Condothai คอนโดไทย


???????????

กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้

หน้า: [1] 2 3 ... 10
1
สาระความรู้ / 20 พันธุ์ไม้ช่วยฟอกอากาศ สามารถปลูกในบ้านได้
« กระทู้ล่าสุด โดย admin เมื่อ กุมภาพันธ์ 16, 2018, 04:04:09 PM »

คนส่วนใหญ่มักจะมองว่า ไม่ควรนำต้นไม้มาปลูกในบ้าน เพราะต้นไม้ส่วนใหญ่ต้องการแสงแดด และต้องการออกซิเจนในตอนกลางคืนอาจจะทำให้ต้นไม้มาแย่งอากาศเราหายใจได้ แต่จริงๆ แล้วก็มีพันธุ์ไม้ ที่สามารถปลูกในบ้านได้โดยที่ไม่ตาย แล้วยังช่วยฟอกอากาศในบ้านได้อีกด้วยนะคะ วันนี้เราจึงได้รวบรวม 18 พันธุ์ไม้ช่วยฟอกอากาศ สามารถปลูกในบ้านได้ มาฝากเพื่อนๆ กันค่ะ


1. ปาล์มสิบสองปันนา (Dwarf Date Palm)


ปาล์มสิบสองปันนา : เป็นพรรณไม้ตระกูลปาล์มมีลำต้นเดี่ยว ส่วนยอดของลำต้นมีกาบใบแตกออกมา ต้นไม้ชนิดนี้สามารถปลูกได้ทั้งกลางแจ้ง แต่ก็สามารถเจริญเติบโตได้ในที่ที่มีแสงน้อย และสามารถดูดสารพิษในอากาศภายในอาคารได้ดี โดยเฉพาะสารไซรีน

2. บอสตันเฟิร์น (Boston Fern)


บอสตันเฟิร์น : เป็นพืชที่ต้องการความชุ่มชื้นอย่างสม่ำเสมอ ถ้าขาดน้ำ สีของใบจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล และร่วงอย่างรวดเร็ว จึงควรหมั่นรดน้ำให้ดินชุ่มชื้นหรือฉีดพ่นด้วยละอองน้ำสม่ำเสมอ ที่สำคัญบอสตันเฟิร์นยังเป็นไม้ประดับที่ช่วยทำความสะอาดอากาศภายในอาคารได้ดี สามารถดูดสารพิษได้มาก โดยเฉพาะสารจำพวกฟอร์มาดีไฮด์

3. เศรษฐีเรือนใน (Spider Plant)


เศรษฐีเรือนใน : เป็นไม้กอขนาดเล็กที่นิยมปลูกเป็นไม้ประดับทั้งภายในและภายนอกอาคาร โดยปลูกในกระถางแขวนหรือปลูกเป็นพืชคลุมดินก็ได้

4. เฟิร์นดาบออสเตรเลีย (Kimberley Queen Fern)


เฟิร์นดาบออสเตรเลีย : เป็นเฟิร์นที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่ มีก้านใบยาวบางครั้งอาจยาวถึง 1 เมตร ใบมีสีเขียวสด ก้านใบมีสีน้ำตาล ก้านใบแข็ง ใบจะขึ้นหนาทึบไม่มีดอก สามารถดูดสารพิษจำพวกฟอร์มาดีไฮด์ ไซลีน และโทลูอีน ได้ดีมาก

5. แก้วกาญจนา (Chinese Evergreen)


แก้วกาญจนา : เป็นพืชที่ปลูกเลี้ยงง่าย ไม่ต้องดูแลเอาใจใส่มาก ทนทาน แม้ในที่ที่มีสภาพแห้งแล้งและความชื้นต่ำ รวมทั้งสามารถเจริญงอกงามได้ในที่ที่มีแสงสว่างเพียงเล็กน้อย ถึงแม้เขียวหมื่นปีจะมีความสามารถในการดูดสารพิษไม่มากนัก คืออยู่ในระดับปานกลาง แต่ก็มีอัตราการคายความชื้นสูงช่วยให้บ้านชุมชื่นยิ่งขึ้น

6. ปาล์มใบไผ่ (Bamboo Palm)


ปาล์มใบไผ่ : เป็นพืชที่เติบโตค่อนข้างช้า แต่มีความโดดเด่นที่เลี้ยงง่าย ทนทานแม้จะขาดแคลนน้ำและแสงแดดหรือตั้งอยู่ในที่ทึบแสงเป็นเวลานานๆ ก็ยังสามารถอยู่ได้ แต่ด้วยลำต้นที่เล็กต้นปาล์มใบไผ่อาจจะดูดสารพิษได้น้อยกว่าพืชชนิดอื่นๆ

7. ไทรย้อยใบแหลม (Weeping Fig)


ไทรย้อยใบแหลม : เป็นพรรณไม้ยืนต้นขนาดกลางที่นิยมนำมาปลูกเป็นไม้ประดับภายในบ้านเรือนและอาคารสำนักงานต่างๆ เพราะลักษณะของทรงพุ่มและใบสีเขียวสดห้อยย้อยมีความสวยงาม ไทรย้อยใบแหลมนอกจากจะเป็นพืชที่ปลูกง่ายแล้วยังช่วยดูดสารพิษในอากาศได้อีกด้วย โดยเฉพาะสารพิษจำพวกฟอร์มัลดิไฮด์ รวมทั้งมีอัตราการคายความชื้นที่ดี

8. พลูด่าง ( Golden Pothos )


พลูด่าง : เป็นไม้เลื้อย ที่ลำต้นมีรากงอกออกมาตามข้อ ใบกลมป้อมคล้ายรูปหัวใจ ปลายใบแหลม โคนใบโค้งมนเล็กน้อย ใบมีสีเขียวและมีรอยด่างสีเหลืองอยู่ที่ใบทำให้ดูสวยงาม หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่าพลูด่างสามารถดูดสารพิษในอากาศได้เช่นกัน

9. หน้าวัว (Flamingo Lily)


หน้าวัว : เป็นไม้พุ่มเตี้ย มีอายุหลายปี เป็นไม้ดอกที่มีรูปร่างแปลกตา สีสันสดสวย ออกดอกได้ตลอดปี ใบเป็นรูปหัวใจคล้ายใบบอน ถ้าปลูกภายในบ้านหรืออาคารสำนักงานควรวางในที่ที่สามารถรับแดดได้บ้างพอสมควร รดน้ำวันละ 2 ครั้งในตอนเช้าและตอนเย็น ในฤดูร้อนและฤดูหนาวความชื้นในอากาศมีน้อย ควรรดน้ำเพิ่มในช่วงบ่าย การให้ปุ๋ยนิยมให้ปุ๋ยอินทรีย์หรือปุ๋ยเคมีละลายน้ำ

10. เสน่ห์จันทร์แดง (Araceae)


