Condothai

???????????

กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้

หน้า: [1] 2 3 ... 10
1

อารียาชี้บ้านเดี่ยวขยับชิง ผู้ซื้อระดับบนกลุ่มคอนโดกลางเมือง หลังหนี้ครัวเรือนป่วนอสังหาฯ กลาง-ล่าง

นายวิวัฒน์ เลาหพูนรังษี กรรมการบริหาร บริษัท อารียา พรอพเพอร์ตี้ เปิดเผยว่า ผลกระทบจากปัญหา ทางเศรษฐกิจทำให้หนี้ครัวเรือนยังเป็นปัญหา โดยเฉพาะกลุ่มที่อยู่อาศัยของบริษัทระดับราคายูนิตละ 2-4 ล้านบาท ซึ่งกลุ่มดังกล่าวถูกสถาบันการเงิน ปฏิเสธสินเชื่อเมื่อปี 2559 สูงถึง 40% ของยอดยื่นกู้ แต่คาดว่าในปีนี้จะลดลงเหลือ 25-30% เนื่องจากบริษัทได้ร่วมมือกับสถาบันการเงินประสานใกล้ชิดมากขึ้น เพื่อดูแลตัวเลขการปฏิเสธ สินเชื่อให้ลดลง

ทั้งนี้ ล่าสุดบริษัทได้เปิดตัวโครงการ ดิ เอวา เรสซิเดนซ์ สุขุมวิท 77 (อ่อนนุช) ซึ่งเป็นโครงการบ้านเดี่ยว 3 ชั้น ระดับ ลักซ์ชัวรี่ จำนวน 90 ยูนิต บนเนื้อที่ 31 ไร่ ราคาขายเริ่มต้นที่ 25-80 ล้านบาท มูลค่าโครงการรวม 2,500 ล้านบาท ปัจจุบันมียอดขายแล้วประมาณ 300 ล้านบาท ซึ่งตลาดที่อยู่อาศัยแนวราบในเมืองนั้นได้รับการตอบรับที่ดี เนื่องจากคอนโดมิเนียมมีราคาปรับสูงขึ้นมาก โดยเฉพาะทำเลกลางเมืองจึงทำให้บ้านเดี่ยวในซอยสุขุมวิท 77 เป็นอีกหนึ่งทางเลือก

นายวิวัฒน์ กล่าวว่า ภาพรวมของตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปี 2560 เชื่อว่ายังมีแนวโน้มที่ดี โดยพิจารณาได้จากยอดเข้าชมโครงการและยอดขายแต่ละโครงการในช่วงที่ผ่านมายังมี อย่างต่อเนื่อง ไม่ได้ลดลงอย่างที่หลายฝ่ายกังวล ดังนั้นแผนการดำเนินงานของบริษัทในปี 2560 จึงเดินหน้าเปิด 11 โครงการ มูลค่า 2.4 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นโครงการแนวราบ 7 โครงการ มูลค่า 7,050 ล้านบาท และคอนโดมิเนียม 4 โครงการ 1.69 หมื่นล้านบาท สัดส่วนตลาดกลาง-บน 60% ส่วนอีก 40% เป็นตลาดกลาง-ล่าง และตั้งงบซื้อที่ดินตั้ง ไว้ที่ 1,650 ล้านบาท เพื่อรองรับการพัฒนาโครงการในอนาคต ส่วนที่ดินที่จะพัฒนาในปีนี้ซื้อไว้หมดแล้ว

สำหรับเป้าหมายดำเนินงานปีนี้ตั้งไว้ที่ 1.2 หมื่นล้านบาท โตกว่า 8% เมื่อเที่ยบกับปี 2559 ที่มียอดขาย 1.1 หมื่นล้านบาท ส่วนยอดรับรู้รายได้ตั้งไว้ที่ 6,500 ล้านบาท โต 37% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมาที่มียอดโอน 4,700 ล้านบาท โดยในช่วงไตรมาสแรกเปิดโครงการแนวราบไปแล้ว 3 โครงการ ทุกโครงการอยู่ในกรุงเทพฯ โดยบริษัทยังไม่มีนโยบายบุกตลาดต่างจังหวัดในระยะนี้ เนื่องจากพฤติกรรมผู้บริโภคในต่างจังหวัดจะนิยมสร้างบ้านมากกว่าซื้อบ้านจัดสรร

ขณะที่โครงการไฮไลต์ของปีนี้จะเป็นโครงการคอนโดมิเนียมหรู ราชดำริ ซึ่งเป็นที่ดินเดิมเป็นที่ตั้งของสำนักงานสมาคมนักเรียนเก่าสหรัฐอเมริกา ในพระบรมราชูปถัมภ์ หรือ A.U.A. ที่ดินของ พระคลังข้างที่ สัญญาเช่า 30 ปี ซึ่งบริษัทมีแผนจะพัฒนาเป็นโครงการคอนโดมิเนียมหรูขนาด 300-400 ยูนิต ขนาด 50-70 ตร.ม. ราคาประมาณ 2 แสนบาท/ตร.ม. สัญญาเช่าซื้อ 30 ปี คาดว่าจะเปิดขายได้ในช่วงไตรมาส 4 ของปีนี้

ที่มา : http://www.posttoday.com/property/news/486604
2
ข่าวสาร / 'ดุสิตธานี'ชูปีแห่งก้าวใหม่ ผนึกซีพีเอ็นปลุกสีสันสีลม
« กระทู้ล่าสุด โดย admin เมื่อ วันนี้ เวลา 09:25:17 AM »

โดย...จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์

ต้นปี 2559 บริษัท ดุสิตธานี ได้ประกาศก้าวใหม่ของเครือ ด้วยการดึง ศุภจี สุธรรมพันธุ์ มาเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม ถือเป็นซีอีโอคนแรกที่เป็นคนนอกไม่ใช่ทายาทผู้ก่อตั้งและผ่านมา 1 ปี ซีอีโอท่านนี้ได้ดำเนินการหลายอย่างที่ขยายกำแพงธุรกิจจากเดิม ซึ่งกลุ่มดุสิตธานีจะเน้นธุรกิจโรงแรมและโรงเรียนการโรงแรมไปสู่บทบาทใหม่ๆ ที่ไม่เคยเห็นมาก่อน

ศุภจี สุธรรมพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดุสิตธานี เปิดเผยว่า ปีนี้ถือเป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลงของดุสิตฯ การประกาศลงนามในสัญญากับสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ต่อสัญญาเช่าที่ดินหัวมุมถนนสีลมและพระราม 4 ที่ตั้งโรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ และเช่าเพิ่มพื้นที่ใหม่รวมเป็นกว่า 23 ไร่ ระยะเวลา 30 ปี ต่อได้ 30 ปี ไม่รวมระยะเวลาก่อสร้างอีก 7 ปี

ทั้งนี้ ได้ร่วมมือกับบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา หรือซีพีเอ็น นำพื้นที่นี้มาพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์แบบผสมผสาน (มิกซ์ ยูส) ได้แก่ โรงแรม อาคารที่พักอาศัย สำนักงาน พื้นที่ค้าปลีก พื้นที่สีเขียว มูลค่าโครงการ 3.67 หมื่นล้านบาท ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงก้าวแรกและเป็นก้าวที่ใหญ่มาก

