Condothai คอนโดไทย


???????????

กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้

หน้า: [1] 2 3 ... 10
1
“เดอะ ทีค สาทร-ลุมพินี” คอนโดฯสุดเท่ จัดเต็มครบทุกฟังก์ชั่นตอบโจทย์คนทำงานยุคใหม่



“สาทร-ลุมพินี” ทำเลศูนย์กลางธุรกิจ ที่แวดล้อมไปด้วยสำนักงานขนาดใหญ่ที่สุดของกรุงเทพฯทั้งของภาครัฐ เอกชนไทย บริษัทข้ามชาติ สถานทูต โรงเรียนนานาชาติ โรงพยาบาล อีกทั้งยังเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยยอดนิยมของกลุ่มคนมีรายได้สูงทั้งชาวไทยและต่างชาติ นอกจากนี้ที่นี่ ทำเล “สาทร-ลุมพินี” ยังครบครันด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกที่ตอบสนองการใช้ชีวิตของคนมืองได้อย่างสมบูรณ์ รวมถึงการเดินทางที่สะดวกสบายด้วยระบบขนส่งมวลชนมีสถานีเชื่อมต่อ BTS และ MRT อีกทั้งยังสามารถเชื่อมต่อกับถนนสายสำคัญๆของกรุงเทพฯซึ่งนอกจากสามารถเดินทางเพื่อเชื่อมต่อไปยังสถานที่สำคัญอื่นๆได้โดยง่ายแล้วยังทำให้สะดวกต่อการเดินทางในการเข้า-ออกนอกเมืองด้วยเช่นกัน

ด้วยศักยภาพของทำเล ทำให้เกิดการลงทุนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์อย่างต่อเนื่องทั้งในเชิงพาณิชย์และที่อยู่อาศัยประเภทคอนโดมิเนียม ที่วันนี้ในย่านดังกล่าวราคาขายเริ่มต้นไม่ต่ำกว่า 150,000-200,000 บาทต่อตารางเมตร ด้านผลตอบแทนจากการปล่อยเช่า ( rental yield )ก็อยู่ในระดับที่ดีไม่น้อยกว่า 4-5%ต่อปี



บริษัท แอล เค เอช ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด ผู้ประกอบการน้องใหม่ที่พัฒนาคอนโดมิเนียมแบรนด์ “เดอะ ทีค”หลังจากที่ประสบความสำเร็จในพัฒนาโครงการ เดอะ ทีค บางนา-ตราด ,โครงการเดอะ ทีค พัฒนาการ และโครงการเดอะ ทีค สุขุมวิท 39 ล่าสุด ได้เปิดตัว The Teak Sathorn-Lumpini (เดอะ ทีค สาทร-ลุมพินี)คอนโดมิเนียมใหม่ที่พัฒนาภายใต้คอนเซ็ปต์ Urban City Life : คอนโดฯมีความลงตัวทั้งด้านการออกแบบทางสถาปัตยกรรมที่เน้นความทันสมัย และความกลมกลืนธรรมชาติกับพื้นที่โดยรอบได้อย่างลงตัว พร้อมจะเปิดให้จองสิทธิแบบ Exclusive Pre-saleในวันที่21-22 กรกฎาคม 2561 รับส่วนลดพิเศษ 100,000-200,000 บาท ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษได้ที่ http://www.theteakcondo.com/sathorn-lumpini หรือติดต่อสอบถามได้ที่เบอร์โทร 095 746 9891, 099 231 44 33



 นายวรุตม์ ภาณุพัฒนพงศ์ CEOบริษัท แอล เค เอช ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด กล่าวถึงแนวคิดในการพัฒนาคอนโดมิเนียมว่า จะเน้นพัฒนาโครงการคอนโดฯแบบ Low Rise จำนวนหน่วยไม่มากให้ความรู้สึกเหมือนอยู่บ้าน เพราะอยู่อาศัยกันไม่มาก เน้นความเป็นส่วนตัวเหมาะแก่การอยู่อาศัย  เพิ่มความลงตัวด้วยการออกแบบและจัดวาง Function โดยเฉพาะ ทั้งนี้ โครงการ เดอะ ทีค สาทร-ลุมพินี ตั้งอยู่ถนน ศรีบำเพ็ญ  แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา กรุงเทพมหานคร 10120 บนเนื้อที่ 0-2-64 ไร่ ในซอยศรีบำเพ็ญ ถนนพระรามสี่ ย่านสาทร-ลุมพินี เดินทางได้อย่างสะดวกสบาย ใกล้ MRT สถานีลุมพินีและคลองเตยทั้งห้างสรรพสินค้า Community malls สถานการศึกษาทุกระดับชั้น โรงพยาบาล โรงภาพยนตร์ สถานบันเทิงและสวนสาธารณะที่เป็นปอดของกรุงเทพฯ อย่างสวนลุมพินี


