล้วถูเบาๆ คราบสกปรกต่าง ๆ จะหลุดออกไป จากนั้นก็ใช้ผ้าเปียกเช็ดยาสีฟันออกจากเครื่องประดับให้หมด แค่นี้ เครื่องประดับก็จะวาววับขึ้นมาทันที

2.ทำความสะอาดคราบเหนียว ๆ ที่ติดอยู่ที่เตารีดได้ เมื่อเราใช้เตารีดไปนาน ๆ เราจะสังเกตเห็นได้ว่า มีคราบสกปรกเหนียว ๆ ก่อตัวขึ้นมา เราสามารถใช้ยาสีฟันมาขจัดออกได้ โดยทาลงไปบริเวณคราบ แล้วขัดจากนั้นใช้ผ้าเปียกเช็ดออก เตารีดจะสะอาดเหมือนใหม่ แต่ก็ทำอย่าลืมถอดปลั๊กแล้วปล่อยให้เตารีดเย็นตัวลงเสียก่อน

3.ทำความสะอาดไฟหน้ารถ หากไฟหน้ารถเริ่มหมอง ๆ หรือขุ่นมัว ยาสีฟันช่วยได้  LifeHack บอกว่า หากไฟหน้ารถของคุณไม่ได้เป็นกระจก สามารถใช้ยาสีฟันขัด ค่อย ๆ ถูช้า ๆ จากนั้นล้างออกด้วยน้ำ ไฟหน้าก็จะใสขึ้นมาได้เหมือนเดิม

4.ขจัดกลิ่นอาหารออกจากมือหลังทำอาหาร แม่บ้านที่ทำอาหารรับประทานเองหลาย ๆ คนคงเคยเจอปัญหา กลิ่นอาหารติดมือ ล้างอย่างไรก็ไม่ออก กรณีนี้ หากสบู่ไม่ช่วย ยาสีฟันช่วยได้ แค่นำมาถูกับมือแล้วล้างออก กลิ่นอาหารจะหมดไป

5.ขจัดคราบสกปรกที่ติดรองเท้าผ้าใบได้ ให้นำยาสีฟันปริมาณเล็กน้อย บีบลงผ้า แล้วเอามาขัดส่วนที่เปื้อน จากนั้นก็เช็ดออกด้วยผ้าเปียก เมื่อรองเท้าแห้ง ก็จะเห็นความแตกต่าง

6.ขจัดคราบสกปรกที่พรม ในเมื่อยาสีฟัน ช่วยให้ฟันของเราขาว เงางามได้ แสดงว่า ยาสีฟันนั้นขจัดคราบได้ โดยให้นำยาสีฟันไปถูบริเวณคราบสกปรกที่พรม แล้วล้างออก หรือนำไปซักด้วยวิธีทั่ว ๆ ไป คราบสกปรกจะหลุดอออกไปได้

7.ทำความสะอาดจอโทรศัพท์ หากจอโทรศัพท์มีรอยขีดข่วน ให้ลองนำยาสีฟันบีบใส่ลงในผ้านุ่ม ๆ แล้วค่อย ๆ ถูเป็นวงกลม บนหน้าจอโทรศัพท์ รอยเหล่านั้นจะหายไป จากนั้นใช้ผ้าเปียกเช็ดออกได้ หน้าจอจะกลับมาสวยดูดีได้เหมือนเดิม

14

ไม่ได้การแล้ว เกิดเชื้อราขึ้นในตู้เสื้อผ้าแบบนี้  มาดูกันว่าจะกำจัดเจ้าเชื้อราเหล่านี้ด้วยวิธีไหนได้บ้าง

เช็ดด้วยผ้าหมาด ตามด้วยผ้าแห้ง  บางคนอาจทำความสะอาดเฟอร์นิเจอร์ในบ้านแบบไม่ถูกขั้นตอน เช่นใช้ผ้าชุบน้ำบิดหมาดๆ แล้วเช็ดแต่ไม่ได้ตามด้วยการใช้ผ้าแห้ง วิธีที่จะทำให้เฟอร์นิเจอร์ไม่เกิดความชื้นคือต้องทำความสะอาดแบบให้แห้งสนิท

เปิดหน้าต่างห้องหรือบ้านให้อากาศถ่ายเท เชื้อรามีต้นเหตุมาจากความชื้น ดังนั้นวิธีแก้ปัญหาที่น่าจะได้ผลมากที่สุดคือการลดความชื้นให้บ้าน

น้ำยาล้างจาน เป็นหนึ่งในของใช้คู่ครัวเรือนที่เราสามารถนำมาใช้ประโยชน์อื่นๆ ได้นอกจากการล้างจาน นั่นคือใช้ทำความสะอาดและกำจัดเชื้อรา วิธีการคือนำน้ำยาล้างจานผสมน้ำเปล่าเล็กน้อยจนเข้มข้นแล้วจุ่มแปรงสีฟันใช้แล้วลงไป จากนั้นขัดในบริเวณที่มีเชื้อรา ก่อนจะใช้ผ้าแห้งเช็ดตามเพื่อทำความสะอาดอีกรอบหนึ่ง

