Condothai คอนโดไทย


???????????

กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้

หน้า: [1] 2 3 ... 10
1
“BC บางกอกซิตี้สมาร์ท” โบรกเกอร์พร็อพเพอร์ตี้ชั้นนำเครือ AP สร้างสถิตินิวไฮต่อเนื่อง ยอดขายปี 2560 โต 65% สูงเป็นประวัติการณ์กว่า 10,000 ล้านบาท เผยกลยุทธ์สำคัญ – ผนึกกำลังเอเจนท์อินเตอร์บุกตลาดเอเชีย 5 ประเทศ


ชี้ปี 2561 เทรนด์ตลาดรีเซล/ตลาดปล่อยเช่า โซนสุขุมวิท เชื่อมต่ออโศก – พระราม 9 ไปได้สวย ผลตอบแทนการลงทุนประมาณ 6-7% ต่อปี

เตรียมสร้างสถิตินิวไฮครั้งใหม่ ตั้งเป้ายอดขายปีนี้ที่ 15,000 ล้านบาท

ขยายฐานลูกค้าต่างชาติ ตั้งหน่วยงานใหม่ – จับมือพันธมิตรเอเจนท์พร็อพเพอร์ตี้รุก 5 ตลาดสำคัญในเอเชีย: ญี่ปุ่น ฮ่องกง สิงค์โปร์ ไต้หวัน และจีน

บริษัท บางกอกซิตี้สมาร์ท จำกัด (หรือ BC) ผู้นำด้านที่ปรึกษา การลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ใจกลางเมืองแบบครบวงจร ประกาศสถิติใหม่สร้างยอดขายพร็อพเพอร์ตี้ปี 2560 ด้วยมูลค่าถึง 10,000 ล้านบาท เผยดีมานด์ตลาดคอนโดรีเซลเพื่ออยู่อาศัยจริง ยอดขายเพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดดกว่า 65% โดยเฉพาะคอนโดที่กำลังก่อสร้างแล้วเสร็จสองทำเลเด่น สุขุมวิท และอโศกเชื่อมต่อพระราม 9 พร้อมสร้างการเติบโตต่อเนื่องในปี 2561 รุกขยายฐานลูกค้าต่างชาติ ตั้งหน่วยงานใหม่ พร้อมจับมือเอเจนท์ชั้นนำบุกตลาด 5 ชาติหลัก ได้แก่ ญี่ปุ่น ฮ่องกง สิงคโปร์ ไต้หวัน และจีน ตั้งเป้าสิ้นปีปิดยอดขายรวม 15,000 ล้านบาท


นายขยล ตันติชาติวัฒน์ ผู้อำนวยการ บริษัท บางกอกซิตี้สมาร์ท จำกัด (BC) ผู้ดำเนินธุรกิจตัวแทนด้านอสังหาริมทรัพย์ ครอบคลุมบริการรับฝากขาย ฝากเช่า ในเครือบริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ผลการดำเนินงานปี 2560 ของบริษัทฯ ประสบความสำเร็จอย่างมาก สร้างนิวไฮสูงสุด ในประวัตการณ์ ด้วยยอดขายมูลค่าพร็อพเพอร์ตี้ที่เทรดผ่านบริษัทฯ รวมทั้งสิ้นถึง 10,000 ล้านบาท เติบโตกว่า 65% จากปีก่อน (2559) และทะลุเป้ายอดขายที่ตั้งไว้ 7,000 ล้านบาท โดยสัดส่วนยอดขายที่เกิดขึ้นแบ่งเป็นจากสินค้ารีเซล 60% และโครงการใหม่ 40% ซึ่งส่วนหนึ่งของความสำเร็จที่เกิดขึ้นนั้น เป็นผลจากการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของดีมานด์ลูกค้าที่สนใจคอนโดรีเซลที่เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้ากว่า 50% ถือได้ว่าสะท้อนภาพความสำเร็จด้านการเป็นพร็อพเพอร์ตี้เอเจนท์ชั้นนำที่ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้า ทั้งด้านการบริการและการบริหารการลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ของบริษัทฯ ได้เป็นอย่างดี”

สำหรับภารกิจในปี 2561 BC มุ่งสู่เป้าหมายครองความเป็นผู้นำพร็อพเพอร์ตี้เอเจนท์ของเมืองไทย โดยยังมุ่งเน้นการบริหารสัดส่วนทั้งสินค้ารีเซลและปล่อยเช่า โฟกัสทำเลใจกลางเมือง (CBD) ที่มีศักยภาพการเติบโตได้ รวมถึงการมีทีมงานคุณภาพ ความเป็นมืออาชีพ ทั้งในเรื่องของการให้คำปรึกษาลูกค้า และการเจรจาต่อรอง อีกทั้งการเดินหน้าขยายเครือข่ายและฐานข้อมูลลูกค้าที่ใหญ่ขึ้น โดยในปีนี้บริษัทฯ ได้รับมอบหมายในการเป็นตัวแทนด้านอสังหาริมทรัพย์เข้ามาบริหารจัดการดูแลการขายคอนโดมิเนียมเครือเอพี (บริษัทแม่) ในตลาดต่างประเทศอย่างเป็นทางการ ซึ่งได้มีการจัดตั้งหน่วยงานใหม่ สำหรับการเจาะตลาดลูกค้าต่างชาติโดยเฉพาะ อีกได้ผนึกกำลังพันธมิตรพร็อพเพอร์ตี้เอเจนท์ชั้นนำ เพื่อบุกตลาด 5 ชาติศักยภาพดังกล่าว ในการนำสินค้าไปโรดโชว์ในต่างประเทศ คาดว่าจะสามารถปิดยอดขายมูลค่าพร็อพเพอร์ตี้สิ้นปี 2561 ที่ 15,000 ล้านบาทได้ตามเป้า

“ในส่วนแนวโน้มตลาดรีเซลและปล่อยเช่าปีนี้ ด้วยปัจจัยบวกจากภาพรวมตลาดอสังหาฯ ที่มีแนวโน้มเติบโตขึ้นตามการคาดการณ์เศรษฐกิจประเทศที่น่าจะโตได้ถึง 4% อีกทั้งความคืบหน้าโครงการลงทุนโครงข่ายรถไฟฟ้าของภาครัฐ ล้วนเป็นดัชนีที่ดันความเชื่อมั่นในการซื้อ-ขาย และลงทุนสินค้าอสังหาฯ ให้เกิดขึ้น โดยเฉพาะตลาดคอนโดระดับกลางถึงไฮเอนด์ใจกลางเมืองที่แนวโน้มยังดีต่อเนื่อง เพราะนอกจากชาวไทยที่เป็นลูกค้ากลุ่มหลักแล้ว ยังพบความต่อเนื่องของดีมานด์ลูกค้าต่างชาติที่ซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริงและลงทุนอีกด้วย” นายขยล กล่าว