เสน่ห์จันทร์แดง : เป็นไม้ประดับที่มีรูปทรงสวยงามด้วยความโดดเด่นของใบรูปหัวใจที่มีสีเขียวเข้มตัดกับสีแดงเข้มของก้านใบ แต่เป็นพืชไม่ค่อยทนทานจึงต้องการการดูแลรักษาพอสมควร เสน่ห์จันทน์แดงเป็นไม้ประดับที่มีความสามารถสูงในการดูดสารพิษในอากาศโดยเฉพาะสารพิษจำพวกแอมโมเนีย และยังเป็นต้นไม้ที่คนนิยมปลูกไว้เสริมมงคล ตามความเชื่อที่ว่าปลูกไว้แล้วจะโชคดี ถ้านำมาตั้งไว้ในร้านค้าจะค้าขายดีมีกำไรเป็นเสน่ห์เมตตามหานิยมแก่คนทั่วไป

11. จั๋ง (Broadleaf Lady Palm)


จั๋ง : เป็นพืชในตระกูลปาล์ม มีการเจริญเติบโตค่อนข้างช้า แต่เป็นพืชที่เลี้ยงง่าย ทนแล้งได้ดี เจริญเติบโตได้แม้ในที่ที่มีอากาศแห้งแล้งหรือขาดน้ำเป็นเวลาหลายๆ วัน ทนต่อโรคและแมลงได้ดี แต่ต้องการแสงแดดพอสมควร

12. เยอบีร่า (Barberton Daisy)


เยอบีร่า : เป็นไม้ประดับที่มีดอกสีสวยสดใส และคงทนอยู่ได้นานแม้จะตัดออกมาปักแจกันแล้วก็ยังอยู่ได้นานหลายวัน จึงเป็นไม้ประดับที่นิยมนำมาประดับภายในอาคาร เพราะไม่เพียงแต่ความสวยเท่านั้น เยอบีร่ายังมีประสิทธิภาพสูงในการดูดสารพิษภายในอาคารได้อย่างดีเยี่ยมอีกด้วย

13. วาสนา (Janet Craig)


วาสนา : เป็นพรรณไม้ยืนต้น ลำต้นกลมตรงมีข้อถี่ไม่มีกิ่งก้าน ลำต้นมีสีน้ำตาลใบเป็นใบเดี่ยวแตกออกจากลำต้นส่วนยอดเรียงซ้อนกันเวียนรอบลำต้นเป็นรูปวงกลมลักษณะใบเรียวยาว วาสนาราชินีเป็นไม้ประดับอีกชนิดหนึ่งที่ดูดสารพิษภายในอาคารจำพวกฟอร์มาดีไฮด์และไตรคลอโรเอทธีลีน ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

14. ตีนตุ๊กแกฝรั่ง (English Ivy)


ตีนตุ๊กแกฝรั่ง : เป็นไม้เลื้อยที่เกาะอาศัยตามต้นไม้ใหญ่ นิยมปลูกติดกับกำแพงให้เลื้อยคลุมทั่วทั้งกำแพง เป็นพืชที่ชอบแสงแดดจัด แต่ก็สามารถปรับตัวให้อยู่ในที่มีแสงแดดรำไร ตีนตุ๊กแกเจริญเติบโตได้ดีในดินที่ร่วนซุยและดินปนทราย ชอบแสงแดดจัด แต่ก็สามารถปรับตัวให้อยู่ในที่มีแสงแดดรำไร ขยายพันธุ์ด้วยการชำกิ่งหรือทับกิ่ง มีประสิทธิภาพสูงในการดูดสารพิษจำพวกสารเบนซิน

15. ลิ้นมังกร (Variegated Snake Plant)


ลิ้นมังกร : ถึงแม้คุณสมบัติในการดูดสารพิษของลิ้นมังกรจะไม่มากนัก แต่คุณสมบัติเด่นของลิ้นมังกรคือเป็นพืชที่คายออกซิเจนออกมาตอนกลางคืนและดูดคาร์บอนไดออกไซด์เข้าไป จึงเหมาะที่จะปลูกไว้ในห้องนอน

16. เงินไหลมา (Arrowhead Vine)


เงินไหลมา : เป็นพรรณไม้เลื้อยที่มีเถาว์ยาว มีลำต้นกลมสีเขียว ผิวลำต้นเกลี้ยง มีข้อห่างๆ รากออกตามข้อลำต้น แต่ละข้อจะมีกาบใบหุ้มอยู่ เงินไหลมาควรปลูกในที่ร่มที่มีแสงส่องถึง ต้องการน้ำมากและความชื้นสูง เป็นไม้ประดับที่มีความสามารถในการดูดสารพิษภายในอาคารได้พอสมควร แต่อัตราการคายความชื้นสูงจึงช่วยสร้างความสดชื่นให้แก่อากาศ

17. เดหลี (Peace Lily)


เดหลี : เป็นไม้ประดับที่โดดเด่นมากชนิดหนึ่ง เนื่องจากให้ดอกสีขาวที่สวยงาม จึงเป็นที่นิยมนำมาปลูกเป็นไม้ดอกไม้ประดับภายในอาคาร เป็นไม้ที่คายความชื้นสูง ในขณะที่มีความสามารถสูงในการดูดพิษภายในอาคาร เดหลีเป็นไม้ประดับที่มีใบสีเขียวเข้มมันเป็นวาว ดอกเป็นช่อสีขาวหรือขาวแกมเหลือง กาบหุ้มช่อดอกมีสีขาวคล้ายดอกหน้าวัว

18. เบญจมาศ (Chrysanthemum)


เบญจมาศ : เป็นไม้ล้มลุกขนาดเล็กที่ดอกมีสีสันสดใสทำให้บรรยากาศภายในสดชื่นสว่างไสว ซึ่งเป็นลักษณะเด่นของเบญจมาศแล้วเบญจมาศยังเป็นไม้ประดับที่มีความน่าสนใจมาก อันเนื่องมาจากประสิทธิภาพในการดูดสารพิษสูงมาก จำพวกสารพิษ ฟอร์มาดีไฮด์ เบนซีน และแอมโมเนีย

19. เข็มริมแดง (Dragon Tree)


เข็มริมแดง :  เป็นไม้ประดับที่มีรูปทรงแปลกตา มีใบแหลมเป็นพุ่มแตกออกจากตอหรือลำต้นที่ตั้งตรง และเป็นไม้ประดับที่เด่นด้วยสีสันของใบ ที่มีทั้งเขียว เหลือง แดงอยู่ในใบเดียวกัน แต่ขอบใบจะเป็นสีแดงซึ่งทำให้เป็นที่มาของชื่อ เป็นพืชที่มีความทนทานมาก ปลูกได้ดีแม้ในที่ที่มีแสงน้อย เข็มริมแดงเป็นไม้ประดับที่มีความสามารถสูงในการดูดสารพิษในอากาศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสารพิษจำพวกไซรีนและไตรครอโรเอทไทรีน

20. หางจระเข้ (Aloe Vera)


หางจระเข้ : เป็นพรรณไม้ที่ได้รับความนิยมและรู้จักอย่างกว้างขวางเพราะเป็นพืชสมุนไพรที่ให้ประโยชน์กับมนุษย์อย่างมาก โดยเฉพาะสรรพคุณทางยาที่ใช้รักษาแผล นอกจากนี้ยังมีประสิทธิภาพสูงในการดูดสารพิษจำพวก ฟอร์มัลดีไฮด์ ได้อีกด้วย

เรียกได้ว่า 20 พันธุ์ไม้ ที่เรานำมาฝากในวันนี้ นอกจากจะปลูกไว้ตกแต่งบ้านแล้ว ยังมีประโยชน์ ช่วยฟอกอากาศ แถมยังเพิ่มความชุ่มชื่นให้กับบ้านของเราอีกด้วยนะคะ