ส่วนงานด้านการออกแบบนั้นจะเน้นความเป็นธรรมชาติที่สอดประสานกับจังหวะชีวิตใจกลางเมือง นำมาสู่แรงบันดาลใจในการออกแบบตัวอาคารและการใช้ประโยชน์จากพื้นที่อย่างชาญฉลาด ด้วยการผสานรูปแบบที่ทันสมัยแบบ Urban City Life เข้ากับวัสดุธรรมชาติที่จัดวางให้เกิดเป็นเส้นสายที่ตัดกันในแบบมินิมอล เน้นขับมิติของตัวอาคารด้วยการเล่นระนาบ ทำให้ตัวอาคารทั้ง 8 ชั้น 78 ยูนิตของ โครงการ เดอะ ทีค สาทร-ลุมพินี  มีความลงตัวทั้งด้านการออกแบบทางสถาปัตยกรรม และความกลมกลืนกับพื้นที่โดยรอบ รวมถึงการเลือกใช้วัสดุอุปกรณ์คุณภาพ ซึ่งบริเวณชั้น 1 จะเป็นพื้นที่จอดรถใต้อาคาร มีสวนหย่อมอยู่ข้างๆ ให้ความร่มรื่นเหมาะแก่การอยู่อาศัย ส่วนพื้นที่สำหรับพักอาศัยจะอยู่ถัดไปที่ชั้น 2 - 8 ของอาคารและแต่ละชั้นก็จะมีเพียง 78  ยูนิต พร้อมด้วยลิฟท์โดยสารแบบล็อคชั้นจำนวน 2 ตัว ต่ออาคารจึงค่อนข้างให้ความเป็นส่วนตัว



ห้องพักมีให้เลือกขนาดพื้นที่ใช้สอยตั้งแต่ 25.1-44.3 ตารางเมตร (ตร.ม.) หรือแยกขนาดพื้นที่ใช้สอยของห้องแบบละเอียดมีทั้งหมด 9 แบบคือ Type A : 25.1 ตร.ม. / Type B : 28.8 ตร.ม. / Type C : 31.72 ตร.ม.  / Type D : 31.40 ตร.ม.  / Type E : 32.35 ตร.ม.  / Type F : 34.00 ตร.ม. / Type G : 31.9 ตร.ม.  / Type H : 35.5 ตร.ม.   และType I : 44.3 ตร.ม. ราคาขายเฉลี่ย 127,000-143,000 บาทต่อตร.ม. รวมมูลค่าโครงการ 350 ล้านบาท เน้นเจาะกลุ่มลูกค้าเป้าหมายคนทำงานยุคใหม่และคน  Gen Y  เริ่มดำเนินการก่อสร้าง เดือน ตุลาคม 2561 กำหนดก่อสร้างแล้วเสร็จปี เดือน ธันวาคม 2562



นอกจากนี้ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกภานในโครงการครบครัน ทั้งสระว่ายน้ำ, ห้องออกกำลังกาย,สวนหย่อม, ลิฟท์โดยสาร 2 ตัว/อาคาร, ที่จอดรถประมาณ40 % รวมจอดซ้อนคัน ระบบ CCTV / Access Card ,Smart Lockerที่ใช้รองรับพัสดุจากการซื้อของออนไลน์ของคนยุคใหม่ และ EV Charger สำหรับการใช้งานรถ



Hybrid และCo-working space พื้นที่สำนักงานร่วมที่สำหรับแบ่งปันความคิดสร้างสรรค์ที่ของกลุ่มคนวัยทำงานที่กำลังมาแรงและมีแนวโน้มการติบโตตามกระแสนิยม

โครงการ เดอะ ทีค สาทร-ลุมพินี คอนโดมิเนียมบนทำเลที่ดีที่สุดของถนนสาธร - ลุมพินี ที่ CEOของ บริษัท แอล เค เอช ฯ กล่าวอย่างมั่นใจในตอนท้ายว่า “โครงการ เดอะ ทีค สาทร-ลุมพินี” ก้าวเข้าสู่นิยามใหม่ของการใช้ชีวิตใจกลางเมือง ที่มีทุกอย่างครบ ทั้งความสะดวกสบายของชีวิตใจกลางเมืองหลวง ความรวดเร็วในการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะที่เชื่อมโยงคุณกับทุกพื้นที่ในกรุงเทพฯ ได้อย่างรวดเร็วและพื้นที่สีเขียวใจกลางกรุงที่พร้อมมอบความสดชื่นให้คุณในทุกวัน



                     
  #############################

*** ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานขาย โทร 095 746 9891, 099 231 44 33
2
ออลล์ อินสไปร์ฯ เปิดโอกาสเป็นเจ้าของห้องสวยก่อนใครผ่าน Online Booking กับโครงการ ดิ เอ็กเซล รัชดา 18