จากการสำรวจโดยฝ่ายวิจัยบางกอกซิตี้สมาร์ท พบว่า ทำเลสินค้ารีเซล–ปล่อยเช่าคอนโดที่น่าจับตา ได้แก่ โซนสุขุมวิทตอนต้น ถึงตอนกลาง (นานา–อโศก-พระโขนง) ที่เป็นทำเลรวมออฟฟิศชั้นนำทั้งต่างชาติและไทย และแหล่งไลฟ์สไตล์ขนาดใหญ่ โดยมีการปล่อยเช่าห้องขนาด 1 ห้องนอน ราคาเช่าเฉลี่ยอยู่ที่ 700 บาทต่อตารางเมตรขึ้นไป หรือให้ผลตอบแทนจากการเช่าประมาณ 6-7%และโซนเชื่อมต่ออโศก–พระราม 9 เนื่องด้วยค่าครองชีพย่านนี้ไม่สูงมากนักหากเทียบกับย่านอื่นกลางใจเมือง อีกทั้งอยู่ใกล้อาคารสำนักงานชั้นนำ และจากการสำรวจพบสัดส่วนการเข้าอยู่อาศัยของคนเมืองวัยทำงานในโซนนี้มีสูง รวมถึงมีผู้เช่า Expat ต่อเนื่อง โดยอัตราการเข้าอยู่และผลตอบแทน (yield)  เติบโตเพิ่มขึ้นไปในทิศทางเดียวกัน เช่น The ADDRESS อโศก RHYTHM อโศก 2 RHYTHM อโศก หรือ ASPIRE พระราม 9 เป็นต้น มีอัตราการเข้าอยู่เฉลี่ยกว่า 85% ทุกโครงการ แบ่งสัดส่วนเป็นผู้ซื้ออยู่เอง 60% และปล่อยเช่า 40% โดยเป็นผู้เช่าชาวเอเชีย อาทิ ไต้หวัน เกาหลี ญี่ปุ่น และ จีน และราคาปล่อยเช่าเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 20,000 – 50,000  บาทต่อเดือน ขณะที่ผลตอบแทนการลงทุนอยู่ที่ประมาณ 5 – 6% ต่อปี ซึ่งนับว่าทั้ง 2 ทำเลนี้เป็นทำเลที่มีศักยภาพมูลค่าเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง เหมาะสมกับการซื้อเพื่อการลงทุน” นายขยล กล่าวเพิ่มเติม

ปัจจุบัน บางกอกซิตี้สมาร์ท มีพอร์ตสินค้าคอนโดมิเนียมรีเซลทำเลใจกลางเมือง (CBD) มากกว่า 15,000 ยูนิต (ทั้งสร้างเสร็จและอยู่ระหว่างการก่อสร้าง) มูลค่าพร็อพเพอร์ตี้ประมาณ 80,000 ล้านบาท แบ่งเป็นคอนโดเครือ เอพี (ไทยแลนด์) ประมาณ 50% และคอนโดแนวรถไฟฟ้าจากดีเวลลอปเปอร์อื่นๆ อีก 50% และมีพอร์ตสินค้าคอนโดมิเนียมปล่อยเช่าประมาณ 5,000 ยูนิต มูลค่าพร็อพเพอร์ตี้ประมาณ 20,000 ล้านบาท โดยแต่ละปีบริษัทฯ สามารถระบายสินค้าออกไปประมาณกว่า 2,500 ยูนิต ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสินค้าระดับราคาประมาณ 5 ล้านบาทต่อยูนิตขึ้นไป

ที่มา : บางกอกซิตี้สมาร์ท
2
สาระความรู้ / หลังคาสีไหน…ใช้แล้วถูกหลักฮวงจุ้ย
« กระทู้ล่าสุด โดย admin เมื่อ วันนี้ เวลา 10:08:13 AM »

สีสันและวัสดุของหลังคาบ้านนั้น มีผลต่อความสวยงาม และความทันสมัยของบ้าน บ้านในแนวใหม่ ๆ มีการเลือกใช้วัสดุและทำหลังคาที่มีความหลากหลาย หลังคา เพดานบ้าน ล้วนเป็นองค์ประกอบที่มีความสำคัญทางสถาปัตยกรรม แต่ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นสีสันที่สดใส สีเข้มที่ดูภูมิฐาน หรือสีโลหะที่ทันสมัย ก็ล้วนให้ความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ แต่สำหรับผู้ที่มีความเชื่อเรื่องฮวงจุ้ย อาจจะต้องพิจารณาความเหมาะสม และความหมายของสีหลังคาแบบต่าง ๆ ร่วมด้วย ดังนี้

1.หลังคาสีเขียว : หลักฮวงจุ้ยบอกว่า สีเขียวเป็นสัญลักษณ์ของธาตุดิน และเราสามารถใช้สีที่แสดงถึงธาตุดังกล่าวกับหลังคาบ้านได้ด้วยสีเขียว ร่วมกับโครงสร้างที่เป็นไม้ สีเขียวนั้น ถือว่าเป็นสีที่หลักฮวงจุ้ยชอบใช้ และแนะนำสำหรับการนำมาใช้เป็นสีหลังคา เพราะเชื่อว่าจะทำให้โชคดี สุขภาพดี มีความมั่งคั่ง อีกทั้งยังให้ความกลมกลืนกับสภาพแวดล้อมด้วย


2.หลังคาสีน้ำตาล : เป็นสีที่ดูโดดเด่น มีเสน่ห์ สงบ และสบาย อาจจะเลือกได้ทั้งสีน้ำตาลอ่อน น้ำตาลส้ม และน้ำตาลเข้ม สีหลังคาในโทนนี้ ไปได้ดีกับสีทอง สีทรายโลหะ หากใช้วัสดุที่มีสีเหล่านี้ ตกแต่งภายนอก ก็จะยิ่งทำให้บ้านที่มีหลังคาสีน้ำตาลนี้ ดูน่าสนใจมากยิ่งขึ้น


3.หลังคาสีแดง : สีแดงนั้น เป็นสัญลักษณ์ของธาตุไฟ มีทั้งความอันตราย และพลังแห่งความสร้างสรรค์ เป็นอีกสีหนึ่งที่ได้รับความนิยมในการนำมาออกแบบทางสถาปัตยกรรม สีแดงที่จะนำมาใช้ในการทำหลังคานั้น เลือกได้ทั้งสีแดงสด สีแดงบรอนซ์ สีน้ำตาลอมแดง และแดงเข้ม


4.หลังคาสีฟ้าและสีดำ : ทั้งสองสี เป็นสัญลักษณ์ของธาตุน้ำ เป็นสีที่ทำให้เกิดการไหลเวียนของพลังในเชิงบวกรอบ ๆ บ้าน เป็นการเสริมความมั่งคั่ง นำพาความโชคดีเข้ามา อาจจะเลือกใช้สีเทาเข้มก็ได้เช่นกัน