สำหรับแผนดังกล่าวจะนำเข้าที่ประชุมผู้ถือหุ้นวันที่ 27 เม.ย.นี้ และจะเริ่มเดินหน้าโครงการทันที เริ่มจากรื้อถอนตึกเก่าซึ่งอยู่ติดอาคารอับดุลราฮิม เดิมเป็นตึกโอลิมเปีย ไทยประกัน และอีก 9 คูหาก่อน เพื่อสร้างโรงแรมในพื้นที่นี้ ส่วนโรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ ที่เปิดบริการอยู่ในปัจจุบันจะเปิดต่อไปถึงกลางปี 2561 เพื่อเชิญชวนคนร่วมฉลองรำลึก 48 ปีอาคารในฐานะที่เคยเป็นอาคารสูงสุดในไทย จากนั้นเดือน ก.ค. 2561 จึงเริ่มรื้อถอนส่วนนี้ก่อสร้างโครงการ โดยจะเก็บส่วนสำคัญของโรงแรมไว้ไปใช้ในโครงการเพื่อสะท้อนเอกลักษณ์ความเป็นไทยเดิมที่มีควบคู่กับการนำเสนอความสดใหม่และยิ่งใหญ่

"โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ จะหายหน้าไป 3 ปี ส่วนพนักงานที่ทำงานอยู่จะให้เลือกย้ายไปทำงานในส่วนอื่นของบริษัทก่อน จากนั้นเมื่อโรงแรมกลับมาเปิดอีกครั้ง พนักงานก็จะกลับมาร่วมทำงานด้วยกันอีกครั้ง โดยบริษัทมีโรงแรมที่รับบริหารเพิ่มขึ้นตลอดเวลา ต้องการพนักงานเพิ่ม 2-3 เท่าตัวจากปัจจุบันอยู่แล้ว ดังนั้นไม่มีทางปลดพนักงานออกแน่นอน ในด้านรายได้นั้นแม้โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ จะหายไป 3 ปี แต่บริษัทได้เตรียมโครงสร้างทางการเงินที่จะทำให้มีรายได้อื่นเข้ามาทดแทนแล้ว"

ศุภจี กล่าวว่า สาเหตุที่ดึงซีพีเอ็นมาร่วมทำโครงการ เพราะดุสิตธานีไม่ได้เชี่ยวชาญทุกด้าน โดยเฉพาะสำนักงานและค้าปลีก ถ้ามีพันธมิตรมาร่วมด้วยจะดีกว่า ซึ่งซีพีเอ็นและดุสิตธานีเป็นแบรนด์ไทยทั้งคู่ อีกทั้งมีประวัติยาวนานระยะเวลา 60-70 ปีเหมือนกัน มีการขยายไปต่างประเทศเหมือนกัน การมาร่วมสร้างโครงการนี้ให้เป็นแลนด์มาร์คก็จะเหมือนพื้นที่แสดงความยิ่งใหญ่ของแบรนด์ไทยสู่สายตาชาวโลก เมื่อโครงการนี้เสร็จจะปลุกให้ย่านสีลมซึ่งเคยเป็นย่านธุรกิจสำคัญกลับมามีสีสันอีกครั้ง พร้อมช่วยเรื่องการจราจรในพื้นที่ด้วย เพราะจะเปิดถนนเส้นใหม่ให้รถสามารถตัดผ่านเข้าสู่สีลมได้ ทั้งยังมีพื้นที่สีเขียวของโครงการที่ทำมาให้เชื่อมโยงกับสวนลุมพินี

 
ขณะเดียวกัน บริษัทจะพัฒนาโครงการมิกซ์ยูสในพื้นที่อื่นอีก เช่น หัวหิน นครราชสีมา ซึ่งมีที่ดินเหลือติดโรงแรมที่เปิดให้บริการอยู่ รวมทั้งที่ดินเปล่าที่เกาะสมุย บางพื้นที่อาจทำโรงแรมคู่กับเรสซิเดนซ์ บางพื้นที่ก็อาจมีอสังหาริมทรัพย์อื่นๆ โดยดึงพันธมิตรเข้าร่วมขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของทำเล แต่เบื้องต้นจะมีโครงการอสังหาริมทรัพย์กลุ่มสุขภาพ (เวลเนส ลีฟวิ่ง) เจาะกลุ่มผู้สูงอายุ 50-60 ปีที่ยังแข็งแรง ชอบทำกิจกรรมด้วยแน่นอน

นอกจากนี้แล้วก็จะให้บริการจัดเลี้ยงนอกสถานที่ (เอาต์ไซด์ แคเทอริ่ง) โดยนำร้านอาหารที่ปัจจุบันตั้งอยู่ในดุสิตธานี กรุงเทพฯ ออกไปตั้งเดี่ยวๆ หรือตั้งอยู่ในห้างเพื่อให้บริการจัดเลี้ยงนอกสถานที่ รวมทั้งจะเริ่มขยายโรงแรมในรูปแบบแฟรนไชส์ในปีนี้ จากปัจจุบันที่ลงทุนเองและไปรับบริหาร โดย จะทดลองขยายในแบบแฟรนไชส์กับแบรนด์ดุสิต ปริ๊นเซสที่จีนก่อน ถือเป็นอีกก้าวที่ท้าทายเช่นกัน เพราะการขยายในรูปแบบแฟรนไชส์ แบรนด์ ต้องแข็งแกร่งเพียงพอและต้องแน่ใจว่าผู้ที่ซื้อแฟรนไชส์ไปทำตามมาตรฐานของแบรนด์ได้

อีกความเคลื่อนไหวสำคัญคือ การไปลงทุนในบริษัทเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว โดยเดือน ก.พ. ได้ลงทุนถือหุ้น 9% ในเฟฟสเตย์ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มให้บริการเช่าที่พักที่มาพร้อมบริการรับรองลูกค้า ซึ่งอนาคตดุสิตธานีอาจเข้าไปเชื่อมการให้บริการบางอย่างด้วยได้ และหลังจากนี้หาก มีเทคโนโลยีอื่นที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวที่น่าสนใจก็พร้อมเข้าไปลงทุนอีก
ศุภจี กล่าวต่อว่า ปัญหาที่ผ่านมาของบริษัทคือรายได้กระจุกตัวอยู่แต่ในประเทศ เพราะโรงแรมส่วนมากที่ให้บริการอยู่ในประเทศ ดังนั้นก็จะขยายโรงแรมในต่างประเทศมากขึ้น นอกจากนี้ก็จะหาทางทำให้รายได้มีเสถียรภาพมากขึ้นจากปัจจุบัน 90% ของรายได้มาจากโรงแรม 10% จากการศึกษา ก็จะพยายามหาธุรกิจใหม่เข้ามาเสริมรายได้เพื่อลดการพึ่งพิงรายได้โรงแรม ตั้งเป้าหมายว่า 3 ปีข้างหน้า จะมีรายได้จากธุรกิจใหม่ 10% ส่วนธุรกิจโรงแรมก็คงไม่ได้หยุดแค่การเป็นแบรนด์ระดับภูมิภาค แต่จะก้าวไปสู่การเป็นแบรนด์ระดับโลก (โกลบอล แบรนด์) ในที่สุด

เหล่านี้คือแผนเชิงรุกในแบบระมัดระวังและพอเพียงตามแบบฉบับดุสิตธานี

ที่มา : http://www.posttoday.com/biz/news/486606
3

เศรษฐีราชาที่ดินดิ้นหนีภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พลิกที่รกร้างทำเกษตรหวังเสียภาษีตํ่าสุด 0.2% รับครม.คลอดร่างกฎหมายคาด 2-3 เดือนส่งสนช. เผยนายทุนเบียร์ช้างถือครองที่ดิน 6 แสนไร่ ส่วนค่ายสิงห์ตามมาห่างๆ กว่า 2 หมื่นไร่

ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2560 มีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ.… ซึ่งจะนำมาบังคับใช้แทน พ.ร.บ.ภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ. 2475 และ พ.ร.บ.ภาษีบำรุงท้องที่ พ.ศ. 2508 ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ หลังจากที่สำนักงานกฤษฎีกาทำการตรวจร่างฯที่ครม.อนุมัติเมื่อ 7 มิถุนายน 2559

ร่างพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ....อัตราภาษีที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างให้จัดเก็บภาษี 4 ลักษณะการใช้ประโยชน์ ประกอบด้วย