***... งานนี้มาตอกย้ำความร้อนแรงของกระแสการเปิดตัวคอนโดมิเนียมใหม่ล่าสุด! บนทำเลศักยภาพย่านรัชดา ล่าสุด ผู้บริหารหนุ่ม คุณธนากร ธนวริทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร อสังหาฯ ค่าย ออลล์ อินสไปร์ฯ เตรียมห้องสวย ทำเลดี ในราคาที่จับต้องได้ ให้ลูกค้าที่กำลังมองหาห้องชุดคุณภาพดี ได้จับจองเป็นเจ้าของ ซึ่งขอบอกเลยว่า งานนี้มีดีทั้งเพื่ออยู่อาศัยและการลงทุน กับโครงการ ดิ เอ็กเซล รัชดา 18 ทำเลใกล้รถไฟฟ้าใต้ดิน MRT สถานีสุทธิสาร ในราคาเริ่มต้นเพียง 1.79 ล้านบาท* พร้อมโปรโมชั่นพิเศษสุด เปิดฤกษ์กับรอบการจองผ่าน Online Booking รับส่วนลดสูงสุด 200,000 บาท* ในวันที่ 19 ก.ค. นี้ ตั้งแต่เวลา 16.00 – 19.00 น. และเตรียมพบกับงาน PRE – SALE ในวันที่ 21 ก.ค. นี้ ที่โรงแรม Pullman Grande Sukhumvit สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.allinspire.co.th หรือโทร 02 029 9999…***







คุณธนากร ธนวริทธิ์
3
ข่าวสาร / ออลล์ อินสไปร์ฯ จัดงาน All Inspire Fund Day ผนึกกำลัง 6 สถาบันการเงิน
« กระทู้ล่าสุด โดย admin เมื่อ กรกฎาคม 12, 2018, 03:51:32 PM »
ออลล์ อินสไปร์ฯ จัดงาน All Inspire Fund Day ผนึกกำลัง 6 สถาบันการเงินเสนอเงื่อนไขพิเศษสินเชื่อโอนกรรมสิทธิ์


 


     คุณธนากร ธนวริทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออลล์ อินสไปร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์รูปแบบคอนโดมิเนียมภายใต้แบรนด์ ดิ เอ็กเซล ไรส์ และอิมเพรสชั่น จัดงาน All Inspire Fund Day โครงการ ดิ เอ็กเซล คูคต เพื่อให้คำปรึกษากับลูกค้าที่ต้องการยื่นสินเชื่อโอนกรรมสิทธิ์ รวมถึงการวางแผนด้านการเงิน อัตราดอกเบี้ยรวม และอัตราการผ่อนต่อเดือน พร้อมนำเสนอสินเชื่อเงื่อนไขพิเศษให้กับลูกค้าโครงการ โดยมี 6 สถาบันการเงินชั้นนำเข้าร่วมโครงการ โดยลูกค้าโครงการ ดิ เอ็กเซล คูคต เข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก มีการยื่นขอสินเชื่อ (Pre Approve) เป็นจำนวนกว่า 300 ราย นอกจากนี้ภายในงานมีการจับรางวัลและกิจกรรมมากมาย ณ โครงการ ดิ เอ็กเซล คูคต เมื่อเร็วๆ นี้ สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โทร. 02 029 9999 หรือ www.allinspire.co.th




****************************************************
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาติดต่อ

ที่ปรึกษาฝ่ายประชาสัมพันธ์ - นันทพร บุญ-หลง, อมรชัย อุดมโภชน์

บริษัท สยาม พีอาร์ คอนซัลแทนท์ จำกัด โทร. 0-2693-7835-8 ต่อ 20
4
เสนา ฮันคิว ปั้นแบรนด์ลักชูรี่คอนโด เปิดตัวครั้งแรกบนที่ดินแปลงใหญ่สุดย่านเอกมัย


    เสนา ฮันคิว ประกาศลุยโปรเจกต์ร่วมทุนโครงการ 3 เปิดหน้าดินย่านเอกมัย ผุดคอนโดลักชูรี่ “ปีติ เอกมัย (PITI EKKAMAI)” มูลค่ารวม 5,000 ล้านบาท ดึงหลักปรัชญาชีวิตจากแนวคิดญี่ปุ่น “lKIGAI (อิคิไก)” จุดประกายการใช้ชีวิตให้มีความสุขและมีคุณค่า พร้อมตอกย้ำศักยภาพพันธมิตรหวังเดินเกมธุรกิจระยะยาว เผยมีแผนโครงการร่วมทุนมูลค่าสูงถึง 23,000 ล้านบาท จ่อปักหมุดปีนี้     