ที่มา : sanook
3

แม้เราจะเช่าอพาร์ทเมนท์หรือคอนโดมิเนียมอยู่ แต่เราคงอยากตกแต่งห้องที่เราอยู่ให้มีบรรยากาศเป็นไปอย่างที่เราชอบ ซึ่งช่วยทำให้ห้องๆ นั้นน่าอยู่มากขึ้น แต่พอคิดจะตกแต่งอะไร เราก็กังวลกับการที่จะต้องเจาะ ตอก ติด เพราะการเจาะ ตอกหรือทำให้ส่วนใดส่วนหนึ่งของห้องเกิดความเสียหาย รับรองโดนปรับแน่นอน แต่มันก็มีเทคนิคง่ายๆ ที่ผู้เช่าสามารถเนรมิตห้องเช่าของตัวเองให้กลายเป็นห้องในฝันได้แบบไม่ต้องเจาะ และโดนปรับ มีวิธีไหนบ้างมาดูกัน


ตะขอติดผนัง : ตะขอติดผนังที่เราเห็นวางขายทั่วไปนั้นใช้งานได้ทนทานพอสมควร อย่างน้อยก็ใช้แขวนหรือติดตั้งชั้นแบบน้ำหนักเบาๆ ได้ หรือแม้แต่แขวนผ้าม่านที่น้ำหนักไม่มากได้เช่นกัน

แท่งแม่เหล็ก : เป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับคนที่ต้องการเก็บของในแนวตั้ง โดยติดแท่งแม่เหล็กไว้กับแกนเหล็กหรือโลหะแล้วนำอุปกรณ์ ของใช้ต่างๆ ไปติดแทน


ตะขอตัวเอส : เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์พิเศษราคาประหยัด และยังสารพัดประโยชน์ ส่วนมากใช้สำหรับแขวน แต่เราต้องหาตำแหน่งที่เหมาะสมแขวนเอาเอง

ชั้นวางของแบบแขวนกับประตู : ปัจจุบันมีชั้นวางของที่สามารถแขวนกับขอบประตูได้แบบแนบสนิท นอกจากสะดวกสบายไม่ต้องเจาะหรือตอกผนังแล้ว ยังช่วยประหยัดพื้นที่ในห้องอีกด้วย

ชั้นวางของแบบสุญญากาศ : ถ้าหมั่นเดินตลาดหรือร้านขายของตกแต่งบ้านอยู่เรื่อยๆ จะเห็นของตกแต่งบ้านเพื่อช่วยประหยัดพื้นที่ และสะดวกต่อการใช้งาน ชั้นวางของแบบสุญญากาศก็เช่นกัน เหมาะกับนำมาใช้แขวนของในห้องน้ำโดยติดที่ผนังห้อง


สติกเกอร์ : เป็นอีกหนึ่งประเภทการตกแต่งที่ใช้ได้ดีหากคุณไม่อยากเสียเงินมัดจำ หรือโดนปรับ แต่ต้องเลือกประเภทสติกเกอร์ที่สามารถลอกออกได้โดยไม่ทำร้ายพื้นผิวผนัง

ที่มา : sanook
4

การสร้างบ้านนอกจากจะให้ความสำคัญเรื่องการเลือกผู้รับเหมา งานโครงสร้าง การออกแบบ ดีไซน์ทั้งภายในและภายนอกแล้ว “งานระบบท่อ” ก็เป็นอีกเรื่องสำคัญที่เจ้าของบ้านส่วนหนึ่งมักมองข้าม เพราะส่วนใหญ่เรามักจ้างผู้รับเหมาให้ดูแลทั้งระบบให้อยู่แล้ว แต่เนื่องจากระบบท่อจะอยู่คู่กับเราไปตลอด หากเริ่มต้นวางระบบท่อแบบไม่ได้มาตรฐาน การดูแลซ่อมแซมอาจเป็นเรื่องยุ่งยาก ทำลายทัศนียภาพของบ้านและมีราคาสูง ดังนั้นเจ้าของบ้านจึงควรรู้เรื่องระบบท่อก่อนลงมือสร้างบ้านไว้บ้างเพื่อจะได้รู้ว่าผู้รับเหมาใช้ของมีคุณภาพ หรือวางระบบได้มาตรฐานหรือคุ้มกับค่าใช้จ่ายหรือไม่

เลือกวัสดุได้เหมาะสมต่อการใช้งานแต่ละประเภทหรือเปล่า ท่อประปามีทั้งหมด 3 ประเภทคือท่อพีวีซี หรือท่อประปาสีฟ้าแบบที่ใช้งานทั่วไป คุณสมบัติเด่นคือเหนียว และยืดหยุ่นสูง สามารถทนต่อสภาพกรดและด่าง ปลอดภัยจากสารพิษ เหมาะกับงานภายในอาคาร และน้ำที่มีอุณหภูมิเกิน 60 องศาเซลเซียส ท่อพีพีอาร์ (PP-R) ซึ่งมี 2 ประเภทคือท่อพีพีอาร์สำหรับระบบประปาน้ำอุ่น และสำหรับน้ำร้อน คุณสมบัติเป็นฉนวนความร้อนช่วยรักษาอุณหภูมิได้ดี ท่อและข้อต่อเชื่อมเป็นเนื้อเดียวกัน โดยวิธีการให้ความร้อนจากเครื่องเชื่อมนิยมใช้กับงานอาคารสูง ราคาไม่แพง สามารถใช้แทนท่อเหล็กได้

การเลือกท่อควรเลือกสินค้าที่มีแบรนด์น่าเชื่อถือและมีตรามาตรฐานการผลิตอุตสาหกรรม (มอก.)พร้อมตัวเลขบอกขนาดกำกับไว้อย่างชัดเจน หรือท่อประปาที่ได้รับฉลากสีเขียวที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ผลิตจากวัสดุที่คำนึงถึงความปลอดภัยในการใช้งาน


การเดินระบบท่อประปาภายในบ้าน แบ่งได้เป็น 2 ลักษณะคือการเดินท่อแบบลอยตัว คือการวางระบบท่อติดผนังหรือเพดาน การวางระบบท่อในลักษณะนี้มีข้อดีในการดูแลซ่อมบำรุงหรือการติดตั้งงานระบบเพิ่มเติมภายหลัง แต่มีข้อเสียคืออาจไม่เข้ากับบ้านในดีไซน์ต่างๆ เช่นบ้านที่ต้องการความเรียบร้อยในการตกแต่ง เนื่องจากสามารถเห็นได้อย่างชัดเจน แต่เหมาะสมกับบ้านในสไตล์ลอฟท์ (Loft) หรืออินดัสเทรียล (Industrial) และอีกหนึ่งลักษณะ คือ การเดินท่อแบบฝังภายในพื้นหรือผนัง เป็นการวางระบบท่อแบบเจาะสกัดผนังหรือพื้นเพื่อเดินท่อ ก่อนฉาบปูนทับ มีข้อดีคือทำให้บ้านดูเรียบร้อยและสวยงาม แต่ข้อเสียคือการซ่อมแซมและบำรุงรักษามีความยุ่งยากและราคาสูง หรือควรออกแบบให้มีช่องเซอร์วิสหรือช่องชาฟต์ (Shaft) เพื่อให้ง่ายต่อการซ่อมบำรุง

การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับระบบท่อ ก็เป็นเรื่องที่สำคัญไม่แพ้กัน อย่างน้ำยาประสานท่อ ที่มีอยู่ 2 ชนิดด้วยกัน คือ ชนิดเข้มข้น น้ำยามีความหนืดสูง สามารถยึดติดท่อได้อย่างรวดเร็ว และรับแรงดันได้สูง เหมาะกับงานคุณภาพสูง เช่น งานอาคารสูง ส่วนชนิดใสจะมีความหนืดต่ำ ทำให้สามารถใช้งานได้ง่ายขึ้น  เหมาะสำหรับงานบ้านและอาคารทั่วไป ส่วนเทปพันเกลียว  ใช้สำหรับพันเกลียวข้อต่อของท่อ  เพื่อให้การขันเกลียวมีความหนาแน่นมากขึ้น และกันน้ำไม่ให้รั่วซึมออกมา รวมถึงน้ำยาทำความสะอาดท่อพีวีซี  ใช้สำหรับทำความสะอาดท่อเมื่อข้อต่อเปื้อนคราบน้ำมันหรือสารหล่อลื่นต่างๆ ในท่อ ที่เราไม่สามารถใช้มือเข้าไปทำความสะอาดได้ ทั้งหมดนี้ล้วนควรใช้ผลิตภัณฑ์ที่ได้การรับรอง หรือสินค้าที่มีคุณภาพเช่นกัน

การเลือกผู้รับเหมาที่มีความชำนาญและน่าเชื่อถือได้ ควรเลือกผู้รับเหมาที่มีชื่อเสียง พิจารณาจากผลงานที่ผ่านมา การรับประกันผลงาน และควรสอบถามหาข้อมูลจากหลายๆ เจ้า เพื่อเปรียบเทียบทั้งราคาและคุณภาพ และที่สำคัญคือเจ้าของบ้านและผู้รับเหมาควรมีสัญญาว่าจ้างกันอย่างถูกต้อง ชัดเจนและเป็นไปตามกฎหมาย เพื่อให้งานออกมาตามที่ตกลง และหากมีข้อผิดพลาดเจ้าของบ้านจะสามารถดำเนินการทางกฎหมายได้

ที่มา : sanook
5
สาระความรู้ / สำรวจให้ดีก่อนซื้อบ้าน ระวังเจอ 6 “ฮวงจุ้ย” พลังลบ
« กระทู้ล่าสุด โดย admin เมื่อ วันนี้ เวลา 09:33:31 AM »

หากคุณกำลังมองหาบ้าน คอนโดมิเนียม ทาวน์เฮาส์ หรือที่พักอาศัยใหม่ เรื่อง “ฮวงจุ้ย” เป็นเรื่องหนึ่งที่คุณไม่ควรมองข้าม เพราะคุณอาจชอบบ้านหลังดังกล่าวมาก แต่กลับไม่รู้ว่ามี “ฮวงจุ้ย” พลังลบซ่อนอยู่ มาสำรวจกันดีกว่าว่ามีจุดไหนของบ้านบ้างที่อาจเป็นฮวงจุ้ยพลังลบ

1.ประตูด้านหน้าตรงกับประตูด้านหลัง นี่เป็นหนึ่งในฮวงจุ้ยที่ไม่ดีเพราะถ้าประตูหน้ากับประตูหลังบ้านตรงกันพอดี พลังดีที่ไหลเข้ามาภายในบ้านจะพุ่งตรงออกไปทางประตูหลังทันที ไม่เกิดการกักเก็บหรือหมุนเวียนพลังอยู่ภายใน

2.บันไดบ้านหันหน้าตรงกับประตูหลัก หากเปิดประตูเข้ามาในบ้านแล้วเจอบันได ตามความเชื่อของหลักฮวงจุ้ยแล้วถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่ควร เนื่องจากเมื่อพลังไหลเข้ามาภายในตัวบ้านแล้วจะวิ่งผ่านขึ้นบันไดไปอย่างรวดเร็ว ทำให้ไม่มีการกักเก็บพลังชี่ซึ่งเป็นพลังที่ดีไว้ภายในบ้าน

3.ห้องน้ำตรงกับประตูหน้า ถ้าเป็นเช่นนี้พลังงานดีที่จะไหลออกจากบ้านไปอย่างรวดเร็ว

4.บันไดอยู่กลางบ้าน ถือเป็นฮวงจุ้ยที่ไม่ดี

5.ห้องน้ำอยู่กลางบ้าน ศูนย์กลางของบ้านถือเป็นหัวใจสำคัญของพลังหยินหยาง แต่ไม่ควรเป็นที่ตั้งของห้องน้ำ

6.ห้องนอนอยู่เหนือโรงจอดรถ ห้องนอนไม่ควรตั้งอยู่เหนือโรงจอดรถ เนื่องจากโรงจอดรถมีพลังเคลื่อนไหวเข้าออกอยู่ตลอดเวลา ซึ่งตามหลักแล้วอาจส่งผลให้เรานอนไม่หลับเพราะไม่มีความสงบ

ที่มา : sanook
6
สาระความรู้ / เนรมิตสวนภายนอกมาไว้ในบ้าน (ฉบับคนเมือง)
« กระทู้ล่าสุด โดย admin เมื่อ วันนี้ เวลา 09:27:31 AM »

คนส่วนใหญ่ในเมืองหลวงที่ค่อนข้างจะมีพื้นที่อาศัยอยู่อย่างจำกัด ไม่มีพื้นที่ทำสวน จัดสวนสวยไว้ชื่นชมและผ่อนคลายยามเมื่อกลับบ้าน เรามีไอเดียเนรมิตตกแต่งภายใน ให้ห้องและแบบบ้านกลายเป็นสวนสวย ไว้คอยตอนรับแขกผู้มาเยือน หรือผู้อยู่อาศัยได้รับรู้ถึงบรรยากาศของท้องทุ่งหญ้าเขียวขจี เพื่อสร้างความรู้สึกสดชื่น เบิกบาน สำราญใจ ยามได้เข้ามาพักผ่อนในห้องนี้