1.ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่ใช้เพื่อเกษตร กรรม อัตราภาษีไม่เกิน 0.2% ของฐานภาษี

2.ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่ใช้ประโยชน์เป็นที่พักอาศัย อัตราภาษีไม่เกิน 0.5%

3.ที่ดินเพื่อการพาณิชยกรรมหรืออื่นๆนอกจากเกษตรกรรมและที่พักอาศัย อัตราภาษีไม่เกิน 2%

4. ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่ทิ้งไว้ว่างเปล่าหรือไม่ได้ทำประโยชน์ อัตราภาษีไม่เกิน 5% ของฐานภาษี กำหนดอัตราภาษีทุก 3 ปีคิดเพิ่ม 0.5%ของฐานภาษี

นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ ที่ปรึกษารมว.พาณิชย์ กล่าวว่า หลังจากนี้จะเสนอให้ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณา คาดว่าจะใช้เวลา 2-3 เดือน หลังจากนั้นจะประกาศในราชกิจจานุเบกษา และให้เวลาเตรียมการ 1 ปี โดยจะมีผล
บังคับใช้ในเดือนมกราคมปีภาษีถัดไป

ขณะเดียวกันยังมีการออก พ.ร.ฎ.ลดภาระภาษีได้ถึง 90% จากเดิม 70% เช่นกรณีที่ได้รับมรดกเป็นบ้านพร้อมที่ดินในย่านทองหล่อ ต่อมาราคาที่ดินปรับตัวสูงขึ้นแต่ไม่ได้มีฐานะรํ่ารวย เพื่อไม่ให้เป็นภาระกับเจ้าของ

นอกจากนี้กรมที่ดินจัดส่งข้อมูลรูปแบบแปลงที่ดินและข้อมูลเอกสารสิทธิของที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นๆเพื่อใช้ในการเตรียมการจัดเก็บภาษีภายใน 60 วัน
พลิกที่รกร้างทำเกษตร

นายเลิศมงคล วราเวณุชย์ เลขาธิการสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย กล่าวว่า ที่เปลี่ยนแปลงมากสุด และกระทบมากจะเป็นที่รกร้างเริ่มเก็บที่ 2% หาก 3 ปีไม่พัฒนา ติดต่อกัน เรียกเก็บ 0.5%  แต่ไม่ปรากฏว่ามีเพดานแสดงว่ารัฐบาลเจตนา นำที่ดินมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงจริงๆ ขณะที่ร่างเดิมจัดเก็บปีแรก-ปีที่สามที่ 1% แต่เพดานไม่เกิน 5%  ขณะที่ที่ดินเกษตรอัตราเรียกเก็บเพดาน 0.2%  จะพบว่านายทุนใหญ่อย่างค่ายเบียร์ช้าง มีที่ดินในมือ 5-6 แสนไร่ ค่ายบุญรอด มีที่ดินที่เชียงราย มากกว่า 2 หมื่นไร่ เป็นต้น ซึ่งล้วนแต่นำที่ดินไปทำเกษตรซึ่งอนาคตจะเสียเพียง 0.05%
ที่รกร้างกระอัก ปีแรก 2%

นายอธิป พีชานนท์ นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร กล่าวว่า ส่วนใหญ่ ร่างภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ... ไม่เปลี่ยนไปจากเดิมมาก แต่ในส่วนที่กระทบมากที่สุด เป็นที่ดินรกร้างว่าเปล่าเสียภาษีปีแรกเริ่มเสียภาษีที่ 2% ประเภทพาณิชย์กรรม และอุตสาหกรรม ส่วนที่อยู่อาศัยไม่กระทบ โดยเฉพาะ ที่อยู่อาศัยประจำ ราคาตํ่ากว่า 50 ล้านบาท ได้รับการยกเว้น แต่หากเป็นที่อยู่อาศัยที่เป็นบ้านหลังที่ 2 หลังที่ 3 ฯลฯ ไม่ว่าระดับราคาเท่า
ไหร่ต้องเสียภาษีที่อยู่อาศัยอัตรา 0.5%

สำหรับกรณีนำคอนโดมิเนียมปล่อยเช่าถือว่าเป็นพาณิชย์จะต้องเสียภาษีอัตรา 2% แต่ประเมินว่า กว่า 90%  จะไม่กระทบ เนื่องจาก เรียกเก็บตามราคาประเมิน สำหรับผู้ประกอบการไม่มีรายใดซื้อที่ดินสะสม แต่จะเป็นลักษณะซื้อแปลงเล็กและพัฒนาทันที
บีบเอกชนงัดที่ดินพัฒนา

นายประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต นายกสมาคมอาคารชุดไทย กล่าวว่า ร่างดังกล่าวเป็นเพียงกรอบกว้างๆ ในการจัดเก็บภาษีเท่านั้น แต่ในส่วนของรายละเอียดต่างๆ ยังไม่มีการเปิดเผยออกมา ซึ่งต้องรอให้เห็นในส่วนของรายละเอียดการจัดเก็บเสียก่อนจึงจะสามารถประเมินสถานการณ์ได้ แต่เชื่อว่าไม่น่าจะกระทบกับผู้ประกอบการและประชาชนมากนัก เนื่องจากที่ผ่านมากระแสการจัดทำร่างดังกล่าวทำให้ผู้ประกอบการและประชาชนเกิดการเตรียมความพร้อมในระดับหนึ่ง โดยผู้ประกอบการเองก็เร่งนำที่ดินในมือมาพัฒนาโครงการ ขณะที่ประชาชนก็นำที่ดินที่มีอยู่ออกมาขายมากขึ้น

นายอิสระ บุญยัง นายกกิตติมศักดิ์และที่ปรึกษา สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร กล่าวว่า หากพิจารณาในมาตรา 34 (3) ที่ระบุว่าที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่ไม่ใช่เพื่อการเกษตรกรรมและที่อยู่อาศัยมีอัตราภาษีไม่เกิน 2% ทำให้ต้องเสียภาษีล้านละ 2 หมื่นบาท หากเป็นที่ดินเพื่อพาณิชยกรรมซึ่งมีราคาประเมินสูง อาจทำให้ผู้ประกอบการเกิดการผลักภาระสู่ผู้บริโภคได้
อปท.ประเมินเสร็จก.พ.61

แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง กล่าวว่า หลังจากนี้กระทรวงการคลังและกระทรวงมหาดไทยต้องออกกฎกระทรวงเพื่อให้อำนาจกับหน่วยงานที่จัดเก็บภาษีที่ดินฯ เนื่องจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) จะมีสิทธิ์ในการจัดเก็บภาษีเพื่อใช้บริหารภายในท้องถิ่น

ทั้งนี้ อปท. แต่ละแห่งสามารถจัดเก็บในอัตราที่สูงกว่าที่ประกาศแต่จะต้องไม่เกินอัตราเพดานภาษีที่กำหนด โดยหลังจากนี้กระทรวงการคลังต้องออกประกาศบัญชีแนบท้ายสำหรับการกำหนดอัตราภาษีแต่ละกลุ่มอีกครั้ง

นอกจากนี้ อปท.ต้องประเมินราคาที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่ใช้จัดเก็บให้กับผู้ถือ
ครองภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2561 โดยจะต้องประเมินบนพื้นฐานราคาทรัพย์สิน อัตราภาษีที่จัดเก็บและมูลค่าภาษีที่ต้องชำระ

แหล่งข่าวกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นระบุว่า ในส่วนของหน่วยงานท้องถิ่นต้อง เตรียมความพร้อมโดยสำรวจฐานข้อมูลเกี่ยวกับที่ดิน สิ่งปลูกสร้าง สัดส่วนขนาดพื้นที่ของที่ดินในการใช้ประโยชน์จริง หรือที่ว่างเปล่า