        คุณยูสุเกะ คุสุ รองประธานกรรมการบริหาร ฮันคิว ฮันชิน พร็อพเพอร์ตี้ส์ คอร์ปเปอร์เรชั่น เปิดเผยถึงการลงทุนในเมืองไทยว่า ตลอดระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมา ทางบริษัท ฮันคิว ร่วมทุนพัฒนาโครงการกับทางบริษัทเสนามาแล้ว 2 โครงการ ประกอบด้วย นิช โมโน สุขุมวิท – แบริ่ง และ นิช ไพรด์ เตาปูน – อินเตอร์เชนจ์ รวมมูลค่ากว่า 7,000 ล้านบาท ปัจจุบันทั้ง 2 โครงการมียอดขายเป็นที่น่าพอใจมาก ล่าสุดพัฒนาโครงการที่ 3 ร่วมกันเป็นโครงการระดับลักชูรี่แบรนด์ใหม่ที่มีมูลค่าสูงสุดในปีนี้ ซึ่งมีความมั่นในความเป็นมืออาชีพของทางเสนาเป็นอย่างมากและเชื่อว่าโครงการนี้จะประสบความสำเร็จเหมือนโครงการที่ผ่านๆมาอย่างแน่นอน และทางฮันคิว ฮันชิน พร็อพเพอร์ตี้ส์ คอร์ปฯ เองได้มองถึงแผนการพัฒนาโครงการร่วมกันในระยะยาวต่อจากนี้ด้วยเช่นกัน   




    ด้านผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยครึ่งปีหลัง 2561 มีแนวโน้มกระเตื้องขึ้น คาดว่าปีนี้จะโตได้ 3-5% หลักๆ มาจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจภายในประเทศ ขณะที่ดีมานด์ระดับบนยังมีสัญญาณที่ดีและเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ภาพรวมตลาดคอนโดมิเนียมแนวรถไฟฟ้าหรือระบบ Mass Transit ยังมีความต้องการสูงขึ้นทุกปี ดังนั้น ทางเสนา ฮันคิว พร้อมต่อยอดพัฒนาคอนโดมิเนียมร่วมกันบน Location ที่ดีที่สุดในย่านใจกลางเมือง และได้นำเอาหลักปรัชญาชีวิตจากแนวคิด “IKIGAI (อิคิไก)” มาร่วมสร้างสรรค์เอกลักษณ์ทั้งมิติด้านฟังก์ชั่นและเติมเต็มมิติด้านสุนทรียศาสตร์ภายในโครงการให้กับลูกค้า เพื่อให้ตอบโจทย์ทุกความต้องการในการใช้ชีวิตของคนเมือง ณ ปัจจุบัน และรองรับความต้องการของลูกค้าระดับบนที่มองหาที่อยู่อาศัยบนทำเลศักยภาพย่านใจกลางเมือง ดังนั้นจึงเป็นโอกาสและสัญญาณที่ดีในการรุกพัฒนาคอนโดมิเนียมหรูระดับ“ลักชูรี่”และเป็นโครงการแรกของเสนาในปีนี้ 

    “ถือว่าเป็นก้าวครั้งใหม่ของเสนากับการเปิดตลาดคอนโดมิเนียมระดับลักชูรี่เป็นครั้งแรก และเป็นอีกหนึ่งความท้าทายของเสนา ซึ่งทางบริษัทก็มีความพร้อมในหลายๆด้าน ไม่ว่าจะเป็นทีมงานที่มีคุณภาพ ผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์การอยู่อาศัยของลูกค้า รวมถึงพันธมิตรที่แข็งแกร่งและมีศักยภาพมาก อย่างบริษัท ฮันคิว ฮันชิน พร็อพเพอร์ตี้ส์ คอร์ปเปอร์เรชั่น พันธมิตรธุรกิจอันดับต้นๆ ของประเทศญี่ปุ่น โดยมีแผนพัฒนาโครงการร่วมกันปีนี้อย่างน้อย 7 โครงการ รวมมูลค่าสูงถึง 23,000 ล้านบาท”

    สำหรับคอนโดมิเนียมลักชูรี่แบรนด์ใหม่ “ปีติ เอกมัย (PITI EKKAMAI)” นับเป็นโครงการร่วมทุนที่ 3 ภายใต้การร่วมทุนชื่อบริษัท เสนา ฮันคิว จำกัด ที่มีมูลค่าโครงการรวม 5,000 ล้านบาท เป็นโครงการคอนโดมิเนียม บนเนื้อที่ 4 – 2 -75  ไร่ ตั้งอยู่ใจกลางเอกมัย (ช่วงบริเวณซอยเอกมัย 26) โดยลักษณะเป็นอาคารสูง 37 ชั้น  1 อาคาร รวมทั้งหมด  897 ห้อง และร้านค้า 3 ยูนิต ราคาเริ่มที่ 4.45 ล้านบาท หรือ เฉลี่ยตารางเมตรละ 170,000 บาท 