มุมโปรดข้างหน้าต่าง ส่วนสำคัญที่สุดของการตกแต่งควรเน้นเรื่องสีที่มีความเป็นธรรมชาติ ด้วยการคุมโทนสีขาว สีเทา และสีเขียวเป็นส่วนใหญ่ หากต้องการความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ ควรจัดมุมตกแต่งให้เห็นวิวทิวทัศน์ด้านนอก ด้วยหน้าต่างกระจกบานใหญ่ หรือมุมที่มีหน้าต่างกระจกรอบทิศทาง เสริมด้วยเก๋ไก๋ด้วยของตกแต่งโทนสีไม้ จะช่วยเพิ่มความรู้สึกผ่อนคลายมากยิ่งขึ้น เติมความสดชื่นด้วยกระถางเล็กๆกลายเป็นมุมจัดสวนภายในบ้าน อีกหนึ่งไอเดียที่เหมาะกับบ้านพื้นที่จำกัดค่ะ


คืนชีวิตชีวาให้ห้องโถง สร้าง Display เก๋ๆ ด้วยกระถางต้นไม้และดอกไม้ หาชั้นวางไม้เก๋ๆ เพื่อโชว์คอลเล็กชั่นกระถางต้นไม้ ดอกไม้ หลากหลายสไตล์ไม่ว่าจะเป็นกระถางกระเบื้องเซรามิก, ตะกร้า หรือกระถางต้นไม้ที่ทำมาจากสังกะสีเป็นต้น ด้วยการปลูกพืชในร่มที่มีขนาดเล็กๆ ซี่งสามารถปลูกได้ทั้งไม้ใบและไม้ดอก รวมไปจึงแจกัน สร้างความพิเศษให้กับพื้นที่นั้นๆแบบไม่ยุ่งยากเลยค่ะ


เลือกใช้วัสดุธรรมชาติ เลือกเฟอร์นิเจอร์ทำจากวัสดุธรรมชาติ เฟอร์นิเจอร์ที่นำมาตกแต่งควรทำมาจากวัสดุธรรมชาติ เช่นจากไม้และผ้า ซึ่งจะให้ความรู้สึกถึงบรรยากาศแสนสดชื่น สบายกาย สบายใจ อาจสนุกกับการตกแต่งด้วยกระถางเล็กเช่นเรียงรายไว้บนโต๊ะริมผนังกระจกขนาดใหญ่ ช่วยเพิ่มสีสันแบไม่ยุ่งยากค่ะ อีกทั้งยังได้เพลิดเพลินไปกับบรรยากาศด้านนอกอีกด้วย


ผ่อนคลายด้วยโทนสีเรียบเหมือนอยู่ในสวน เครื่องใช้และของตกแต่งบ้านดีไซน์เรียบ ... สิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ ที่นำมาตกแต่งบ้านควรมีลักษณะดีไซน์เรียบ สไตล์โมเดิร์น ไม่ควรมีสีสันจัดจ้าน เพราะเนื่องจากอาจจะไปลดทอนความรู้สึกผ่อนคลาย สงบนิ่งเงียบลงได้ สิ่งของที่นำมาตกแต่งอาจจะประกอบไปด้วยชั้นวางหนังสือและนิตยสารภายในห้องนั่งเล่น ชุดโต๊ะกาแฟขนาดปานกลาง โคมไฟประดับ ด้านบนตกแต่งด้วยดอกไม้แห้ง หรือหญ้าแห้ง เป็นต้น


ผนังสีเขียวเติมความสดชื่น การนำสวนมาไว้ในบ้านไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป ลองทาผนังสีเขียวดู เพิ่มโต๊ะไม้แบบติดผนัง อารมณ์เหมือนนั่งอยู่ในบาร์กลางสวน ประดับด้วยดอกไม้ปลอม กรอบรูปผีเสื้อ สำหรับคนที่อยากคืนธรรมชาติให้บ้าน ไอเดียนี้แนะนำเลยค่ะ

ไอเดียสร้างสรรค์บรรยากาศภายในบ้านให้สวนมาอยู่ในบ้านเป็นสิ่งที่จำเป็น และต้องการการปรับเปลี่ยนเพื่อให้ได้บรรยากาศที่แปลกใหม่ ไม่ซ้ำซากจำเจ ทั้งนี้เพราะการใช้ชีวิตส่วนใหญ่มักจะใช้เวลาอยู่บ้านอันแสนอบอุ่นของเราเอง เราคิดว่าสิ่งสำคัญยิ่งกว่าบรรยากาศที่ทำให้คนในบ้านรู้สึกดีแล้ว ความรัก ความเข้าใจ ความห่วงหาอาทรซึ่งกันและกันเป็นเรื่องที่ต้องการความดูแลเอาใจใส่ในทุกๆ วัน

ที่มา : sanook
7
ข่าวสาร / ตลาดคอนโดแข่งเดือด สร้างจุดต่างชิงกำลังซื้อ
« กระทู้ล่าสุด โดย admin เมื่อ วันนี้ เวลา 08:55:48 AM »

โดย...โชคชัย สีนิลแท้
ภาพรวมตลาดคอนโดมิเนียมกรุงเทพ มหานคร ไตรมาส 4 ปี 2560 บรรดาผู้ประกอบการยังเดินหน้าเปิดตัวโครงการใหม่อย่างต่อเนื่อง รับกับแหล่งงานและความต้องการอยู่อาศัยในเมืองมากขึ้น

รัชภูมิ จงภักดี ผู้จัดการทั่วไป บริษัท คอลลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) เปิดเผยผลสำรวจตลาดคอนโดมิเนียมในไตรมาส 4/2560 พบว่าอุปทานคอนโดมิเนียมเปิดขายใหม่มีประมาณ 15,630 ยูนิต แต่ยังคงน้อยกว่าไตรมาส 3/2560 ประมาณ 15% ที่เปิดขายใหม่ 1.88 หมื่นยูนิต ส่งผลให้ภาพรวมคอนโดมิเนียมทั้งหมดที่เปิดขายปี 2560 อยู่ที่ประมาณ 58,650 ยูนิต มากกว่าปี 2559 ประมาณ 28%

โครงการคอนโดมิเนียมส่วนใหญ่ที่เปิดขายในไตรมาส 4 นั้นตั้งอยู่ในพื้นที่ตามแนวรถไฟฟ้าที่กำลังก่อสร้างอยู่ในปัจจุบัน เพราะในทำเลเหล่านั้นผู้ประกอบการสามารถเปิดขายที่ระดับราคา 5 หมื่น-1.2 แสนบาท/ตร.ม. ซึ่งเป็นราคาที่เหมาะสมกับกำลังซื้อ

ผู้ประกอบการในตลาดหลักทรัพย์ยังคงเป็นผู้ที่ขับเคลื่อนตลาดคอนโด มิเนียมในกรุงเทพฯ เพราะคอนโดมิเนียมประมาณ 81% ที่เปิดขายในไตรมาส 4/2560 พัฒนาโดยผู้ประกอบการรายใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์ และ 85% ของคอนโดที่เปิดขายตั้งอยู่ในพื้นที่ตามแนวรถไฟฟ้าที่กำลังก่อสร้าง โดยเฉพาะพื้นที่ตามแนวเส้นทางสายสีน้ำเงิน