ที่มา : Mthai
2
ออลล์ อินสไปร์ฯ ลุยเปิดโครงการใหม่ ดิ เอ็กเซล ไฮด์อะเวย์ รัชดา-ห้วยขวาง มูลค่า1,300 ล้านบาท ชูทำเลศักยภาพ New CBD แห่งใหม่ของกรุงเทพ มั่นใจดีมานด์สูงเหมาะแก่การอยู่อาศัยและปล่อยเช่าที่ได้ผลตอบแทน  5-7% ต่อปี



บริษัท ออลล์ อินสไปร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์รูปแบบคอนโดมิเนียม ภายใต้แบรนด์ ดิ เอ็กเซล และ ไรส์   เดินหน้าเปิดโครงการใหม่ตามแผนดำเนินงานที่ประกาศไว้ ล่าสุดเตรียมเปิดตัวโครงการใหม่ ดิ เอ็กเซล ไฮด์อะเวย์ รัชดา-ห้วยขวาง (The Excel Hideaway  Ratchada– Huai kwang) มูลค่าโครงการกว่า 1,300 ล้านบาท ราคาเริ่มต้น 1.59 ล้านบาท บนทำเลศักยภาพ New CBD แห่งใหม่ของกรุงเทพ หวังจับกลุ่มลูกค้าคนทำงานและนักลงทุนจีน มั่นใจดีมานด์สูงเหมาะแก่การอยู่อาศัยและปล่อยเช่าที่ได้รับผลตอบแทน 5-7% ต่อปี 


นายธนากร ธนวริทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) บริษัท ออลล์ อินสไปร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ปัจจุบันทำเลในย่านรัชดาเป็นทำเลที่กระแสแรงไม่หยุด ถือว่าเป็นศูนย์กลางธุรกิจแห่งใหม่ โดยในปี 2561 นี้ รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินจะเป็นรถไฟฟ้าสายแรกของประเทศไทยที่สร้างเสร็จครบลูป พร้อมเชื่อมโยง ตั้งแต่สถานีเตาปูน-รัชดา-พระราม 9 ที่เชื่อม New CBD แห่งใหม่ของกรุงเทพฯ เข้าสู่ สุขุมวิท-สีลม ย่านธุรกิจและแหล่งงาน และในอนาคตสายสีน้ำเงินจะมีบทบาทสำคัญในการเชื่อมความหลากหลายของแต่ละทำเลสำคัญในกรุงเทพฯ เข้าไว้ด้วยกัน ด้วยศักยภาพทำเลที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง และรายล้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย อาทิ ห้างสรรพสินค้า แหล่งช้อปปิ้งมอลล์ สถานศึกษา และอาคารสำนักงานต่างๆ ส่งผลให้ตลาดที่อยู่อาศัยในย่านนี้มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง และยังมีดีมานด์ที่รอสินค้าพร้อมตอบโจทย์ความต้องการในทุกด้านอยู่อีกมาก บริษัทฯ จึงเตรียมเปิดตัวโครงการใหม่ คือ โครงการ ดิ เอ็กเซล ไฮด์อะเวย์ รัชดา-ห้วยขวาง (The Excel Hideaway Ratchada – Huai kwang) มูลค่ากว่า 1,300 ล้านบาท ราคาเริ่มต้น 1.59 ล้านบาท

สำหรับทำเลรัชดาไปถึงแยกพระราม9 มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องมาตลอดโดยเฉพาะช่วง 6 – 7 ปีที่ผ่านมา นับตั้งแต่ปี 2554-2560 มีการลงทุนจากภาคเอกชนทั้งในรูปแบบศูนย์การค้าและอาคารสำนักงานรวมกว่า 1 ล้านตารางเมตร ภายในระยะเวลาเพียงแค่ 6 ปีเท่านั้น และในอนาคตยังมี Super Tower ซึ่งถ้าหากแล้วเสร็จ จะทำให้มีจำนวนบุคลากรเพิ่มเข้ามาในทำเลรวมประมาณ 57,000 คน ทำให้การพัฒนาของทำเลนี้นี้ยังสามารถเติบโตได้อีก



ในส่วนของคอนโดมิเนียมในโซนรัชดาภิเษก ตั้งแต่แยกลาดพร้าวไปจนถึงแยกพระราม 9 พบว่า โครงการที่เปิดขายอยู่มีราคาตั้งแต่ 80,000-150,000 บาทต่อ ตร.ม. เป็นที่ทราบกันดีว่าทำเลรัชดาฯเองถูกยกให้เป็น New CBD เนื่องจากมีแหล่งงานขนาดใหญ่ จึงทำให้มูลค่าทั้งที่ดินและคอนโดมิเนียมมีราคาสูงขึ้นอย่างรวดเร็วรวมไปถึงการเข้ามาลงทุนของนักธุรกิจจีนที่กว้านซื้อห้องชุดของหลายๆ โครงการในย่านรัชดาภิเษก ทำให้ตัวเลขของราคาคอนโดมิเนียมเปิดใหม่ปรับตัวเพิ่มสูงถึง 10-15% ต่อปี



การลงทุนด้านที่อยู่อาศัยในทำเลรัชดาภิเษก ถือเป็นทำเลที่มีศักยภาพในการลงทุนสูงโดยเฉพาะการปล่อยเช่า ที่มีผู้เช่าแทบจะเต็มทั้งปี ด้วยอัตราค่าเช่าประมาณ 12,000 - 30,000 บาทต่อเดือน ให้อัตราผลตอบแทนประมาณ 5-7% ต่อปี (ขึ้นอยู่กับแต่ละโครงการ) รวมถึงการเพิ่มขึ้นของมูลค่าคอนโดมิเนียมเมื่อขายต่อหรือ Capital Gain ที่สูงถึงปีละ 6-10%

สำหรับโครงการ ดิ เอ็กเซล ไฮด์อะเวย์ รัชดา-ห้วยขวาง (The Excel Hideaway  Ratchada– Huai kwang) เป็นคอนโดมิเนียม Low Rise 8 ชั้น 3 อาคาร จำนวน 592 ยูนิต มูลค่าโครงการ 1,300 ล้านบาท ราคาเริ่มต้น 1.59 ล้านบาท  ที่มาพร้อมเฟอร์นิเจอร์แบบ Fully Furnished มีจุดเด่นที่โครงการอยู่ใกล้กับรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT สถานีห้วยขวาง ประมาณ 1 กม. พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกขนาดใหญ่ กับราคาเริ่มต้นที่ลูกค้าเข้าถึงง่าย เฉลี่ย 70,000 - 80,000 บาท ต่อตร.ม. 