อย่างไรก็ตาม ในแง่ของการบังคับใช้กฎหมายนั้น เชื่อว่าต้องใช้เวลาอีก 2-3ปีจึงจะจัดเก็บจริง โดยยังมีกระบวนการและขั้นตอน ซึ่งต้องรอกฎหมายลูกอีก 22 ฉบับ ดังนั้นประเด็นหลักของท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องเตรียมความพร้อมถึงการทำความเข้าใจในแต่ละพื้นที่ด้วย

หนังสือพิมพ์ "ฐานเศรษฐกิจ" ฉบับ 3246  ระหว่างวันที่ 23-25 มี.ค.2560

ที่มา : http://www.thansettakij.com/content/136313
4
ข่าวสาร / ออนิกซ์ขยายลงทุนผุด รร.ขนาดกลาง 99 แห่ง
« กระทู้ล่าสุด โดย admin เมื่อ วันนี้ เวลา 09:19:10 AM »
ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป เดินหน้าขยายเครือข่ายโรงแรมขนาดกลาง รับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวทั่วโลกโต ตั้งเป้าเปิดโรงแรมได้ไม่ต่ำกว่า 99 แห่ง ภายในปี 2567

นายยุทธชัย จรณะจิตต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป เปิดเผยว่า บริษัทตั้งเป้าเป็นผู้นำด้านการบริหารจัดการโรงแรมขนาดกลางที่ดีที่สุดในเอเชีย พร้อมมุ่งเน้นขยายเครือข่ายไปยังประเทศต่าง ๆ ให้ได้ไม่น้อยกว่า 99 แห่ง และมีกำหนดเปิดให้บริการภายในปี 2567 โดยจะรุกสู่ตลาดใหม่ ๆ ในภูมิภาคเอเชีย ซึ่งเป็นผลมาจากอัตราการเพิ่มขึ้นของประชากรที่มีรายได้ระดับกลางถึงสูง (C+ ขึ้นไป) มีการท่องเที่ยวเพิ่มสูงขึ้นในภูมิภาคเอเชีย

นายยุทธชัยกล่าวว่า ปัจจุบันออนิกซ์ฯมีสัดส่วนจำนวนเครือข่ายที่มีอยู่ในประเทศไทยและต่างประเทศอยู่ที่ 50:50 และคาดว่าสัดส่วนนี้จะเปลี่ยนเป็น 30:70 ภายในปี 2561 สำหรับสัดส่วนรายได้ปัจจุบันจากเครือข่ายออนิกซ์ฯในประเทศไทยและต่างประเทศคิดเป็น 70:30


โดยเป็นรายได้จากลูกค้าที่เข้าพักในโรงแรม รีสอร์ต และเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์เครือออนิกซ์ฯ ทั้งในและต่างประเทศ ระหว่างเดือนมกราคม-ธันวาคม 2559 จากทุกมุมโลก โดยมีลูกค้าจากตลาดไทยและจีน เป็น 2 ตลาดหลัก ตามด้วยอินเดีย สหราชอาณาจักร และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งบริษัทคาดว่าภายในปี 2561 สัดส่วนรายได้จากเครือข่ายในประเทศไทยและต่างประเทศจะเปลี่ยนเป็น 60:40

สำหรับโครงการที่คาดว่าจะเปิดให้บริการในปี 2560 นี้ ได้แก่ อมารี ยะโฮร์ บาห์รู(มาเลเซีย) อมารี วังเวียง (ลาว) อมารี หยางซั่ว (จีน) อมารี กอลล์ (ศรีลังกา)โอโซ่ ฮอยอัน (เวียดนาม) ชามา ไอส์แลนด์ นอร์ธ ฮ่องกง และชามา เซียงหนานลี่ เฉิงตู (จีน) ซึ่งการเปิดให้บริการโรงแรมดังกล่าวนี้นับเป็นการเข้าไปทำธุรกิจครั้งแรกของออนิกซ์ฯ ในเวียดนาม มาเลเซีย และลาวอีกด้วย

นายยุทธชัยกล่าวต่อไปว่า ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป มีเครือข่ายที่เปิดให้บริการแล้ว 42 แห่ง ประกอบด้วยห้องพักจำนวน 6,622 ห้อง ใน 7 ประเทศ (รวมถึงเขตบริหารพิเศษ) ได้แก่ ไทย จีน ฮ่องกง ศรีลังกา มัลดีฟส์ บังกลาเทศ และกาตาร์ และมีโครงการที่อยู่ภายใต้การพัฒนาอีก 25 แห่ง ซึ่งมีกำหนดทยอยเปิดให้บริการในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

"อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวยังคงมีการขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องซึ่งส่งผลดีต่อภาพรวมของกลุ่มธุรกิจอุตสาหกรรมบริการและไลฟ์สไตล์ของอิตัลไทยที่มีการเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องและเดินหน้ารุกขยายการลงทุนในประเทศและต่างประเทศสู่ภูมิภาคเอเชีย โดยมีเป้าหมายรายได้กว่า 4,100 ล้านบาท เติบโตจากปีที่ผ่านมา10%" นายยุทธชัยกล่าว

ที่มา : http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1490253486
5
สาระความรู้ / 6 เคล็ดลับ สู่การลงทุนอสังหาฯให้ “ทวีมูลค่า”
« กระทู้ล่าสุด โดย admin เมื่อ มีนาคม 23, 2017, 11:48:27 AM »


Terrabkk แนะนำ 6 เคล็ดลับ สู่การลงทุนอสังหาฯ ให้ “ทวีมูลค่า” โดย เคล็บลับของการลงทุนธุรกิจประเภทอสังหาริมทรัพย์ สิ่งแรกที่ต้องคำนึงถึงเป็นอันดับต้นๆ คือ

1. “ทำเล” เป็นที่รู้กันดีว่าทำเลมีอิทธิพลถึงขั้นชี้เป็นชี้ตายว่า ทรัพย์ชิ้นนั้น จะรุ่งหรือจะร่วงเลยทีเดียว ทำเลที่ดีจะทำให้อสังหาริมทรัพย์ขายคล่อง ขายง่าย หาผู้เช่าได้เร็ว ซึ่งแต่ละทำเลจะเหมาะกับอสังหาริมทรัพย์แต่ละประเภทแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ ยกตัวอย่างข้อคิดการเลือกทำเลของนักลงทุนอสังหาชื่อดัง อย่าง Donald Trump (โดนัล ทรัมป์) (อ้างอิงจากหนังสือ Key to Investing in Condos)
โดย Donald Trump ได้กล่าวถึง กุญแจที่จะนำไปสู่ความสำเร็จในการเลือกทำเล เอาไว้ดังนี้ “The key to success in selecting the location of Trump.

1) Be Willing to Pay Premium for a Prime Location.
2) Don’t Buy without a Creative Vision for Adding Significant Value.
3) Four Things Trump Looks for in a Location.
   - Great Views.
   - Prestige.
   - Growth Potential.
   - Convenience.”