แม้ว่าเศรษฐกิจของประเทศปี 2560 จะมีแนวโน้มเป็นบวก แต่กำลังซื้อในตลาดคอนโดมิเนียมกลับเพิ่มขึ้นไม่มากนัก ยูนิตเหลือขายในตลาดอยู่ประมาณ 4.5 หมื่นยูนิต และกลายเป็นเรื่องที่ผู้ประกอบการทุกรายกังวลมากพอสมควร เพราะว่าผู้ประกอบการทุกรายจำเป็นต้องขยายตัวทุกๆ ไตรมาส ซึ่งไม่สามารถชะลอการเปิดขายโครงการใหม่และเร่งปิดการขายยูนิตที่เหลือขายก่อน บรรดาผู้ประกอบการจึงจำเป็นต้องสร้างความแตกต่างให้กับโครงการของตนเอง ทั้งเรื่องการออกแบบ รูปแบบโครงการ รูปแบบห้องพัก รวมไปถึงพื้นที่ส่วนกลาง เพื่อดึงดูดความสนใจของผู้ซื้อ

นอกจากนี้ ผู้ประกอบการยังพยายามหาช่องทางในการขายให้กับผู้ซื้อและนักลงทุนชาวต่างชาติก่อนเปิดขายให้กับคนไทย แม้ว่าโครงการคอนโดมิเนียมหลายโครงการที่เปิดขายในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมามีราคาขายสูงกว่าราคาเฉลี่ยของโครงการอื่นๆ ในทำเลนั้น

สำหรับคาดการณ์แนวโน้มของตลาดคอนโดมิเนียมในปี 2561 ในแง่ของอุปทานคาดว่าจะเพิ่มขึ้นอีกไม่ต่ำกว่า 5.5-6 หมื่นยูนิตในกรุงเทพฯ ชั้นในและเขตรอบกรุงเทพฯ อุปทานใหม่คาดว่าจะใกล้เคียงกับอุปทานใหม่ในปี 2560 หรืออาจมากกว่าหรือน้อยกว่าประมาณ 5% ขึ้นอยู่กับนโยบายของภาครัฐที่เอื้อประโยชน์ให้กับธุรกิจอสังหาฯ และภาพรวมเศรษฐกิจ

ขณะเดียวกัน จะเห็นการร่วมทุนในการพัฒนาโครงการระหว่างบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ไทยกับบริษัทต่างชาติมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มทุนจากประเทศจีน ญี่ปุ่น ฮ่องกง และสิงคโปร์

ทางด้านอุปสงค์ความต้องการ ดัชนีความเชื่อมั่นในการซื้อที่อยู่อาศัยใหม่ที่สำรวจโดยศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เมื่อเดือน ส.ค. 2560 พบว่าอยู่ที่ประมาณ 56% ซึ่งการที่ความเชื่อมั่นปรับลดลงนั้นสะท้อนให้เห็นต่อภาวะเศรษฐกิจไทยในระยะยาว แม้ว่าตัวเลขเศรษฐกิจจะมีสัญญาณบวกและขยายตัวในปี 2560 แต่การขยายตัวดังกล่าวยังไม่มีผลต่อคนไทยส่วนใหญ่ จึงทำให้ความเชื่อมั่นในการซื้อที่อยู่อาศัยยังคงต่ำอยู่

ทางด้านอัตราการขายเฉลี่ยของคอนโดในกรุงเทพฯ อยู่ที่ประมาณ 75% และมียูนิตเหลือขายในตลาดประมาณ 4.5 หมื่นยูนิต โดยประมาณ 54% ของยูนิตที่เหลือขายอยู่ในตลาดระดับราคาขาย 50,001-1 แสนบาท/ตร.ม. แม้ว่าผู้ประกอบการหลายรายจะเพิ่มสัดส่วนลักซ์ชัวรี่เข้ามามากขึ้นก็ตาม แต่ก็ไม่สามารถทิ้งตลาดระดับกลาง-ล่างได้ เนื่องจากเป็นตลาดใหญ่ที่สุด

อย่างไรก็ตาม การขายเฉลี่ยคอนโดมากกว่า 2 แสนบาท/ตร.ม. จะได้ผู้ซื้อชาวต่างชาติเป็นกลุ่มเป้าหมายใหม่ของผู้ประกอบการ โดยเฉพาะโครงการที่อยู่บริเวณสุขุมวิท รัชดาภิเษก ขณะที่ราคาขายในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา มีการปรับขึ้นเฉลี่ย 15-20% ต่อปี หรือมากกว่านี้ในบางทำเล คอนโดที่เปิดขายในไตรมาส 4 ปีที่ผ่านมาส่วนใหญ่มีราคาขายต่ำกว่า 1 แสนบาท/ตร.ม. ซึ่งในไตรมาส 4 ไม่ได้ปรับสูงขึ้นมากนักแต่ก็ปรับขึ้นมากกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน

ทั้งนี้ ประเมินว่าราคาคอนโดพื้นที่ กรุงเทพฯ ชั้นในปี 2561 คาดว่าจะปรับตัวสูงขึ้น 10-15% พื้นที่รอบนอกปรับขึ้น 5-8% ส่งผลให้ราคาเฉลี่ยของตลาดปรับขึ้นอีกอย่างน้อย 8-10% โดยเฉพาะปัจจัยด้านต้นทุนราคาที่ดินในเมืองที่ปรับสูงขึ้นอย่างมาก 

ที่มา : โพสต์ทูเดย์
8
ข่าวสาร / อสังหาริมทรัพย์สะท้อนเศรษฐกิจประเทศ
« กระทู้ล่าสุด โดย admin เมื่อ วันนี้ เวลา 08:45:35 AM »

โดย...อนุกูล รัฐพิทักษ์สันติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด anukul_r@plus.co.th
เมื่อปลายเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา กระทรวงการคลังได้ปรับประมาณการเติบโตเศรษฐกิจไทยปี 2560 และปี 2561 เพิ่มขึ้นจากเดือน ต.ค. 2560 โดยประเมินว่าปี 2560 จีดีพีจะขยายตัวเพิ่มเป็น 4% จาก 3.8% ซึ่งสูงกว่าปี 2559 ที่เติบโตที่ 3.2% ขณะที่ปี 2561 ได้ปรับประมาณการเพิ่มจาก 3.8% เพิ่มเป็น 4.2% โดยการเติบโตเศรษฐกิจไทยปี 2560 ที่ 4% ถือว่าเป็นการโตสูงสุดในรอบ 5 ปี นับตั้งแต่ปี 2555 ที่ขยายตัว 7.2% และยังมีทิศทางเติบโตอย่างแข็งแกร่งจนถึงปีนี้ จากตัวเลขทั้งประมาณการปี 2560 และปี 2561 ที่ออกมาล่าสุดนี้สะท้อนได้ว่าเศรษฐกิจได้เริ่มปรับตัวดีขึ้นมาตั้งแต่ปี 2560 แม้ว่าจะมีเสียงสะท้อนออกมาจากภาคประชาชนว่าการเติบโตที่เห็นเป็นเพียงตัวเลข แต่ประชาชนไม่ได้รับรู้ว่าสภาพเศรษฐกิจรอบตัวดีขึ้นแต่อย่างใด