“ล่าสุด สำหรับผู้ที่สนใจเป็นเจ้าของคอนโดมิเนียมคุณภาพเยี่ยมบนทำเลศักยภาพที่ให้ผลตอบแทนสูง บริษัทฯ เตรียมเปิดให้จองสิทธิ์ ครั้งแรกก่อนใคร!! ภายในงานแคมเปญ “All Life Dimensions” วันที่ 19 – 22 ก.พ. นี้ ณTerminal 21 ชั้น MF(ทางเชื่อม BTS สถานี อโศก) สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่www.allinspire.co.th หรือโทร 02 029 9999
3

ฝันร้ายของคนเลี้ยงต้นไม้ คือ เพื่อนตัวน้อยสีเขียวค่อยๆ เหี่ยวแห้ง เฉาตายไป ด้วยจากความผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ เช่น การลืมรดน้ำต้นไม้ วางไว้ในที่ที่แดดจ้าเกินไป หรือสารพัดปัญหาจากปัจจัยแวดล้อม แต่หากยังไม่ถึงขั้นเน่าเฟะ เละ ที่มั่นใจว่าตายแล้วแน่ๆ ก็อย่าเพิ่งยอมแพ้ค่ะ ลองใช้สูตรเด็ด วิธีทำปุ๋ย รีไซเคิล ง่ายๆ จากวัตถุดิบใกล้ตัว อย่าง เปลือกกล้วย กากกาแฟ และเปลือกไข่กันก่อน ไม่แน่ว่าต้นไม้ของคุณอาจกลับมามีชีวิตอย่างงดงามอีกครั้ง ก็เป็นได้!

1.เตรียมเปลือกกล้วยลงเครื่องปั่น

2.ใส่กากกาแฟลงไป

3.ตามด้วยเปลือกไข่

4.ใส่น้ำเล็กน้อย ปั่นให้ส่วนผสมทุกอย่างเข้ากัน

5.นำปุ๋ยที่ได้ไปใส่โคนต้นไม้ที่เหี่ยวเฉา

6.หมั่นดูแลจนต้นไม้น้อยๆ กลับมาสุขภาพดีอีกครั้ง

เป็นสูตรที่นำมาปรับใช้ได้ง่ายๆ เหมาะสำหรับทุกขนาดบ้านเรือน ไม่ว่าคุณจะอยู่คอนโด หรือ บ้านเดี่ยว ก็ทำได้ ด้วยวัตถุดิบในครัวเรือนนี่ล่ะค่ะ ทั้งประหยัด ทั้งรักษ์โลก

ที่มา : Mthai
4

เขาเล่าว่า… บ้านไหนมีนกมาอยู่อาศัยในชายคา นั่นแสดงว่า ระบบนิเวศรอบบ้านยังอุดมสมบูรณ์ แวดล้อมด้วยธรรมชาติที่บริสุทธิ์ เป็นบ้านที่ร่มรื่นน่าอยู่ หากแต่มาอยู่อาศัยทำรังกันมากๆ เข้า จากบ้านคนจะกลายเป็นบ้านนก ที่หมักหมมเชื้อโรคจาก อุจจาระนกเอาน่ะสิ โดยเฉพาะนกพิราบนี่ ตัวดีเลยคุณ งานนี้เราจึงค้นหา วิธีไล่นก แบบไม่ฆ่าสัตว์ตัดชีวิตกันนะ ให้เค้าไปตั้งรกรากอยู่เป็นสุข เป็นสุขกันที่อื่น (ที่ไม่ใช่บ้านเรา) เอาล่ะ วิธีจะมีอะไรกันบ้าง ตามมาจ้า


1. แขวนกระดิ่ง ห้อยโมบายเสียงดังๆ
เสียงดังของกระดิ่ง จะทำให้นกตกใจ ไม่กล้าบินเข้ามาอยู่อาศัยในชายคาบ้านได้ (ส่วนตัวแล้ว บ้านแอด….ลองวิธีนี้แล้ว ไม่ได้ผลค่ะ จิตน้องนกสตรองมาก แรกๆ ก็ไปนะ พอแขวนไปนานๆ นางเกาะอยู่บนโมบายเลยจ้า)


2.ตั้งรูปปั้นนกอินทรี
ยักษ์ใหญ่ไล่ยักษ์เล็ก กฎนี้ใช้ได้กับการไล่นกเช่นเดียวกันค่ะ นกใหญ่จะช่วยไล่นกเล็กได้ เป็นไปตามกฎธรรมชาติ ผู้ที่แข็งแรงกว่าย่อมอยู่รอด ด้วยพื้นที่ของคนเมืองและด้วยกฎหมายพ.ร.บ.คุ้มครองสัตว์หายาก และ สัตว์ป่าใกล้สูญพันธุ์ การเลี้ยงนกใหญ่ไว้ในบ้านคงไม่เหมาะสมเท่าไหร่นัก ไหนจะภาระการเลี้ยงดูอีก เสียงร้องอันดังที่จะรบกวนเพื่อนบ้านได้ การตั้งรูปปั้นนกอินทรีก็พอจะช่วยหลอกไล่นกพิราบไปได้บ้าง ….แต่ก็ไม่ใช่ทั้งหมด นกบางตัวก็ไม่ได้กลัวเสมอไปนะจ๊ะ


3.ขึงลวดไม่ให้นกมีที่เกาะ
วิธีนี้เป็นวิธีห้ามนกเกาะ แต่ไม่สามารถกั้นไม่ให้นกบินเข้าบ้านได้ค่ะ ซึ่งเราสามารถทำเองได้ง่ายๆ ด้วยการใช้ลวดขึงให้ตึงเหนือคานเหล็กหรือบริเวณที่นกเกาะประมาณ 3 นิ้ว


4.แขวน แผ่น CD สะท้อนแสง
เป็นการรีไซเคิล แผ่น CD ให้เกิดประโยชน์ โดยการร้อยเชือกเข้ากับแผ่นซีดีแล้วนำไปแขวนตามระเบียง หรือ หลังคา ตามทิศทางที่แสงอาทิตย์ส่อง เพราะเมื่อแสงแดดส่องกระทบสะท้อนกับแผ่นซีดี จะช่วยไล่นกได้


5.ติดตาข่าย PVC
ติดตาข่ายปิดคลุมระหว่างเพดาน หลังคา กับพื้นระเบียงให้หมด จะช่วยไม่ให้นกพิราบเข้ามาทำรังนกหรือเกาะระเบียงได้ค่ะ

6.ทำหนามกันนก
นำลวดเส้นเล็กปักถี่ๆ ลงใน ฟิวเจอร์บอร์ด ให้ทั่วแผ่น โดยลวดทั้งหมดควรมีความสูงประมาณ 3 นิ้ว และนำไปตั้งที่ระเบียงหรือหลังคาเพื่อให้นกไม่สามารถเกาะได้สะดวก จะช่วยทำให้นกไม่มาเกาะที่บริเวณนี้อีกต่อไป


7.กำจัดรังนก
คอยเก็บรังนกออกจากหลังคา หรือ ระเบียงบ้าน ไม่ให้เหลือเศษหญ้า เศษไม้ที่จะนำมาทำรังได้อีก หมั่นคอยสอดส่องดูอยู่เสมอว่ามีรังใหม่ๆ อีกหรือไม่ นกสร้างรัง เราเก็บรัง ….สู้กันดู ใครจะอยู่ ใครจะไปให้รู้ไปสิ

8. หานกปลอมมาแขวน
ทฤษฎีหุ่นไล่กา โดยทั่วไปแล้วสัตว์มักเกรงเจ้าถิ่น หากนกเห็นมีนกเจ้าถิ่นอยู่บริเวณไหน ก็จะไม่แหยม ไม่มาเยือนเองค่ะ