2. เลือกทรัพย์ที่ดึงดูดผู้เช่า คือทรัพย์ที่ตั้งอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดี ทั้งชุมชนละแวกบ้าน สะดวกต่อการเดินทางเข้า-ออก และปลอดภัยจากการโจรกรรม อีกประเด็นหนึ่ง คือ ความใหม่หรือเก่าของทรัพย์ เพราะอสังหาริมทรัพย์บางชิ้นอาจจะดูเก่าเนื่องจากไม่ได้ทำการบำรุงรักษาทำให้มูลค่าของอสังหาริมทรัพย์ด้อยค่าลง ดังนั้น ควรที่จะมีการปรับปรุงซ้อมแซมบ้าง(อาจจะทำทุก 5 ปีก็ได้) เพียงแค่ทาสีให้ดูใหม่ก็จะทำให้อสังหาริมทรัพย์ชิ้นนั้นมีมูลค่าเพิ่มขึ้นมากกว่าค่าสีที่ท่านทาลงไปอย่างแน่นอน

3. ซื้อต่ำกว่ามูลค่า (Under value) ประเด็นตรงนี้อาจจะใช้ความสามารถในการประเมิน และประสบการณ์ในการมองถึงสถานการณ์อสังหาริมทรัพย์และสภาพเศรษฐกิจ รวมถึงแนวโน้มการพัฒนาของเมืองทั้งในปัจจุบันและอนาคต เพื่อค้นหาอสังหาริมทรัพย์ที่ราคายังไม่ตอบสนองหรือสะท้อนมูลค่าที่แท้จริงออกมา สำหรับมือใหม่อาจจะต้องเริ่มจากการฝึกมอง ฝึกประเมิน ฝึกนำข้อมูลข่าวสารมาประเมินและสังเกตการเคลื่อนไหวของราคาเปรียบเทียบควบคู่ไปกับสภาพเศรษฐกิจ และสภาพแวดล้อมของทรัพย์นั้น ว่ามีการพัฒนาไปอย่างไรบ้าง ถ้าทำเช่นนี้บ่อยๆท่านจะได้ความรู้และสามารถจินตนาการถึงสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นได้ดีกว่าคนอื่นอย่างแน่นอน ทำให้การลงทุนในครั้งหน้ามีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

4. ซื้อทรัพย์มือสองปล่อยเช่าต่อทันที (Instant Equity) หมายถึง การเข้าซื้อกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ชิ้นนั้นแทนเจ้าของเดิมโดยเลือกอสังหาริมทรัพย์ที่เจ้าของเดิมยังต้องการอาศัยอยู่ต่อหรือเป็นทรัพย์ที่มีสัญญาเช่าอยู่ก่อนแล้ว วิธีนี้มีข้อดีตรงที่ผู้ซื้อไม่ต้องไปหาผู้เช่าใหม่ร่นระยะเวลา และสร้างผลตอบแทนได้สูงขึ้น จากการลดต้นทุนค่าเสียโอกาสของเงินทุนที่ได้ลงทุนไป ถ้าหากซื้อมาแล้วยังไม่มีผู้เช่าอาจจะต้องใช้เวลาหาผู้เช่านานถึง 1-3 เดือน โดยระยะเวลาดังกล่าว ก็ไม่ได้สร้างรายได้ให้กับเงินลงทุนที่ลงไป อีกทั้งถ้าหากหาผู้เช่าล่าช้า ก็จะเกิดค่าใช้จ่ายตามมาทั้งค่าดูแลรักษา ภาษี ซึ่งจะส่งผลให้ผลตอบแทนจากการลงทุนลดลง

5. Refinance สู่ดอกเบี้ยต่ำกว่า การ Refinance เป็นวิธีการหนึ่งของการบริหารต้นทุนเรื่องดอกเบี้ยเพื่อให้มีภาระด้านดอกเบี้ยต่ำลง (Effective interest rate ลดลง) และสามารถลดเงินต้นได้เร็วขึ้นอีกด้วย ส่งผลให้ ผลตอบแทนจากการลงทุนสูงขึ้น (ROI เพิ่มขึ้น) และ

6. เซ็นต์สัญญาผู้เช่าใหม่บ่อยๆถี่ๆ สัญญาเช่ายิ่งยาวอาจจะยิ่งเสียเปรียบเพราะทำให้เจ้าของอสังหาฯชิ้นนั้นไม่สามารถปรับขึ้นค่าเช่าให้เพิ่มขึ้นได้ในกรณีที่อัตราค่าเช่ามีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆแต่จะเป็นประโยชน์อสังหาริมทรัพย์ที่มีแนวโน้มค่าเช่าลดลง โดยปกติแล้วสัญญาเช่าจะไม่ทำกันเกิน 3 ปี เนื่องจากถ้าหากเกิน 3 ปี ต้องทำหนังสือ และจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ การทำสัญญาเช่าระยะสั้นนั้นมีข้อดีตรงที่สามารถปรับค่าเช่าได้เมื่อมีค่าเช่าในทำเลนั้นปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับการประเมินสถานการณ์ตลาดการเช่าที่อยู่อาศัยในเรื่องอุปสงค์ และอุปทานด้วย


บทความและภาพประกอบโดย : Terrabkk.com
ที่มา : http://www.prthai.com/articledetail.asp?kid=11362
6

สำหรับผ้าหุ้มโซฟาที่สามารถสามารถถอดซักได้ ให้คุณศึกษาวิธีการซักบนฉลากที่ที่ติดมากับผ้าหุ้ม แล้วเลือกใช้ผงซักฟอกคุณภาพดีๆและนำลงซักตามปกติ แต่สำหรับผ้าหุ้มที่ถอดซักไม่ได้นั้น เรามีเคล็ดลับการทำความสะอาดเฉพาะส่วนมาบอกคุณ

ขั้นตอนวิธีการทำความสะอาดเฉพาะส่วน

-ก่อนอื่นให้เจือจางผงซักฟอกด้วยน้ำเล็กน้อย ลองป้ายทดสอบกับเนื้อผ้าด้านในก่อนเช็ดลงบนผ้าหุ้มโซฟาจริง

-ใช้ทิชชู่เปียกชุบน้ำยาทำความสะอาดแล้วค่อยๆเช็ดทำความสะอาดคราบ

-ปล่อยโซฟาหรือเก้าอี้ของคุณให้แห้ง

ผิวหน้าโซฟาหรือเก้าอี้ต่างๆมักเป็นส่วนที่คราบฝุ่นหรือคราบสกปรกต่างๆมักเกิดขึ้นได้ง่ายและกลายเป็นคราบฝังแน่น ในการทำความสะอาดนั้น นอกจาการศึกษาฉลากแนะนำวิธีการซักที่ติดมากับผ้าหุ้มเฟอร์นิเจอร์ของคุณแล้ว การเลือกใช้ผงซักฟอกคุณภาพดีบวกกับเคล็ดลับเล็กๆน้อยๆในการเพิ่มประสิทธิภาพการทำความสะอาดก็เป็นสิ่งที่จะช่วยทุ่นแรงคุณได้อีกมาก เช่น

-ผสมผงซักฟอกกับน้ำอุ่นจะช่วยให้น้ำยากับน้ำผสมกันได้ดียิ่งขึ้น

-น้ำส้มสายชูสามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการทำความสะอาดคราบต่างๆ หลังจากใช้น้ำส้มสายชูทำความสะอาดคราบฝังแน่นแล้ว ให้ใช้ผ้าชุบน้ำสบู่เช็ดทำความสะอาดตามอีกครั้งเพื่อขจัดกลิ่นน้ำส้มสายชู และพยายามเปิดห้องให้อากาศถ่ายเทเพื่อกลิ่นเจือจางเร็วขึ้น

-ทิชชู่เปียกสำหรับเด็กอ่อน สามารถนำมาใช้ได้เป็นอย่างดีในการทำความสะอาดวัสดุหุ้มต่างๆ เพราะมีความบอบบางมาก จึงไม่ค่อยทำลายวัสดุพื้นผิวและไม่ชุ่มน้ำจนเกินไป

การทำความสะอาดผ้าหุ้มโซฟาใน

-เริ่มจากการดูดฝุ่นที่โซฟาหรือเก้าอี้เพื่อกำจัดฝุ่นหรือเศษผงบนผิวหน้าโซฟาก่อน เลือกใช้หัวแปรงดูดฝุ่นอ่อนๆ เพื่อจะได้ไม่เป็นการทำลายพื้นผิว

-เทน้ำส้มสายชูลงบนกระดาษทำความสะอาดสำหรับเด็กหรือผ้าไมโครไฟเบอร์ เช็ดทำความสะอาด และถูเบาๆในจุดเปื้อนเป็นพิเศษ