ประเด็นนี้มีการพูดถึงกันในวงกว้างทั้งในภาคประชาชนทั่วไป และมีการจัดเสวนาเพื่อถกกันว่าจริงๆ แล้วเศรษฐกิจไทยดีดังเช่นตัวเลขจีดีพีหรือไม่ ในฐานะที่อยู่ในวงการอสังหาริมทรัพย์ ผมมีข้อมูลที่พบว่าในปี 2561 ความเชื่อมั่นในภาคของผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์นั้นถือว่ากลับมาในทิศทางบวก มีการลงทุนโครงการที่เจาะกลุ่มตลาดระดับประชาชนทั่วไป จากเดิมที่ก่อนหน้านี้จะเน้นตลาดระดับบน เนื่องจากเป็นกลุ่มที่ไม่ได้รับผลกระทบจากภาวการณ์ชะลอตัวของเศรษฐกิจ แต่ในปี 2561 กลับพบว่าอัตราการเติบโตอสังหาริมทรัพย์ หากเทียบทั้ง ตลาดบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ และคอนโดมิเนียม คาดว่า ทาวน์เฮาส์ จะเป็นตลาดที่มีอัตราการเติบโตสูงสุด รองลงมาคือคอนโดมิเนียมและบ้านเดี่ยว ซึ่งอัตราการขยายตัวน่าจะใกล้เคียงกับปี 2560 ข้อมูลนี้สะท้อนได้ว่าผู้ประกอบการได้ประเมินการเติบโตของเศรษฐกิจที่เริ่มมีสัญญาณดีมาตั้งแต่ปี 2560 และน่าจะมีแรงส่งไปถึงภาคประชาชนในปี 2561 แม้ว่าปัจจุบันภาคประชาชน อาจจะยังไม่รู้สึกว่ามีรายได้เพิ่มขึ้น แต่ล่าสุดรัฐบาลประกาศปรับค่าแรงขั้นต่ำ ซึ่งเป็นการส่งผ่านการขยายตัวของเศรษฐกิจไปยังประชาชนโดยตรงให้ได้ประโยชน์จากการเติบโตของเศรษฐกิจอย่างทั่วถึง นอกจากนี้การที่ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์มีความมั่นใจขยายโครงการไปสู่ตลาดทาวน์เฮาส์ราคาเฉลี่ยประมาณ 2-3 ล้านบาทนั้น ก็เป็น การสะท้อนความเชื่อมั่นของผู้บริโภค เนื่องจากการซื้อบ้านถือเป็นการสร้างหนี้สินผูกพันระยะยาว การที่ประชาชนจะตัดสินใจซื้อบ้านได้นั้นต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ

อย่างไรก็ตาม ในปี 2561 มีปัจจัยหนุนให้เศรษฐกิจไทยเติบโตได้ดีหลายปัจจัย โดยเฉพาะการลงทุนของภาครัฐถือเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญ โดยเฉพาะโครงการลงทุนขนาดใหญ่ที่ต่อเนื่องจากแผนปฏิบัติการด้านคมนาคมขนส่งระยะเร่งด่วนปี 2559 และปี 2560 ที่คาดว่าจะมีโครงการขนาดใหญ่เริ่มเข้าสู่กระบวนการก่อสร้างได้มากขึ้นในปี 2561 และโครงการเหล่านี้ก็จะผลักดันให้ภาคอสังหาริมทรัพย์เติบโตเป็นเงาตามตัว ซึ่งในวันนี้เราก็ได้เห็นโครงการคอนโดมิเนียมและทาวน์เฮาส์ขยายตัวไปตามโครงการคมนาคมต่างๆ เช่น โครงการรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายตามทำเลชานเมือง ซึ่งก็จะทำให้เกิดการกระจายของภาคเศรษฐกิจต่อเนื่องไปสู่ชุมชนและไปถึงประชาชนในที่สุดครับ

ที่มา : โพสต์ทูเดย์
9
สาระความรู้ / 7 ข้อฝากไว้ คอนโดมิเนียมแบบไหนที่ไม่ควรซื้อ
« กระทู้ล่าสุด โดย admin เมื่อ กุมภาพันธ์ 19, 2018, 03:07:19 PM »

คอนโดมิเนียมเป็นอีกหนึ่งทางเลือกของที่พักอาศัยราคาสูง สำหรับผู้ต้องการครอบครองต้องพิจารณาให้ถี่ถ้วนไม่ต่างจากการซื้อบ้าน เหตุเพราะมีหลายปัจจัยให้พิจารณาทั้งที่ตั้งของคอนโดมิเนียม การจราจรในบริเวณนั้น แล้วไหนจะสารพัดปัญหากวนใจหลังจากการซื้อ และถ้าตัดสินใจซื้อไปแล้วและมาเจอปัญหาต่างๆ ตอนหลังจะถือเป็นความโชคร้ายแบบกลืนไม่เข้าคายไม่ออกกันเลยทีเดียว ว่าแต่จะต้องพิจารณาเรื่องอะไรบ้างทำให้การซื้อคอนโดมิเนียมไม่ใช่เรื่องพลาด


1.ของถูกมักมีอะไรซ่อนอยู่

ตามปกติแล้วเรื่องของถูกและดีแทบจะหาได้ยากในการซื้อของที่มีมูลค่าสูง ยิ่งถ้าต้องการคอนโดมิเนียมในทำเลที่ดีทั้งใกล้รถไฟฟ้า ใกล้ความเป็นเมือง ความสะดวกสบายต่างๆ จะหาคอนโดมิเนียมราคาถูกไม่ได้เลย ดังนั้นถ้าเจอโปรโมชั่นหั่นราคา โฆษณาชวนเชื่อต่างๆ อาจต้องตรวจสอบให้ดีก่อนว่ามีอะไรซ่อนอยู่ในความย่อมเยาเหล่านั้นหรือเปล่า

2.พิจารณาเรื่องแบรนด์

หากคุณต้องการซื้อคอนโดมิเนียมเพื่อการลงทุนหรือปล่อยเช่า การเลือกแบรนด์ถือเป็นเรื่องสำคัญเพราะส่งผลต่อความน่าเชื่อถือ ยิ่งคอนโดมิเนียมไหนมีชื่อติดหู จะทำให้คอนโดมิเนียมนั้นสามารถปล่อยเช่าหรือขายได้ง่ายในภายหลัง