น้ำส้มสายชู เช่นเดียวกับน้ำยาล้างจานคือใช้น้ำส้มสายชูผสมน้ำเทใส่ขวดฉีดน้ำ พ่นน้ำให้ทั่วบริเวณที่มีเชื้อราขึ้น ปล่อยทิ้งไว้ ถ้ายังมีเชื้อราหลงเหลืออยู่ให้ทำซ้ำๆ แบบนี้ประมาณ 3 ครั้ง

 

15

เชื่อว่าทุก ๆ คน ต้องมีของบางอย่าง หรือหลาย ๆ อย่างในบ้าน ที่ไม่อยากให้ใครมาเห็น อาจจะเป็นสายไฟระโยงระยาง หรือรองเท้ากีฬาเหม็น ๆ ที่ยังไม่ได้ซัก ถังขยะในห้องครัว ของเหล่านี้ เป็นของที่เราใช้ และมีกันอยู่ในทุก ๆ บ้าน แต่แน่นอนว่าเราคงไม่อยากให้ใครเห็น ทาง condothai ก็มีวิธีที่จะซ่อน ไม่ให้ของเหล่านี้ออกมารกหูรกตา


1.สายไฟ : แน่นอนว่าไม่มีบ้านไหน ไม่ต้องใช้สายไฟ ก็ในเมื่ออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ไฟฟ้า สิ่งอำนวยความสะดวกในบ้าน ล้วนต้องมีสายไฟกันทั้งนั้น แล้วสายไฟเหล่านี้ ก็ระโยงระยางเต็มไปหมด แต่ทั้งนี้เราสามารถซ่อนสายไฟได้ด้วยการหาของมาวางปิดในบริเวณที่สายไฟพาดผ่าน เช่นวางหนังสือ หรือหาของตกแต่งที่ดูดีมาปิดมาบังเอาไว้ 

2.ที่ชาร์จอุปกรณ์มือถือ : ทุกวันนี้เรามีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ที่ต้องชาร์จแบตกันหลายชิ้น ทั้งโทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต กล้องดิจิตอล นาฬิกา แน่นอนว่าที่ชาร์จอุปกรณ์เหล่านี้จะวางเต็มบ้านไปหมด และมันก็ไม่ได้น่าดูสักเท่าไหร่เลย จะเป็นการดีกว่า ถ้าเราจัดทำลิ้นชักสำหรับการชาร์จอุปกรณ์เหล่านี้ให้เป็นที่เป็นทาง จัดแบ่งเป็นชั้น ๆ ว่า ชั้นไหนไว้ชาร์จอะไร บ้านของเราจะเรียบร้อยดูดีขึ้นเยอะ


3.เครื่องปรับอากาศ : บ้านบางหลัง ยังมีเครื่องปรับอากาศแบบเก่า ๆ อาจจะเป็นรุ่นที่วางตั้งพื้น แถมยังดูใหญ่โตเทอะทะ ดีไซน์ไม่สวยงามเหมือนเครื่องรุ่นใหม่ ๆ แต่เราก็สามารถซ่อมได้ ด้วยการหาไม้พาเลท มาตีเป็นกล่องโปร่ง ๆ ปิดไว้ นอกจากจะซ่อนอุปกรณ์ที่ไม่น่าดูได้แล้ว ยังใช้วางของตกแต่งได้อีกด้วย

4.ถังขยะ : เป็นสิ่งที่ต้องมีกันทุกบ้าน แต่ไม่มีใครอยากโชว์ วิธีการซ่อนถังขยะหากลงทุนสักหน่อย ทำถังขยะแบบที่บิวท์อิน ปิดซ่อนเข้าตู้ได้ ก็จะทำให้บ้านดูดีขึ้นมาก

5.บันไดที่เป็นลิ้นชัก : สำหรับบ้านที่มีพื้นที่น้อย แต่มีของมาก บันไดที่เป็นลิ้นชักในตัวนี้เป็นแนวคิดที่ดีมาก ทำให้เราสามารถเก็บของที่ไม่อยากโชว์ ไม่ว่าจะเป็นรองเท้า ร่ม หรือของอื่น ๆ ที่มักจะวางระเกะระกะตามบ้าน


6.กระบะทรายแมว : การมีแมวเป็นสัตว์เลี้ยงในบ้านเป็นเรื่องที่ดี แต่เราก็ต้องมีภาระในการดูแลเรื่องการขับถ่ายของมันด้วย และสิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับบ้านที่เลี้ยงแมวก็คือกระบะทราย ซึ่งแน่นอนว่ามันทั้งเลอะเทอะ ส่งกลิ่น แต่ก็มีวิธีทำให้ดูดีขึ้น ด้วยการหากล่องมาครอบตกแต่งให้มีประตูเปิดปิด หรือทำเป็นม่านปิด เหมือนเป็นห้องน้ำมิดชิด แบบนี้ แมวก็ชอบ เราเองก็สบายตา

หน้า: [1] 2 3 ... 197

???????????