    โดยคีย์ไฮไลท์การพัฒนาโครงการได้มีการนำหลักปรัชญาชีวิตจากแนวคิดญี่ปุ่น “IKIGAI (อิคิไก)” เข้ามาใช้ผสมผสานทุกรายละเอียดของงาน Concept และโปรดักส์รวมถึงพื้นที่ส่วนกลางเข้าด้วยกัน เพื่อให้เป็นโครงการพักอาศัยที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวพรั่งพร้อมด้วยฟังก์ชั่นการใช้งานอันหลากหลายมาประยุกต์ให้เข้ากับไลฟ์สไตล์การอยู่อาศัยของคนไทยได้อย่างลงตัว ภายใต้แนวคิดใหม่ “Good LIVING is the New Luxury” ให้คุณมีชีวิตที่ดีบนทำเลคุณภาพและทุกๆช่วงเวลาของทุกวันเป็นการใช้ชีวิตที่มีความสุขและมีคุณค่าบนพื้นที่ส่วนกลางกว่า 1,900 ตารางเมตร ใหญ่ที่สุดในย่านเอกมัย

    ร่วมสัมผัสประสบการณ์ใหม่และครั้งแรก "SENA Online Booking" ลงทะเบียนจองสิทธิ์ก่อนใคร ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่2ส.ค.และจองจริงพร้อมกัน2ส.ค.นี้ตั้งแต่เที่ยงวัน-22.00น.ที่ https://onlinebooking.sena.co.th สอบถามเพิ่มเติมโทร.1775

*****************************************************************************************

ข้อมูลเพิ่มเติม       

    บริษัท ฮันคิว ฮันชิน โฮลดิ้ง กรุ๊ป (HHHD – บริษัทแม่) มีบริษัทในเครือหลายบริษัทที่ทำเกี่ยวกับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ดังนั้นทางฮันคิว ฮันชิน โฮลดิ้ง กรุ๊ป หรือ (HHHD) จึงต้องการตั้งบริษัทหลักที่มุ่งเน้นพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ (Core Company) ขึ้นมา โดยการนำเอาประสบการณ์ของทั้ง 3 บริษัท อันประกอบด้วย บริษัท ฮันคิว คอร์ปเปอเรชั่น, บริษัท ฮันชิน อิเล็กทริก เรียลเวย์ และบริษัท ฮันคิว เรียลตี้ มายุบรวมส่วนกิจการที่เกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์เข้าไว้ด้วยกันในบริษัท ฮันคิว เรียลตี้ ซึ่งหลังจากนั้น ทางบริษัท ฮันคิว เรียลตี้ ได้มีการเปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท ฮันคิว ฮันชิน พร๊อพเพอร์ตี้ส์ คอร์ปเปอเรชั่น โดยมี มร.ทสึเนะโอะ วาคาบายาซิ เป็นประธานบริษัท ปัจจุบันกลุ่มฮันคิว ฮันชิน ฮันชิน โฮลดิ้ง กรุ๊ป ดำเนินธุรกิจหลากหลายและครบวงจร ตั้งแต่การคมนาคมขนส่ง อสังหาริมทรัพย์ โรงแรม การท่องเที่ยว เอ็นเตอร์เทนเมนท์ และโลจิสติกส์ มีรายได้รวม ณ สิ้นมีนาคม 2018 อยู่ที่ 227,000 ล้านบาท โดยมาจากสองธุรกิจหลัก คือ ระบบขนส่งในเมือง 29.2 เปอร์เซ็นต์ และการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ 27.6 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่นโยบายของ บริษัท ฮันคิว ฮันชิน พร๊อพเพอร์ตี้ส์ คอร์ปเปอเรชั่น จัดตั้งขึ้นมาเพื่อดำเนินธุรกิจหลักด้านอสังหาริมทรัพย์และเป็นรายใหญ่ที่สุดในแถบคันไซ ปัจจุบันขยายสู่เขตโตเกียว และมีแผนการลงทุนในต่างประเทศ อันได้แก่ เวียดนาม อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และมาเลเซีย สำหรับในประเทศไทยได้มีการวางเม็ดเงินลงทุนจำนวนมากเนื่องจากมั่นใจในศักยภาพของเศรษฐกิจในเมืองไทยที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง

5
สาระความรู้ / 4 วิธี กำจัดมด ในบ้านง่ายๆ ด้วยของใกล้ตัว
« กระทู้ล่าสุด โดย admin เมื่อ กรกฎาคม 12, 2018, 10:00:13 AM »
4 วิธี กำจัดมด ในบ้านง่ายๆ ด้วยของใกล้ตัว




มด เป็นสัตว์ตัวน้อยตัวกระจิ๊ดริดชอบเดินเรียงแถวมาปล้นเศษอาหารและขนมที่หล่นอยู่ตามมุมต่าง ๆ ของบ้าน เรียกได้ว่ามีอาหารที่ไหน ก็ต้องมีมดที่นั่น วันนี้มี 4 วิธีที่จะช่วย กำจัดมด ในบ้านให้หายไปได้ โดยที่ไม่ต้องฆ่า ด้วยของใกล้ตัวมาฝากกันค่ะ