9.เลี้ยงสัตว์เลี้ยงเอาไว้ในบ้าน
การเลี้ยงน้องหมา น้องแมวเอาไว้ในบ้าน มีประโยชน์หลายอย่างเลยทีเดียวค่ะ ทั้งเฝ้าบ้าน ไล่ขโมย ไล่งู และช่วยไล่นกได้ด้วย ตามสัญชาตญาณนักล่าของมันนั่นเอง

สามารถนำ9 วิธีนี้ไปปรับเปลี่ยนประยุกต์ใช้ได้ตามสถานการณ์และสภาพแวดล้อมนะคะ หรือจะ นำหลายๆ กลวิธีมาใช้พร้อมๆ กันในรั้วบ้านเราก็ได้ หรือหากคุณเองก็มีกลยุทธไล่นกเด็ดๆ จะเม้นท์มาบอกกันหน่อย แนะกันนิด ชีวิตก็จะดีกันถ้วนหน้าทีเดียวค่ะ

ที่มา : Mthai
5

ถ้าชักโครกที่บ้านมีปัญหาบ่อยเพราะมีสิ่งของแปลกปลอมลงไปอุดตัน ลองมาดูเหล่าสิ่งของที่ไม่ควรทิ้งลงไปในชักโครก พร้อมวิธีแก้ปัญหาชักโครกอุดตันเบื้องต้นกันดีกว่าค่ะ

          เวลาเข้าห้องน้ำสาธารณะ เรามักจะพบเห็นป้ายห้ามทิ้งกระดาษทิชชูหรือผ้าอนามัยลงไปในชักโครก แต่รู้หรือไม่ว่าจริง ๆ แล้วเราไม่ควรจะทิ้งเศษขยะอะไรลงไปในชักโครกเลย โดยเฉพาะสิ่งของบางอย่างที่หากเราทิ้งลงไปแล้วจะไปทำให้ส้วมอุดตันได้เร็วและง่ายมาก ๆ เอาเป็นว่าสิ่งของต้องห้ามเหล่านั้นจะมีอะไรบ้าง วันนี้เราได้รวบรวมมาให้แล้วค่ะ


1. กระดาษชำระ/ทิชชูเปียก

          แม้จะเป็นกระดาษเหมือนกัน แต่ก็ไม่ใช่กระดาษที่สามารถย่อยสลายในน้ำได้เหมือนทิชชูบางชนิด แถมยังมีความหนาและเนื้อเหนียวที่ถูกออกแบบมาให้เหมาะกับการใช้งาน หากกดทิ้งลงไปในชักโครกก็จะกลายเป็นขยะตกค้างอยู่ในท่อและต้องมาตามแก้ปัญหากันทีหลังแน่ ๆ


2. คอตตอนบัด/สำลี

          เพราะของใช้ทั้ง 2 ชนิดนี้ผลิตจากฝ้าย ซึ่งเป็นวัสดุที่ดูดซับน้ำได้ดี หากสำลีเข้าไปค้างอยู่ในท่อระบาย ก็จะค่อย ๆ สะสมและจับตัวเป็นขยะก้อนใหญ่ขวางทางน้ำ แถมยังกำจัดออกยากอีกต่างหาก 


3. แพมเพิร์ส

          ของใช้เด็กที่ผลิตด้วยพลาสติก แถมยังถูกออกแบบมาให้ขยายตัวออกเมื่อสัมผัสกับน้ำ ฉะนั้นอย่าได้คิดจะทิ้งลงไปในชักโครกเลยเชียว เพราะหากเข้าไปติดตรงคอห่าน อาจจะต้องรื้อชักโครกเพื่อดึงแพมเพิร์สออกมาเลยก็ได้


4. ผ้าอนามัยและถุงยาง

          เพราะผ้าอนามัยมีส่วนที่ผลิตจากพลาสติกและยังขยายตัวได้เมื่อสัมผัสกับน้ำ ส่วนถุงยางก็มีความเหนียว แถมยังย่อยสลายยาก จึงกลายเป็นของใช้อีก 2 ชนิดที่ทำให้เกิดปัญหาท่อตัน และควรห่อทิ้งลงถังขยะดีกว่า


5. ทรายแมว

          แม้จะเป็นของเสียที่สัตว์เลี้ยงถ่ายทิ้งไว้ ก็ไม่ควรเททิ้งลงชักโครก เพราะว่าทรายแมวบางชนิดเมื่อโดนน้ำจะพองออกจากขนาดปกติได้มากถึง 15 เท่า หากต้องการทิ้งทรายแมว ควรตักใส่ถุงพลาสติกแล้วทิ้งลงถังขยะไปเลย


6. ยา

          อาจไม่เกี่ยวกับท่ออุดตันโดยตรง แต่หากทิ้งลงไปจนเข้าไปสะสมในท่อมาก ๆ ก็อาจทำให้เกิดปัญหาได้ แต่ที่สำคัญไปกว่านั้นก็คือการทิ้งยาลงไปในชักโครกเป็นการทำลายธรรมชาติทางอ้อม จากสารเคมีที่ปนเปื้อนไปกับน้ำ


7. ไหมขัดฟัน

          ไหมขัดฟันเส้นเล็ก ๆ แต่กลับสร้างปัญหาใหญ่ เพราะไม่สามารถย่อยสลายในน้ำได้ หากกดทิ้งลงไปในชักโครกก็กลายเป็นที่ดักจับขยะเอาไว้ ค่อย ๆ สะสมเป็นก้อนใหญ่ค้างอยู่ในท่อน้ำนั่นเอง


8. พลาสเตอร์ยาปิดแผล

          เนื่องจากพลาสเตอร์ยาปิดแผลผลิตด้วยพลาสติกที่ไม่สามารถย่อยสลายได้เอง การทิ้งผิดวิธีนอกจากจะทำลายธรรมชาติแล้ว ยังเป็นตัวปัญหาที่ทำให้ท่อน้ำอุดตันหากทิ้งลงในชักโครกด้วย


9. ก้นบุหรี่

          ไม่ใช่แค่ทำให้ชักโครกดูสกปรกเพราะกดก้นบุหรี่ทิ้งไปไม่ได้ หรือกดทิ้งลงไปแล้วจะทำให้ท่ออุดตันเท่านั้น แต่ในบุหรี่ยังมีสารเคมีตกค้างมากมาย ได้แก่ ท็อกซิน (Toxin) นิโคติน (Nicotine) ที่ปนเปื้อนไปกับน้ำ


10. น้ำมันและไขมัน

          วิธีการทิ้งที่ถูกต้องคือ ใส่ถุงปิดปากถุงให้สนิทแล้วแล้วทิ้งลงถังขยะดีกว่าการเททิ้งลงชักโครก เพราะเมื่อน้ำมันเข้าสู่ท่อก็จะกลายสภาพเป็นไขมันเกาะตามผนังท่อและขวางทางระบายน้ำเมื่อมีการสะสมมากขึ้น