-หลังจากนั้นทำความสะอาดโซฟาด้วยผ้าผสมน้ำสบู่อ่อน โดยถูเบาๆให้น้ำสบู่ซึมลงไปเล็กน้อยเพื่อทำความสะอาดคราบสกปรกที่อยู่ในเนื้อผ้า

-บางคนอาจใช้ที่เป่าผมช่วยทำให้โซฟาแห้งเร็วขึ้น แต่เราแนะนำให้ปล่อยทิ้งไว้ให้มันแห้ง และให้ เปิดประตูหน้าต่าง เพื่อให้อากาศถ่ายเทได้สะดวกขึ้น

การทำความสะอาดโซฟาหนัง

-พยายามอย่าใช้น้ำในการทำความสะอาด เพราะอาจทำให้เกิดรอยด่าง

-ควรใช้ที่ทำความสะอาดแบบไอน้ำแทน

-ใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่เป็นน้ำมันหรือแวกซ์ เพราะว่าสามารถทำความสะอาดพร้อมกับให้ความชุ่มชื้นกับเฟอร์นิเจอร์ ป้องกันไม่ให้พื้นผิวที่เป็นหนังแห้งและแตก และยังสามารถช่วยปกป้องจากคราบสกปรกที่อาจเกิดขึ้นอีกด้วย

การทำความสะอาดและบำรุงรักษาเฟอร์นิเจอร์อย่างสม่ำเสมอ

-ทำความสะอาดรอยเปื้อนที่พื้นผิวหุ้มอย่างสม่ำเสมอ เพื่อไม่ให้เกิดคราบเปื้อนที่ฝังแน่น

-ดูดฝุ่นโซฟาอย่างน้อยอาทิตย์ละหนึ่งครั้ง

-ถ้าหากโซฟาสามารถถอดออกมาซักได้ ให้ถอดออกมาซักเป็นประจำ และเมื่อผ้าหุ้มใกล้แห้งให้นำมาสวมไว้ที่โซฟาเพื่อผ้าจะได้เข้ารูปเมื่อแห้งแล้ว

ที่มา : https://goo.gl/bk6XVc
7
ขาย Ashton Chula-Silom ชั้น 31 ห้อง 3120 (34.50 ตรม.)   ราคา VVIP T.089-891-1176 หรือ 02-579-2233


Ashton Chula-Silom โครงการจาก Ananda Development ตั้งอยู่ติดกับถนนพระราม 4 จาก BTS ศาลาแดง 550 เมตร และ 180 เมตร จาก MRT สามย่าน  ทางรถยนต์สามารถ เข้า-ออกได้ 2 ทาง คือ ทางถนนพระราม 4 และจากถนนสุรวงศ์ ตึกจามจุรีสแควร์อยู่เยื้องๆกันกับโครงการ  มองตรงไปจากหน้าโครงการ จะเห็นโรงแรมมณเฑียรและโรงแรมเลอ เมอริเดียน กรุงเทพ สนใจคุยกันได้ครับ คุณศักดิ์สิทธิ์ 089-891-1176 หรือ 02-579-2233


















สถานที่สำคัญใกล้เคียง
1. จามจุรีสแควร์
2. สยามพารากอน
3. สยามเซ็นเตอร์
4. เซ็นทรัลเวิล์ด
5. มาบุญครอง
6. สวนลุมพินี
7. ม.จุฬาลงกรณ์
8. โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา
9. โรงเรียนสาธิตจุฬาฯ
10. โรงพยาบาลจุฬา
สนใจคุยกันได้ครับ คุณศักดิ์สิทธิ์ 089-891-1176 หรือ 02-579-2233


























โครงการอยู่ใกล้ๆกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตึกจามจุรีสแควร์อยู่เยื้องๆกันกับโครงการ ซึ่งมีทั้งที่เรียนพิเศษ ร้านอาหาร ร้านกาแฟ และแหล่งชอปปิ้งของจะไปเดินเล่นสยามหน้าตึกก็มีป้ายรถเมลล์นั่งไปนิดเดียว ย้อนกลับมาฝั่งโครงการมีวัดหัวลำโพงซึ่งเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนบริเวณนี้ Too Fast To Sleep ร้านกาแฟเปิดตลอด 24 ชม. สนใจคุยกันได้ครับ คุณศักดิ์สิทธิ์ 089-891-1176 หรือ 02-579-2233
















สิ่งอำนายความสะดวกภายในโครงการ
– สระว่ายน้ำแบบโอโซน
– สระว่ายน้ำแบบออนเซ็น
– Double Floor Sky Fitness
– Life Style Club & Wine Bar
– Panoramic View Library
– Panoramic Exclusive Business Lounge
– สวนหย่อมขนาดใหญ่
– จุดจอดจักรยานรองรับ Eco-Friendly Lifestyle
– CCTV
– รปภ. 24 ชม.












สนใจคุยกันได้ครับ คุณศักดิ์สิทธิ์ 089-891-1176 หรือ 02-579-2233

พิเศษ! สำหรับท่านที่แนะนำลูกค้ามาซื้อคอนโดกับ Condothai ท่านจะได้รับเงินสด 15,000 บาท เป็นค่าแนะนำทันที เมื่อทาง Condothai ปิดการขาย

หากท่านใดมีความประสงค์ ฝากซื้อ หรือ ฝากขาย Luxury Condo สามารถติดต่อทาง Condothai ได้ที่ 089-891-1176 หรือ Line : @condothai
8
สาระความรู้ / จัดการกับความร้อนในคอนโดได้ภายใน 5 วิธี
« กระทู้ล่าสุด โดย admin เมื่อ มีนาคม 23, 2017, 10:47:06 AM »

Paperroom
สนับสนุนเนื้อหา


หลายๆ คนคงรู้อยู่แล้วว่าประเทศไทยเป็นประเทศเมืองร้อน (มว๊ากกกกกกกก) ทำให้คอนโดส่วนใหญ่จะมีความร้อนสะสมอยู่ในห้อง หลายๆคนเลือกใช้วิธีการเปิดแอร์สู้ ซึ่งแน่นอนความเย็นของแอร์มาพร้อมกับค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น หลายๆคนจึงเลือกที่จะหนีปัญหาโดยการไปเดินห้างสรรพสินค้าสะเลย

เราเลยขอนำเสนอวิธีการจัดการกับความร้อนในคอนโดภายใน 5 วิธี ได้แก่


1. สีสว่างบ้านก็สบาย : หากเป็นห้องที่อยู่ในทิศที่ได้รับความร้อนจากดวงอาทิตย์แบบเต็มๆ แล้ว การเลือกใช้สีโทนสว่าง สีอ่อน หรือสีพาสเทล ก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะสีโทนนี้จะไม่กักเก็บความร้อนเท่ากับสีโทนเข้ม และยังช่วยให้ผู้อยู่อาศัยรู้สึกผ่อนคลาย สบายตา สบายใจมากขึ้น


2. ฟิล์มกรองแสงช่วยท่านได้ : นอกจากจะเลือกระดับความเข้มของฟิล์มได้แล้ว ยังให้ความรู้สึกโล่งโปร่งสบายตา และราคาประหยัดสบายกระเป๋า ทั้งยังช่วยชะลอความซืดจางของเฟอร์นิเจอร์ภายในห้องได้ด้วย ยิ่งไปกว่านั้นเรายังสามารถออกแบบลวดลายของฟิล์มเพื่อเพิ่มความน่าสนใจให้กับห้องของเรา