ใช้น้ำส้มสายชูผสมกับน้ำเปล่า
      น้ำส้มสายชูไม่ได้มีดีแค่วัตถุดิบที่ช่วยเพิ่มรสเปรี้ยวให้อาหารเท่านั้น แต่น้ำส้มสายชูยังสามารถนำมาไล่มดให้ห่างไกลจากบ้านของเราได้อีกด้วย เพียงแค่นำการผสมน้ำส้มสายชูมาผสมกับน้ำเปล่าในอัตราส่วนที่เท่ากัน 1:1 จากนั้นนำไปใส่ลงในขวดสเปรย์ แล้วนำไปฉีดพ่นไปในบริเวณที่มดเดินเป็นประจำหรือผสมน้ำส้มสายชู 1 แก้ว กับน้ำเปล่า 2 แก้ว แล้วใช้ผ้าสะอาดมาชุบ จากนั้นจึงนำไปเช็ดบริเวณที่มดเดินประจำ

น้ำมะนาวเปรี้ยวซ่าช่วยไล่มดได้
     น้ำมะนาวเป็นอีกกลิ่นที่มดไม่ชอบเหมือนกัน เพราะมีกรดซิตริกที่มดเกลียดมาก วิธีง่ายๆ ในการไล่มด โดยผสมน้ำมะนาว 1 ส่วน กับน้ำเปล่า 3 ส่วน แล้วนำไปใส่ในขวดสเปรย์ จากนั้นจึงนำไปฉีดพ่นไปในบริเวณที่มดเดินเป็นประจำ

แป้งเด็กที่มดไม่ชอบ
      แป้งเด็กที่ช่วยเพิ่มความสดชื่นและความเย็นให้กับมนุษย์แต่สำหรับมดกลับเป็นสิ่งที่เกลียดมากจนต้องหนีให้ไปไกลเลยเพราะฝุ่นของแป้งจะไปกลบกลิ่นที่มดใช้สื่อสารและยังไปอุดรูหายใจของมดจนหายใจไม่ออกอีกด้วย ซึ่งวิธีง่ายๆ ในการไล่มด คือ โรยแป้งไว้บริเวณที่ถังขยะในบ้าน หรือขาโต๊ะอาหาร เพราะเมื่อมดได้กลิ่นแป้งก็จะอพยพหนีไปเอง

น้ำมันก๊าดและขมิ้น ช่วยป้องกันมด
     มดเป็นสัตว์ที่มีประสาทการรับรู้กลิ่นที่ไวมาก วิธีการกำจัดมดด้วยน้ำมันก๊าดและขมิ้นจึงเป็นวิธีที่ได้ผลอยู่ไม่น้อยเพียงแค่นำขมิ้นมาตำหรือปั่นให้ละเอียด จากนั้นจึงใส่น้ำมันก๊าดลงไป แล้วนำมาใส่ถ้วยเก่า ๆ หรือขวดน้ำอัดลมที่ตัดครึ่งเอาไว้แล้วนำไปราดบริเวณที่รังมดหรือต้นทางที่มดเดินผ่าน เพียงเท่านี้มดก็จะหายไปจากบ้านของคุณแล้ว

ขอขอบคุณ Maeban
6
ที่พุ่งรับผังใหม่ กทม. !! บูมโซนเหนือ-ตะวันออกผุดตึกสูง-พระราม 9 ซีบีดีใหม่

ผัง กทม.ใหม่ ปลดล็อกความเข้ม! เอื้อบิ๊กทุนผุดตึกสูงรับรถไฟฟ้า 10 สาย 'พระราม 9' ซีบีดีใหม่ พลิกโฉมมากสุดกรุงเทพฯตอนเหนือ "จตุจักร-ชนแยกรัชโยธิน-รัชวิภา" ปูสีน้ำตาลจากเดิมสีส้ม "ลาดพร้าว-ศรีนครินทร์" ดันราคาที่พุ่ง

จากกรณีที่รัฐบาลเร่งก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้า 10 เส้นทาง ส่งผลให้กรุงเทพมหานคร ปรับหน้าตาผังเมืองรวมกรุงเทพมหานครฉบับใหม่ ส่งเสริมให้พัฒนาตึกสูงเพื่อเป็นแม่เหล็กดึงคนเข้ามาใช้ระบบราง ส่งผลทำให้ทิศทางเมืองพลิกโฉมเป็นมหานครตึกสูงในไม่ช้า




กรุงเทพฯตอนเหนือ พลิกสุด
แหล่งข่าวจากกรุงเทพมหานคร เปิดเผย "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างจัดทำร่างกฎกระทรวงผังเมืองรวมฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 4 พ.ศ. .... ใกล้แล้วเสร็จ และอีก 2-3 เดือนข้างหน้า จะเปิดรับฟังความคิดเห็นประชาชนผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกับการเปลี่ยนแปลงผังเมืองฉบับใหม่ ทั้งนี้ กทม. เน้นส่งเสริมการพัฒนาเป็นอาคารสูงใหญ่ไปตามเส้นทางรถไฟฟ้าทั้ง 10 สาย เพื่อลดการใช้รถยนต์ส่วนตัว ดังนั้น พื้นที่รอบสถานีจะกำหนดการพัฒนาเป็นรูปแบบมิกซ์ยูส เป็นศูนย์รวมทั้งที่อยู่อาศัย แหล่งช็อปปิง และแหล่งงาน เช่นเดียวกับต่างประเทศ