วิธีแก้ปัญหาส้วมตันเบื้องต้น

          สำหรับการแก้ปัญหาส้วมตันเบื้องต้น ให้ใช้ที่ปั้มท่อตันหรืองูเหล็กมาดันสิ่งกีดขวางต่าง ๆ ลงไป เพื่อให้น้ำของชักโครกสามารถไหลได้แบบปกติ โดยหลังจากนั้นก็พยายามอย่าทิ้งขยะหรือสิ่งต่าง ๆ ลงไปในชักโครก เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาท่อตันได้ ส่วนถ้าบ้านไหนมีปัญหาส้วมตันบ่อย ๆ  ก็ควรต้องตามช่างมาหาสาเหตุและจัดการให้แล้วล่ะ

          นอกจากจะห้ามทิ้งสิ่งของต่าง ๆ ที่บอกไปลงไปในชักโครกแล้ว พวกเศษอาหาร กากกาแฟ เส้นผม สี พลาสติก หรือสิ่งของอันตรายต่าง ๆ ก็ไม่ควรที่จะโยนทิ้งลงไปในชักโครกอย่างเด็ดขาดเลยด้วย เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นสาเหตุหลัก ๆ ที่ทำให้ชักโครกอุดตันหรือเกิดปัญหาอื่น ๆ ทางที่ดีเราแนะนำให้ทิ้งเศษขยะต่าง ๆ ลงไปในพื้นที่ที่ควรทิ้ง และพยามอย่าทิ้งอะไรลงไปในชักโครกเลยจะดีที่สุด

ที่มา : kapook
6
สาระความรู้ / ตกแต่งบ้านให้สวยงามด้วยสีพาสเทล
« กระทู้ล่าสุด โดย admin เมื่อ กุมภาพันธ์ 16, 2018, 10:10:35 AM »

ต้องยอมรับว่า “สี” เป็นส่วนสร้างอารมณ์ความรู้สึกต่างๆ ได้เป็นอย่างดี เช่น สีแดงให้ความรู้สึกร้อนมีพลัง สีขาวดูสงบบริสุทธิ์ สีดำทำให้ดูลึกลับ และสีฟ้าเห็นแล้วสบายตาเป็นต้น ดังนั้นการนำสีสันต่างๆ เข้ามาสร้างบรรยากาศภายในบ้านนั้นจึงเป็นสิ่งสำคัญ

หากใครที่ชื่นชอบสีอ่อนๆ สีที่ดูสุภาพ หวานๆ ดูแล้วสบายตา คงต้องถูกใจสีที่เรียกว่า “สีพาสเทล” เป็นแน่ สีพาสเทลก็คือสีปกตินี่แหละ แต่ปรับโทนให้อ่อนลงดูนุ่มลง เหมาะมากที่จะใช้กับห้องนอน ห้องเด็ก หรือจะพื้นที่ส่วนใดของบ้านก็ได้ ไม่เชื่อก็ตามมาดูกันเลย

1.พาสเทลรูปหัวใจ

ภาพแรกเป็นการตกแต่งห้องนอนที่สาวๆ ต้องชอบ ด้วยการใช้ลวดลายหัวใจเล็กๆ สีชมพู เทาและฟ้าอ่อนสลับกันบนผนังสร้างลายที่ไม่ซ้ำแบบใคร ชุดเครื่องนอนและปลอกหมอนใช้ลายดาวสีเทาอ่อนและสีครีมตุ่นๆ ดูรวมๆ แล้วสดใสแต่ก็ให้ความรู้สึกสบายตาด้วย เมื่อบวกกับเครื่องเรือนสีขาวด้วยแล้วลงตัวที่สุด

2.ห้องนั่งเล่นลายกราฟฟิค

มาดูห้องนั่งเล่นกันบ้าง เมื่อนำสีพาสเทลอ่อนๆ มารวมกับลวดลายกราฟฟิคเท่ๆ แบบนี้แล้วลงตัวไม่เบาทีเดียว ผนังด้านหลังเป็นลายสามเหลี่ยมที่ใช้สีพาสเทลอย่างชมพูและเขียว สลับด้วยลายสามเหลี่ยมเล็กๆ สีดำทำให้ดูสนุกมากขึ้นและยังสร้างบรรยากาศให้ห้องนี้ดูสดใสมากอีกด้วย

3.มุมแต่งตัวแสนหวาน

มุมแต่งตัวนั้นเราคิดว่าเข้ากับสีหวานๆ แบบนี้ที่สุด นอกจากเฟอร์นิเจอร์สไตล์วินเทจแล้ว ผนังวอลเปเปอร์ลายดอกไม้เล็กๆ สีอ่อนนี้ทำให้ห้องนี้ดูคุณหนูมากๆ เพิ่มความแตกต่างและตัดเลี่ยนด้วยผนังลายทางสีชมพูสลับขาวดูเป็นสาวหวานอมเปรี้ยวไปเลย

4.ห้องน้ำก็พาสเทลได้

ไอเดียการตกแต่งห้องน้ำนี้ง่ายมาก แค่เลือกกระเบื้องให้เป็นสีเขียวอ่อนพาสเทลแบบนี้ ที่เหลือก็อยู่ที่อ่างล้างหน้าทรงสวยๆ กระจกกลม โคมไฟ เคาท์เตอร์ไม้ ฯลฯ ทำให้เป็นมุมที่ลงตัวดูสบายตาทีเดียว

5.ตู้สีพาสเทล

มาดูห้องนอนกันอีกห้อง ห้องนี้เด่นที่ผนังสีพาสเทลที่ทำเป็นตู้เก็บของได้อย่างแนบเนียน โดยไล่เฉดจากสีเหลืองเปลือกไข่ ไปยังสีเขียวอ่อนและสีเขียวมิ้นท์ สร้างมิติให้กับห้องนี้ได้เป็นอย่างดี และยังล้อไปกับผ้าคลุมเตียงที่เป็นสีเขียวไล่เฉดอีกด้วยนะ

6.ตกแต่งด้วยกระดาษสีสวย

มุมเล็กๆ บนโต๊ะเขียนหนังสือมีความสดใสเจือความละมุนละไมด้วยโคมไฟกระดาษโอริกามิสีพาสเทลอ่อนๆ ตัวโคมไฟทำจากกระดาษคุณภาพดี พับให้มีรอยหยักแบบเฉียบคม เลือกสีที่คุณถูกใจจับคู่กับเก้าอี้ไม้ทาด้วยสีพาสเทลอ่อนๆ เห็นแบบนี้ก็แทบจะกรี๊ดแล้ว

7.ห้องนอนเด็กสุดคิ้วท์

ความสดใสของวัยเด็กต้องคู่กับสีพาสเทลแบบนี้แหละ ผนังทาด้วยสีชมพูและฟ้าอมเขียว เลือกแบบสีทาภายในชนิดแห้งเร็วด้วยนะ จะได้ไม่มีกลิ่นเหม็นและปลอดภัยกับเจ้าตัวน้อย ที่เหลือก็หาผ้าปูที่นอนลายน่ารัก หมอนรูปดาวและก้อนเมฆ เพียงเท่านี้เด็กๆ ก็หลับใหลอยู่ในฝันอันแสนสุขแล้ว

8.ห้องพักผ่อนสไตล์สแกนดิเนเวีย

คอนเซ็ปส์ของการตกแต่งในสไตล์สแกนดิเนเวียคือ ความเรียบง่าย ดูอบอุ่น เน้นธรรมชาติและแสงธรรมชาติ ลองใช้เฟอร์นิเจอร์แบบเรียบๆ ที่ดูเมื่อไรก็ไม่มีเบื่อ เติมความสดใสด้วยสีพาสเทลทั้งเบาะ ปลอกหมอนอิงและกรอบรูป ดูแล้วสบายใจจริงๆ