3.นิติบุคคลสำคัญ

หลายครั้งที่เราเคยได้ยินการฟ้องร้องนิติบุคคลซึ่งเป็นผู้ดูแลคอนโดมิเนียม หรือหมู่บ้านทำให้เราต้องนำเรื่องของนิติบุคคลเข้ามาประกอบการพิจารณาในการเลือกซื้อคอนโดมิเนียม เพราะนิติบุคคลจะเป็นเสมือนตัวกลางที่ช่วยดูแล ตอบข้อซักถาม หรือแก้ปัญหาต่างๆ ให้กับผู้พักอาศัย เจ้าของห้อง ดังนั้นการเลือกนิติบุคคลที่มีคุณภาพจะทำให้ชีวิตของคุณดีขึ้นกว่าการมองข้ามในเรื่องนี้


4.เลือกห้องให้ได้ตำแหน่งที่ดี

หลายคนคงทราบอยู่แล้วว่าเมื่อคุณตัดสินใจซื้อห้องใดห้องหนึ่งในคอนโดมิเนียมไปแล้ว จะมาเปลี่ยนหรือย้ายห้องตามใจชอบต่อไปในภายหลังไม่ได้ ดังนั้นก่อนตัดสินใจเลือกห้องใดห้องหนึ่งจึงต้องมั่นใจแล้วว่าชอบห้องนั้นและรู้สึกว่าห้องๆ นั้นเหมาะกับชีวิตของคุณ สำหรับหลักการที่จะเลือกห้องใดในคอนโดมิเนียมบางคนอาจยึดถือหลักหลายข้อแต่ปัจจัยง่ายๆ ที่คนทั่วไปใช้เลือกคอนโดมิเนียมกันก็มีการดูทิศทางของลมและแสงแดดที่ส่องเข้าห้อง

5.ยิ่งสูงยิ่งดี

การเลือกห้องในชั้นสูงๆ นั้นมีข้อดีหลายอย่าง ที่สำคัญเลยคือห้องสูงจะทำให้ไม่เกิดความวุ่นวาย เพราะห่างไกลจากส่วนกลาง อีกทั้งห้องสูงๆ ยังทำให้คุณสามารถเห็นวิวได้มากกว่าห้องที่อยู่ชั้นล่างๆ รวมทั้งถ้าคุณคิดจะขายต่อ ห้องที่อยู่ชั้นสูงๆ จะทำราคาได้ดีกว่า


6.ทำเลยังคงสำคัญ

ถึงอย่างไรคอนโดมิเนียมที่ตั้งอยู่ในทำเลสะดวกใกล้ระบบขนส่งมวลชน ก็ยังคงเป็นที่นิยม แต่นอกจากเรื่องดังกล่าวแล้ว ก่อนจะซื้อคอนโดมิเนียมจุดใดก็ตามควรเช็คพื้นที่นั้นก่อนว่าอยู่ในซอยลึกหรือมีปัญหาเรื่องน้ำท่วมตลอดทุกครั้งที่ฝนตกหนักหรือเปล่า ดังนั้นก่อนตัดสินใจซื้อควรเช็คทำเลให้ละเอียดก่อน

7.คอนโดมือสองต้องเช็คประวัติ

ใช่ว่าคอนโดมิเนียมมือสองจะซื้อไม่ได้ เพียงแต่ต้องเช็คประวัติของคอนโดมิเนียมหรือห้องนั้นดีๆ ว่าแท้จริงแล้วมีปัญหาอะไรซ่อนอยู่หรือเปล่า ดังนั้นคอนโดมิเนียมมือสองนั้นเราอาจต้องเช็คว่ามีเรื่องทางอาชญากรรมหรือมีปัญหาอะไรเกิดขึ้นกับคอนโดมิเนียมนั้นๆ

ที่มา : Mthai
10

รอยคราบเปื้อนฝังแน่น เก็บกวาด เช็ดล้างออกยากเป็นงานน่าหนักใจของเหล่าคุณแม่บ้านพ่อบ้านก็จริง แต่มันก็ต้องมีวิถีทางลัดให้ชีวิตเรามันง่ายขึ้นกันบ้าง ว่าแต่ เคล็ดลับเหล่านี้ ควรค่าแก่การเผยแพร่และแชร์ต่อๆ กันไปเป็นอย่างยิ่ง เราจึงนำเคล็ดลับ วิธีทำความสะอาดรอยคราบ น่าหนักใจ ล้างออกยาก ให้ง่ายจิ๊ดเดียว ! มาฝากชาวเรากัน รู้แล้ว เอาไปใช้กันต่อ …ใช้ดี ใช้ได้ผลแล้ว อย่าลืม…บอกเพื่อนนะ


วิธีเก็บเศษแก้วแตกอย่างปลอดภัย ใช้งานได้จริง
เพียงนำขนมปังแผ่นมาซับๆ ตามเศษแก้วที่แตกละเอียด เศษแก้วจะฝังในเนื้อขนมปัง ช่วยทำให้เก็บง่ายขึ้น แถมไม่บาดมือ (ถ้าไม่ถูๆ กดๆ ลงน้ำหนักนะจ๊ะ) เพียงเท่านี้ก็นำไปทิ้งได้ง่ายๆ


ยาสีฟัน ขจัดคราบหมึกเมจิก
รอยคราบหมึกเมจิกบนเฟอร์นิเจอร์ไม้ที่เพิ่งเปื้อนไม่นาน สามารถเช็ดออกได้ด้วย ยาสีฟัน เพียงบีบยาสีฟันบนรอยเปื้อน จากนั้นใช้ผ้าขนหนูแห้งเช็ดๆ ถูๆ คราบหมึกจะค่อยๆ ไป ค่ะ


วิธีล้างโถปั่น
เนื้อหนืดๆ คราบเลอะๆ จากการปั่นละเอียด ทำให้ล้างยังไงก็ไม่สะอาด ต้องล้างหลายๆ เที่ยว แต่เพียงแค่ใส่น้ำร้อนลงไป 1 ถ้วย เติมน้ำยาล้างจานลงไปจากนั้นกดปุ่มให้ปั่นเขย่าให้เข้ากัน แล้วนำโถปั่นไปล้างน้ำสะอาดเท่านี้ก็..กิ๊งๆ ล่ะยู


ทิชชู่เปียกช่วยซับคราบไหม้ติดแน่น
เพียงเติมน้ำลงในกระทะให้เต็ม ใส่น้ำยาล้างจานลงไป แผ่แผ่นทิชชู่เปียกให้กางเต็มแผ่นในกระทะ ทิ้งไว้ 1 ชั่วโมง แล้วเทออก ใช้กระดาษทิชชู่เช็ดคราบออกอีกครั้ง… ไม่ต้องลงแรงขัดกันเลยทีเดียว

ที่มา : Mthai
หน้า: [1] 2 3 ... 10

???????????