คาดว่าการปรับผังเมืองครั้งนี้จะช่วยเพิ่มมูลค่าที่ดินให้สูงขึ้นและพัฒนาโครงการได้มากขึ้น สำหรับโซนที่เปลี่ยนแปลงมากที่สุด คือ กรุงเทพฯตอนเหนือ บริเวณศาลอาญาเชื่อมต่อกับถนนพหลโยธิน บริเวณถนนรัชโยธิน อ้อมไปทางอาคารสำนักงานใหญ่ไทยพาณิชย์ (เอสซีบี) ถนนวิภาวดีรังสิต บริเวณวัดเสมียนนารี ยาวมาถึงจตุจักร หรือ บริเวณเซ็นทรัลลาดพร้าวไปชนกับรัชโยธิน-เอสซีบี ปรับเป็นพื้นที่สีน้ำตาล ที่อยู่อาศัยหนาแน่นมาก ย.8-9 สร้างอาคารเกิน 10,000 ตารางเมตร เอฟเออาร์สัดส่วนอาคารต่อแปลงที่ดิน 7 ต่อ 1 จากเดิมเป็นพื้นที่สีส้ม ย.5-7 เอฟเออาร์ประมาณ 5-6 ต่อ 1


ทั้งนี้ มองว่าทำเลนี้ต้องขยับ เนื่องจากมีรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสายสีเขียวเหนือ ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต ใกล้แล้วเสร็จ ประกอบกับมีที่ดินแปลงใหญ่หลายแปลงใกล้แยกรัชโยธินรอพัฒนา อีกทั้งมีการพัฒนาคอนโดมิเนียมเกิดขึ้นหลายอาคารในโซนเหนือ นอกจากนี้ ยังอยู่ใกล้กับสถานีกลางบางซื่อ ศูนย์กลางคมนาคมแห่งใหม่ทางตอนเหนือ กทม.



ลาดพร้าว-ศรีนครินทร์ โต

นอกจากนี้ ยังมีรถไฟฟ้าสายสีเหลือง โดยจุดเริ่มต้น แยกรัชดาฯ-ลาดพร้าว มีรถไฟฟ้าใต้ดินสายสีน้ำเงินเดินรถ ปัจจุบัน เป็นพื้นที่สีน้ำตาล ย.9 สร้างได้ 7 เท่าของแปลงที่ดิน เอฟเออาร์ 7 ต่อ 1 ซึ่งทำเลนี้กำลังพิจารณาว่าจะเปลี่ยนแปลงหรือไม่ แต่พื้นที่ที่ปรับตามแนวรถไฟฟ้าสายสีเหลืองมี 2 เขต คือ เขตลาดพร้าว ไปชนถนนประเสริฐมนูกิจ ถนนรามอินทรา และเขตวังทองหลาง ปรับเป็นพื้นที่สีส้ม ที่อยู่อาศัยหนาแน่นปานกลาง ย.5-6 เอฟเออาร์ 4-5 ต่อ 1 สร้างได้ 4-5 เท่าของแปลงที่ดิน จากปัจจุบัน เป็นพื้นที่สีเหลือง ที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นน้อย ย.4 เอฟเออาร์ 3 ต่อ 1 สร้างได้ 3 เท่าของแปลงที่ดิน พัฒนาคอนโดมิเนียมขนาดไม่เกิน 10,000 ตารางเมตร

ขณะที่ บางกะปิ ปัจจุบันเป็นพื้นที่สีแดง พ.3 ซึ่งอนาคตจะเชื่อมกับรถไฟฟ้าหลายสาย ทั้งสายสีเหลืองและสีส้ม บริเวณสถานีลำสาลี แต่ถือว่าบริเวณนี้เปิดให้พัฒนาสูงแล้ว อาจไม่เปลี่ยนแปลง ขณะที่ ถนนศรีนครินทร์ปรับจากพื้นที่สีเหลือง ย.4 เป็นพื้นที่สีส้ม ย.5-6 เช่นเดียวกัน แต่บริเวณห้างซีคอนฯ ตลาดศรีเอี่ยม เซ็นทรัลบางนา ไบเทค เป็นพื้นที่สีแดง พ.3 ซึ่งเข้าใจว่าบริเวณนี้ไม่น่าเปลี่ยนแปลง




สอดคล้องกับถนนรามคำแหง รถไฟฟ้าสายสีส้ม ปัจจุบันเจริญมาก พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นสีส้มและแดง ทำให้การปรับเปลี่ยนสีผังแทบไม่มี แต่อาจกำหนดการใช้กิจกรรมว่า รอบสถานีจะพัฒนาอะไรได้บ้าง เช่น อาคารสำนักงานคอนโดมิเนียม ฯลฯ