9.สร้างจุดเด่นให้ห้องด้วยสีสัน

ห้องสีขาวสามารถเพิ่มลูกเล่นให้กับห้องด้วยสีอ่อนๆ อย่างสีพาสเทลก็ได้ ห้องนั่งเล่นนี้ทั้งพื้นและผนังต่างก็เป็นสีขาว แต่เพิ่มผนังด้านหลังด้วยภาพลายก้อนเมฆสีพาสเทลที่มีสีส้ม ชมพูและม่วงสลับกัน ตัดกับโซฟาสีชมพู ที่เราว่ามันเข้ากันดีทีเดียว

10.มุมจิบชาเล็กๆ

สร้างมุมโปรดของคุณให้สวยหวานได้ง่ายๆ ดูจากภาพนี้ที่มีแค่โคมไฟ แจกัน ปลอกหมอนอิงและเบาะเก้าอี้เท่านั้น ที่ใช้สีเขียวและฟ้าพาสเทล เลือกสไตล์ให้ไปในทิศทางเดียวกันก็จะดูเหมาะ เอาไว้เป็นมุมจิบชา กินขนม อ่านหนังสือได้เลย

ที่มา : sanook
7
สาระความรู้ / อยู่บ้านอย่างไรให้ห่างไกลจากฝุ่น PM 2.5
« กระทู้ล่าสุด โดย admin เมื่อ กุมภาพันธ์ 16, 2018, 09:40:03 AM »

เรื่องของฝุ่นละออง PM 2.5 ยังคงเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงอยู่ ล่าสุดกรมควบคุมมลพิษรายงานสถานการณ์ฝุ่นละออง PM  2.5 ในพื้นที่กรุงเทพมหานครเมื่อเวลา 8.00 น.ของวันนี้ (15 กุมภาพันธ์ 2561) ว่าพบปริมาณฝุ่นละออง PM 2.5 ตรวจวัดได้ระหว่าง 51-84 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งเกินเกณฑ์มาตรฐานที่ 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร จึงทำให้หลายๆ คนเริ่มรู้สึกกังวลว่าจะปฏิบัติตัวอย่างไร ซึ่งก่อนหน้านี้ทางกรมควบคุมมลพิษได้ออกมาแนะนำถึงวิธีการปฏิบัติตัวต่างๆ ไปแล้วรอบหนึ่ง แต่หลายคนก็สงสัยว่าถ้าเราอยู่บ้านล่ะ จะต้องทำอย่างไรถ้าหากพื้นที่ที่เราอยู่คุณภาพอากาศอยู่ในระดับที่ไม่ปลอดภัย เรามีคำแนะนำ

1.เมื่ออยู่บ้านพยายามปิดประตู หน้าต่าง หรือช่องทางที่ฝุ่นละอองสามารถผ่านเข้าออกให้ได้มากที่สุด

2.หมั่นทำความสะอาดบ้าน ซึ่งจะช่วยลดปริมาณฝุ่นละอองสะสมในอากาศ

3.หลีกเลี่ยงการทำให้เกิดการเผาไหม้ในอากาศเช่นการเผาขยะ การจุดธูป จุดเทียนบูชาพระ หรือแม้กระทั่งการสูบบุหรี่

4.ลดกิจกรรมที่ทำให้ต้องหายใจเร็วเช่นการวิ่งออกกำลังกายกลางแจ้ง หรือกิจกรรมกลางแจ้งที่ต้องใช้แรงหรือการหายใจอย่างเร็ว โดยแนะนำให้ทำกิจกรรมที่ทำให้รู้สึกผ่อนคลายในร่มแทนเช่นการฟังเพลง การนั่งดูทีวี การอ่านหนังสือ

5.ลดปริมาณฝุ่นละอองในอากาศที่บ้านด้วยการติดเครื่องกรองอากาศโดยใช้ควบคู่ไปกับเครื่องพ่นไอน้ำ จากนั้นเพิ่มความหอมด้วยน้ำมันหอมระเหย

6.เมื่อต้องออกจากบ้านอย่าลืมสวมหน้ากากชนิดแบบกรองอนุภาคแทนหน้ากากปกติที่เราเคยใช้ เพราะหน้ากากแบบปกติไม่สามารถกรองฝุ่นจิ๋วตัวร้ายนี้ได้

ที่มา : sanook
8
สาระความรู้ / ลวงตาให้ห้องดูกว้าง เพดานสูงขึ้นด้วยเทคนิคการทาสี
« กระทู้ล่าสุด โดย admin เมื่อ กุมภาพันธ์ 14, 2018, 02:57:51 PM »

ถ้าเป็นบ้านที่คุณสร้างและออกแบบเอง เรื่องขนาดห้องก็คงไม่ใช่ปัญหาเพราะเราสามารถควบคุมได้ว่าห้องๆ หนึ่งต้องการความสูง ความกว้างเท่าไร แต่ถ้าเราซื้อบ้านและคอนโดมิเนียมที่มีผู้ออกแบบทุกอย่างไว้ให้เรียบร้อยแล้ว การแก้ไขปัญหาห้องแคบ เพดานต่ำนั้นเราคงต้องดูแลจัดการเอง แต่การจะขยายห้องหรือย้ายผนังในบ้านสำเร็จรูปหรือคอนโดมิเนียมนั้นทำได้ยากและใช้งบประมาณค่อนข้างเยอะ แต่เรามีวิธีแนะนำเพื่อช่วยแก้ปัญหาเหล่านี้นั่นคือการทาสีลวงตา

1.ถ้าห้องมีโทนสีที่สว่างอยู่แล้วทั้งส่วนของผนังและเพดาน ถ้าเราทาพื้นห้องเป็นสีเข้มจะทำให้ห้องดูกว้างและสูงขึ้น

2.นำสายตาให้ห้องดูไม่อึดอัดด้วยการทาสีผนังห้องด้านในด้านหนึ่งให้เป็นสีเดียวกับพื้นห้อง

3.ขยายผนังด้านข้างให้ดูกว้างขึ้นด้วยการทาสีโทนสดใสที่ผนังด้านหลังของห้อง


4.ลดความกว้างและลดความลึกของห้องด้วยการการทาสีเข้มเน้นผนังด้านข้างทั้งสองด้าน

5.ติดวอลล์เปเปอร์โทนสีอ่อนหรือลวดลายเบาๆ ที่ผนังด้านหลังห้อง

6.วอลล์เปเปอร์ลายขวางช่วยเพิ่มความกว้างของห้อง เช่นเดียวกันถ้าคุณเลือกวอลล์เปเปอร์ลายตรงจะช่วยเพิ่มความสูงของห้อง ถ้าไม่ใช้วอลล์เปเปอร์ก็สามารถทาสีห้องตามลักษณะที่แนะนำแบบนี้ได้

7.การทาสีลายขวางที่พื้นก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่เราอยากแนะนำ เพราะเป็นเหมือนการยืดขนาดห้องได้เช่นเดียวกัน