3. ติดผ้าม่านกันแสง (ผ้าม่าน Blackout) : ผ้าม่านเป็นสิ่งของอีกชิ้นหนึ่งที่ทุกคอนโดขาดไม่ได้ แถมยังเป็นตัวช่วยที่สามารถป้องกันแสงแดดและความร้อนเข้ามาสู่ภายในห้อง โดยเฉพาะกับผ้าม่านแบบ Blackout ที่สามารถกันแสงได้ถึง99% โดยเนื้อผ้าของผ้าม่านชนิดนี้จะมีส่วนผสมของสารป้องกันแสงแดดและความร้อน จึงสามารถช่วยประหยัดค่าไฟได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ควรเลือกผ้าม่านสีโทนอ่อน จะช่วยให้ห้องดูโปร่ง สบายมากขึ้น


4. หลอดประหยัดไฟช่วยประหยัดเงิน : หลอดไฟเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่หลายๆคนมองข้าม มีใครรู้บ้างว่าหลอดไส้ที่เราใช้ๆกันนั้น คายความร้อนถึง 100-400 °c ทำให้ “คอนโดเราร้อน” แบบไม่รู้ตัว แถมยังกินไฟและอายุการใช้งานสั้นอีกต่างหาก ใครที่ยังใช้หลอดไส้อยู่ลองเปลี่ยนมาใช้ “หลอดประหยัดไฟ”อย่างหลอดฟลูออเรสเซนต์ หรือหลอดLED แทน ที่นอกจากจะช่วยประหยัดค่าไฟแล้ว ยังไม่ทำให้ห้องร้อนอีกด้วย


5. ปลูกต้นไม้ริมระเบียง : การปลูกต้นไม้เป็นความฝันของชาวคอนโดหลายๆ คน นอกจากต้นไม้จะดูสวยงาม และให้ความรู้สึกผ่อนคลายแล้ว ต้นไม้ยังช่วยลดอุณหภูมิความร้อน ทำให้บรรยากาศภายในห้องเย็นลง โดยต้นไม้ที่เลือกควรเป็นไม้กระถางที่สามารถดูแลและเคลื่อนย้ายได้ง่าย

ใครนำทั้ง 5 วิธีนี้ไปลองใช้แล้วได้ผลยังไง มาเล่าให้พวกเราฟังด้วยนะครับ

ขอขอบคุณ
ข้อมูล : designpaperroom
ภาพ : pinterest

ที่มา : http://home.sanook.com/12457/
9
สาระความรู้ / 7 ขั้นตอนล้างพิษให้อากาศในบ้าน
« กระทู้ล่าสุด โดย admin เมื่อ มีนาคม 23, 2017, 10:36:09 AM »

คุณภาพของอากาศในบ้านเป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้คุณภาพอากาศนอกบ้านเลย เพราะหากบ้านของเรามีคุณภาพอากาศที่ดี สุขภาพก็จะดีตามไปด้วย ในแต่ละวันที่เราออกไปใช้ชีวิตอยู่นอกบ้านเราต้องเจอกับมลภาวะมากมาย ทั้งควันจากท่อไอเสียรถยนต์ โรงงานอุตสาหกรรม คนสูบบุหรี่ พอเรากลับเข้าบ้าน เราก็ต้องเจอกับคุณภาพอากาศในบ้าน ที่อาจจะไม่ดีทั้งจากการทำอาหาร การใช้เครื่องไม้เครื่องมือ และสารเคมีในบ้านอีกและนั่น ก็ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของเรา อาจทำให้เกิดอาการปวดศีรษะ อ่อนเพลีย ในระยะเริ่มต้น และหากปล่อยไว้ ก็อาจจะส่งผลต่อให้เกิดอาการภูมิแพ้ ดังนั้นเราควรล้างพิษให้อากาศในบ้านของเรา ด้วยวิธีการดังต่อไปนี้

1.ควบคุมแหล่งกำเนิด : วิธีที่ดีที่สุดในการพัฒนาคุณภาพของอากาศภายในบ้านก็คือ การควบคุมที่แหล่งกำเนิดที่ทำให้อากาศเป็นพิษ  เช่น สารพิษ สารเคมีต่าง ๆ ที่เรานำมาใช้ในบ้าน ควรจะเลือกผลิตภัณฑ์ที่ไม่เป็นอันตราย ตั้งแต่ยาทาเล็บ ไปจนถึงน้ำยาทำความสะอาดต่าง ๆ และเวลาที่จะใช้สารเคมี ให้ใช้ในปริมาณน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ การควบคุมปริมาณการใช้ ก็เป็นการควบคุมปริมาณที่สารเหล่านั้นจะฟุ้งไปในอากาศ และและที่สำคัญในเวลาที่ใช้สารเคมีเหล่านั้น ให้คุณระบายอากาศ ด้วยการเปิดประตู หน้าต่างเสมอ

2.เปิดพัดลมระบายอากาศ : การทำอาหารรับประทานเองที่บ้าน แน่นอนว่า เป็นการดีต่อสุขภาพแน่นอน เพราะคุณสามารถเลือกทำ และรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ แต่ทั้งนี้ การทำอาหารในบ้าน ก็เป็นต้นตอหลัก ๆ ที่ทำให้อากาศในบ้านเสียเช่นกัน แม้แต่การต้มพาสต้า ความชื้นของน้ำและไอน้ำ ก็ทำให้เกิดเชื้อราได้แล้ว หากเรามีการใช้แก๊สหุงต้ม หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิคส์ให้ความร้อน ผัด ทอด จนเกิดควัน สิ่งเหล่านั้น ก็มีผลต่อคุณภาพอากาศเช่นกัน ดังนั้น ทุกครั้งที่ประกอบอาหาร ควรเปิดพัดลมดูดอากาศ หรือหากไม่มี ก็ควรเปิดหน้าต่าง และใช้พัดลมธรรมดา เป่าระบายอากาศก็ได้


3.น้ำหอมดับกลิ่นก็ไม่ใช่ทางเลือกที่ดีนัก : ใคร ๆ ก็ต้องการให้บ้านมีกลิ่นหอมด้วยกันทั้งนั้น ยิ่งเวลาที่เราทำอาหาร กลิ่นอาหารจะติดอยู่ในบ้าน ดังนั้นหลาย ๆ คน จึงนำสเปรย์ดับกลิ่นมาใช้ แต่สเปรย์เหล่านี้ มักจะมีส่วนผสมของสารเคมี แม้จะถูกระบุว่า ปลอดภัย แต่หากเรามีทางเลือกอื่น ก็น่าจะดีกว่า เช่น พวกน้ำมันหอมระเหย หรือพวกกลิ่นบำบัด อโรม่าต่าง ๆ ซึ่งเราสามารถทำใช้เองได้ด้วย

4.ใช้เครื่องกรองอากาศ : ปัจจุบันนี้ มีเครื่องกรอกอากาศ หรือเครื่องฟอกอากาศ ออกมาขายกันหลายรุ่น หลายยี่ห้อ เครื่องฟอกอากาศเหล่านี้ มีฟิลเตอร์ ที่สามารถกรองฝุ่น เชื้อรา และทำให้อากาศในบ้านสะอาดขึ้นได้มาก อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญบอกว่า คนส่วนใหญ่ ที่มีสุขภาพดี ไม่ต้องใช้เครื่องฟอกอากาศก็ได้ แต่หากใครที่มีอาการหอบหืด ภูมิแพ้ อุปกรณ์ดังกล่าวนี้ จะช่วยได้มาก


5.ทำความสะอาดฝุ่นในบ้าน : แน่นอนว่าฝุ่นทำให้คุณภาพของอากาศในบ้านต่ำ หากบ้านเต็มไปด้วยฝุ่น เราก็จะหายใจเอาฝุ่นเหล่านั้นเข้าไปในปอดของเรา ดังนั้นเราจึงต้องทำความสะอาดพื้น พรม เฟอร์นิเจอร์ ด้วยการดูดฝุ่นสม่ำเสมอ ส่วนผ้าปูที่นอน ปลอกหมอน ก็ต้องซักเป็นประจำ ทางหนึ่งที่จะลดปริมาณฝุ่นในบ้านของเราได้ก็คือเปลี่ยนพื้นพรมให้เป็นพื้นไม้