ถือเป็นเทคนิคการแก้ปัญหาห้องแคบ และเพดานต่ำแบบง่ายๆ ที่คุณสามารถทำเองได้เลยแบบไม่สิ้นเปลือง

ที่มา : sanook
9
สาระความรู้ / เทคนิคจัดห้องทำงานให้อารมณ์ดี
« กระทู้ล่าสุด โดย admin เมื่อ กุมภาพันธ์ 14, 2018, 02:52:41 PM »

แม้ว่าต้องนั่งทำงานอยู่ที่บ้านบ่อยๆ แต่ก็เป็นการทำงานที่เปี่ยมไปด้วยความสุข อีกทั้งยังทำให้ได้แนวคิดและสร้างแรงบันดาลใจใหม่ๆ อีกมากมาย สำหรับใครที่กำลังมองหาไอเดียจัดห้องทำงานอยู่แล้วละ วันนี้เรามีเทคนิคจัดห้องทำงานให้อารมณ์ดีมาบอกกันค่ะ

ตกแต่งอย่างมีสีสัน ตกแต่งห้องทำงานขนาดกะทัดรัดให้เปี่ยมไปด้วยสีสันในบางจุด โดยเลือกเฟอร์นิเจอร์ในโทนเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นโต๊ะ เก้าอี้ และชั้นวางหนังสือบิลท์อินที่ออกแบบให้ขนานไปกับผนัง มีหน้าบานเลื่อนช่วยซ่อนการใช้งาน ประดับตกแต่งด้วยของเล่น ตุ๊กตาปูนปั้นสีสดใส รวมทั้งผลงานศิลปะชิ้นอื่นๆ ซึ่งล้วนเป็นของตกแต่งให้ห้องทำงานอารมณ์ดี หากอยากเพิ่มความน่าสนใจเข้าไปอีกให้ลองเลือกเก้าอี้สตูลเก๋ๆดีไซน์แปลกๆสักตัวมาเพิ่มลูกเล่นให้ห้องทำงาน ลดทอนบรรยากาศเคร่งขรึมในชั่วโมงทำงานให้ดูสนุกสนาน

ใส่แรงบันดาลใจทุกพื้นที่ การที่เราจัดโต๊ะทำงานให้มีความแปลกตา จะเป็นส่วนหนึ่งที่สามารถจุดประกายความคิดให้แตกต่างไปจากเดิม เฉกเช่นเดียวกับการห้องทำงานซึ่งถูกจัดไว้ในบรรยากาศเรียบๆ แต่เติมความหลากหลายจากของประดับเข้าไป เพื่อสร้างความรู้สึกไม่จำเจให้กับห้องทำงาน อาทิเช่น เชิงเทียน รูปภาพที่ชื่นชอบพร้อมกรอบสวยๆ แจกันดอกไม้คืนชีวิตชีวาและชวนให้อารมณ์ดี เป็นต้น


สร้างความลื่นไหลต่อเนื่องเชื่อมกัน ออกแบบห้องทำงานให้มีฟังก์ชั่นควบคู่ไปกับความสวยงามทันสมัย อย่างเช่น ห้องทำงานภายในห้องนอน ออกแบบบิลท์อินให้มีความยาวขนานไปกับผนังห้อง อยู่ในมุมชิดหน้าต่าง เพราะหากมีบริเวณจัดสวนอยู่ด้านล่างก็ช่วยสร้างบรรยากาศสุนทรีย์ให้แก่ผู้พักอาศัยได้

บรรยากาศสุดรีแลกซ์ บางครั้งเรานั่งทำงานหลายชั่วโมง ก็อยากมองหาอะไรที่สบายตาเพื่อชาร์จความคิดอยู่ตลอดเวลาบ้าง วิธีนี้เป็นการนำสีสันที่ชื่นชอบมาตกแต่งเป็นธีมหลักภายในห้องทำงาน โดยใช้สีม่วงเป็นฉากหลัง เพิ่มความสดใสให้มุมนี้ด้วยภาพศิลปะแบบต่างๆ สร้างแรงบันดาลใจดีๆในการทำงาน

ที่มา : sanook
10

หากเพื่อนๆ เป็นคนหนึ่งที่รักในการทำสวนเป็นชีวิตจิตใจ แต่ด้วยข้อจำกัดของพื้นที่หรือปัจจัยอีกมากมายที่เป็นอุปสรรคต่อการทำสวน หลายคนจึงต้องตัดใจและล้มเลิกความคิดเหล่านั้นไป แต่มันก็ยังมีทางออกสำหรับคนที่อยากมีสวนเป็นของตัวเอง โดยการหาต้นไม้มาปลูกไว้ตามมุมต่างๆ ของห้อง ไม่ว่าจะเป็นห้องครัว ห้องนอน ห้องนั่งเล่น หรือแม้กระทั่งห้องน้ำ ซึ่งวันนี้เราก็มีไอเดียจัดสวนในห้องน้ำมาฝาก เป็นอีกหนึ่งไอเดียที่ช่วยให้เราทำสวนได้ดั่งใจ โดยใช้พื้นที่เพียงน้อยนิดเท่านั้น จะมีไอเดียอะไรบ้างลองไปชมกันเลย


1.ชั้นยึดผนัง หากชั้นวางของยึดผนังที่เราใช้วางอุปกรณ์อาบน้ำอยู่นั้น มันเหลือพื้นที่่ว่างมากพอ เราก็สามารถนำต้นไม้กระถางเล็กไปวางประดับเพิ่มความสดชื่นให้กับห้องน้ำของเราได้เลย

2. พื้นที่บริเวณหน้าต่าง หน้าต่างบานใหญ่ทีโล่งว่าง ก็ลองนำต้นไม้ไปวางประดับได้ เพราะบริเวณหน้าต่างเป็นอีกหนึ่งมุมที่แสงแดดสามารถส่องผ่านเข้ามาได้ง่าย ช่วยให้ต้นไม้เจริญเติบโตได้อย่างดี

3. แขวนไว้เหนือฝักบัว สำหรับห้องน้ำขนาดเล็กที่มีพื้นที่จำกัด เราก็สามารถสร้างมุมธรรมชาติได้ง่ายๆ โดยการนำพืชพันธุ์ไม้เลื้อย หรือกระถางต้นไม้ที่มีน้ำหนักเบาไปแขวนไว้บนราวเหนือฝักบัวได้เลย เพิ่มกลิ่นอายธรรมชาติให้กับบรรยากาศการอาบน้ำได้อย่างเต็มที่

4. โต๊ะขนาดเล็ก สำหรับห้องน้ำที่มีพื้นที่ใช้สอยเหลือเฟือก็สามารถนำเก้าอี้หรือโต๊ะตัวเล็กมาวางเป็นฐานรองกระถางต้นไม้ได้เลย


5. วางตรงซิงค์ นอกเหนือจากชั้นวางของแล้ว พื้นที่ว่างตรงหน้าซิงค์ก็สามารถปรับเปลี่ยนให้กลายเป็นสวนขนาดย่อมได้ แถมยังง่ายต่อการดูแลรดน้ำอีกด้วย

ใครที่อยากมีบรรยากาศสีเขียวในห้องน้ำ ก็ลองหยิบเอาไอเดียข้างต้นนี้ไปประยุกต์ใช้กันได้เลย

ที่มา : sanook
หน้า: [1] 2 3 ... 10

???????????