6.ต้องหมั่นดูแลและตรวจตราสิ่งต่าง ๆ ในบ้าน : การตรวจตราสิ่งต่าง ๆ ในบ้านนี้ ต้องตรวจทุกสิ่งในบ้านว่ามีอะไรชำรุดเสียหายต้องซ่อมแซมหรือไม่ มีสารเคมีจุดไหนรั่วซึมหรือไม่ หากพบจุดบกพร่องก็ต้องรีบแก้ไข ไม่เช่นนั้น อาจจะก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพในระยะยาวได้


7.เลือกต้นไม้ตกแต่งบ้านต้องเลือกให้เหมาะ : ต้นไม้ช่วยกรองอากาศเสียให้กับเราได้ แต่ทั้งนี้ การนำต้นไม้เข้ามาตกแต่ง หรือเลี้ยงไว้ในบ้านต้องเลือกให้เหมาะ เพราะต้นไม้ส่วนใหญ่ จะเหมาะสำหรับอยู่นอกบ้านมากกว่า มีต้นไม้เพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น ที่เหมาะสำหรับนำมาไว้ในบ้าน ซึ่งเราควรจะหาข้อมูลละเอียดเสียก่อน

ขอขอบคุณ
ข้อมูล : rodalesorganiclife
ภาพ : istock

ที่มา : http://home.sanook.com/12473/
10
สาระความรู้ / 6 ข้อผิดพลาดที่คุณมักทำตอนอาบน้ำ
« กระทู้ล่าสุด โดย admin เมื่อ มีนาคม 23, 2017, 10:20:47 AM »

ทราบหรือไม่ว่า ถ้าคุณอาบน้ำไม่ถูกวิธี นอกจากจะทำให้คุณเสียสุขภาพแล้ว สภาพแวดล้อมก็เสีย แถมคุณยังเสียเงินค่าน้ำ ค่าไฟเพิ่มขึ้นอีกด้วย หากคุณอาบน้ำวันละ 8 นาที ซึ่งเป็นเวลาเฉลี่ยในการอาบน้ำของคนอเมริกัน คุณจะเสียเวลาในการอาบน้ำไปถึงปีละ 48 ชั่วโมง แต่หากคุณใช้เวลามากกว่านั้น ก็แปลว่า คุณเสียเวลาในแต่ละปีไปกับการอาบน้ำมากกว่านั้นอีก ซึ่งนั้นก็หมายถึง การใช้ทรัพยากรน้ำสิ้นเปลือง เสียสภาพแวดล้อม และเสียเงินค่าน้ำเพิ่ม และการอาบน้ำนาน ก็ไม่ได้เป็นผลดีต่อสุขภาพ หากคุณมีพฤติกรรมดังกล่าว เห็นทีจะต้องปรับเสียแล้ว และนอกจากนั้นยังมีข้อผิดพลาดอื่น ๆ ที่คนจำนวนไม่น้อยทำ ในระหว่างการอาบน้ำ ทั้ง 6 ข้อนั้นมีอะไรบ้าง ไปติดตามกัน

1.อาบน้ำนานเกินไป : การอาบน้ำนาน ทำให้ผิวแห้ง แถมยังเสียน้ำไปในปริมาณมากอีกด้วย Alliance for Water Efficiency ระบุว่า คนอเมริกันอาบน้ำฝักบัวกันครั้งละประมาณ 17.2 แกลลอน และหากเราอาบน้ำให้เร็วขึ้นสัก 5 นาที เราจะประหยัดน้ำได้มากกว่า 2,000 แกลลอน ต่อปี

2.คุณสระผมทีหลัง : จริง ๆ แล้วการสระผมด้วยแชมพู และครีมนวดผม ควรจะต้องเป็นขั้นตอนแรกของการอาบน้ำ เพราะแชมพู และครีมนวดผมที่ล้างออกนั้น จะไปอยู่บนใบหน้า และผิวของคุณอีก ดังนั้น จะเป็นการดีกว่า ที่เราจะสระผมก่อน แล้วค่อยทำความสะอาดร่างกาย ฝึกให้เป็นนิสัย การใช้สบู่อ่อน ทำความสะอาดใบหน้า และร่างกาย หลังล้างแชมพูออกจากผม ก็จะช่วยชะล้างคราบแชมพู และครีมนวดที่ติดอยู่ออกไปด้วย


3.คุณอาบน้ำร้อนหรือเย็นเกินไป : ทางที่ดีที่สุด คืออาบน้ำที่มีอุณภูมิพอเหมาะ ปานกลาง น้ำอุ่นจะทำให้รู้สึกสบายในวันที่มีอากาศหนาวเย็น ส่วนน้ำเย็น ก็ทำให้รู้สึกสดชื่นในวันที่อากาศร้อนเช่นกัน  แต่ทั้งนี้ สิ่งที่เหมาะกับผิว คืออุณภูมิปานกลาง ไม่ว่าอากาศข้างนอกจะเป็นอย่างไรก็ตาม American Academy of Dermatology หรือ (AAD) แนะนำว่า น้ำอุ่นที่ไม่ร้อน จะช่วยปกป้องผิวหนังจากความแห้ง และการไม่ใช้น้ำที่ร้อนมาก ยังช่วยประหยัดค่าไฟจากเครื่องทำน้ำร้อนให้คุณได้ด้วย

4.คุณไม่ใส่ใจกระบวนการดูแลผิวพรรณหลังอาบน้ำ : AAD บอกว่า การซับผิวด้วยผ้าเช็ดตัวแห้ง หลังการอาบน้ำ เป็นสิ่งทีดี คุณไม่ควรใช้ผ้าเช็ดตัวขัดหรือถู เพราะจะทำให้เกิดความระคายเคืองและมีอาการคันได้ นอกจากนี้ หลังจากซับผิวด้วยผ้าเช็ดตัวประมาณ 2 – 3 นาที ควรทามอยเจอร์ไรเซอร์ เพื่อให้ความชุ่มชื้นแก่ผิว

5.คุณไม่ระบายอากาศในห้องน้ำ : การไม่เปิดระบายอากาศในห้องน้ำ ทำให้มีความชื้น และเชื้อราก็จะเกิดขึ้น หากห้องน้ำของคุณไม่มีหน้าต่างระบายอากาศ คุณก็ควรติดพัดลมระบายอากาศ หลังอาบน้ำ เปิดให้พัดลมทำงานสักพักเพื่อระบายความชื้นจากพื้น ผนัง และเพดาน


6.คุณเลือกใช้ฝักบัวไม่เหมาะสม : ฝักบัวบางรุ่น ก็เก่าเกินไปแล้ว อย่างรุ่นที่ผลิตในยุค 90 อัตราการไหลของน้ำจะอยู่ที่ 5.5 แกลลอนต่อนาที เมื่อเทียบกับฝักบัวในท้องตลาดปัจจุบัน อัตราการไหลของน้ำจะลดลงถึงครึ่งหนึ่ง คือ 2.5 แกลลอนต่อนาที หรือบางรุ่นก็น้อยกว่านั้น ดังนั้น หากบ้านของคุณยังคงใช้รุ่นเก่าอยู่ เห็นทีจะต้องตรวจเช็ค และปรับเปลี่ยนกันแล้ว เพราะแค่เปลี่ยนฝักบัว อาจจะทำให้ค่าน้ำของคุณลดลงไปได้มากทีเดียว

ขอขอบคุณ
ข้อมูล : rodalesorganiclife
ภาพ : istock

ที่มา : http://home.sanook.com/12477/
หน้า: [1] 2 3 ... 10

???????????