ขยายซีบีดีพระราม 9 ส้มหล่น
จากความหนาแน่นของกรุงเทพฯชั้นใน ทำให้การพัฒนาขยายมาย่านพระราม 9 มากขึ้น ซึ่งปัจจุบันมีทั้งอาคารสำนักงาน ที่อยู่อาศัย และค้าปลีก ทั้งนี้ ผัง กทม.ใหม่ กำหนดให้พระราม 9 เป็นศูนย์กลางธุรกิจใหม่ พื้นที่ประเภทพาณิชยกรรมสีแดง พ.5 ครอบคลุมพื้นที่ จากสุขุมวิท พระราม 9 ศูนย์วัฒนธรรม และโรบินสันเก่า ปัจจุบัน คือ เดอะสตรีท ถนนรัชดาภิเษก เนื่องจากมีการเคลื่อนย้ายอาคารสำนักงานมาปักธงทำเลนี้ ไม่ต่างกับสาทร จากปัจจุบันเป็นพื้นที่สีน้ำตาล ย.9 เช่นเดียวกับทำเลรอบสถานีสุทธิสาร ห้วยขวาง ผังเมืองใหม่ต้องการให้ทำเลนี้พัฒนาออฟฟิศ โรงแรม แหล่งจากปัจจุบันเป็นพื้นที่สีน้ำตาล ย.9


ตลิ่งชันเหลืองยกเขต
แหล่งข่าวกล่าวต่อว่า พื้นที่ที่มีการเปลี่ยนแปลงมากอีกโซน คือ พื้นที่เขตตลิ่งชัน ปรับจากพื้นที่สีเขียวลาย ที่ดินประเภทอนุรักษ์ชนบทและเกษตรกรรมเป็นสีเหลือง ย.1 ทั้งหมด โดยไปชนกับถนนกาญจนาภิเษก ส่วนถนนฉิมพลี บริเวณวัดไก่เตี้ย ติดกับทางรถไฟสายเก่า รอยต่อ จ.นนทบุรี เป็นที่สีส้ม ย.6 พัฒนาตึกสูงเกิน 10,000 ตารางเมตรได้



เปิด 1 แสนไร่ ผุดบ้านเดี่ยว

ขณะที่ พื้นที่สีเขียวลาย โซนตะวันออก บริเวณมีนบุรี หนองจอก ลาดกระบัง คลองสามวา เหนือสนามบินสุวรรณภูมิ เนื้อที่กว่า 1 แสนไร่ ปัจจุบันเป็นพื้นที่ฟลัดเวย์ ต่อไปอาจจะลดพื้นที่ฟลัดเวย์เหลือเกาะแนวคลองลาดงูเห่า คลองสาม และคลองสี่ ข้างละ 500 เมตร นอกนั้นปรับเป็นพื้นที่สีเขียวพัฒนาบ้านเดี่ยวได้ จากเดิมหากพัฒนาเพื่อจัดสรรขายต่อ มีขนาดแปลงที่ดิน 2.5 ไร่ ขณะที่ ราคาที่ดินค่อนข้างสูงสำหรับการแก้ปัญหาน้ำท่วมในอนาคตหากยกเลิก โดยคลองลาดงูเห่าระบายน้ำลงคลองแสนแสบ คลองสาม และคลองสี่ ระบายน้ำลงคลองประเวศฯ แทนการใช้ฟลัดเวย์


ดัน 3 ศูนย์คมนาคมบูม
ส่วนพื้นที่ใช้ประโยชน์ที่ดินปรับสูงสุด คือ 3 ศูนย์คมนาคมในอนาคต ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สภาพัฒน์ กำหนดเป็นฮับใหญ่ คือ ศูนย์กลางคมนาคมพหลโยธินที่จะพัฒนา ศูนย์กลางคมนาคมมักกะสัน พัฒนาร่วมกับรถไฟความเร็วสูง เชื่อม 3 สนามบิน และศูนย์กลางคมนาคม ตากสิน-วงเวียนใหญ่ จากพื้นที่สีน้ำเงินใช้สำหรับหน่วยงานราชการเป็นพื้นที่สีแดง พ.4 เอฟเออาร์ 8 พัฒนาได้ 8 เท่าของแปลงที่ดิน ซึ่งจะเป็นซีบีดีรองจากสีลม สาทร สุขุมวิทในอนาคต

7
ข่าวสาร / "เกษร-เซ็นทรัล" มาแน่! ชิงที่ดินเพลินจิต 12 ไร่
« กระทู้ล่าสุด โดย admin เมื่อ กรกฎาคม 12, 2018, 08:55:14 AM »
"เกษร-เซ็นทรัล" มาแน่! ชิงที่ดินเพลินจิต 12 ไร่

บิ๊กเนมจ่อชิงที่ดิน 'TOT เพลินจิต' หลังหมดสัญญาเช่าปี 2565 คาดสำนักงานทรัพย์สินฯ เปิดประมูลเร็ว ๆ นี้ ขณะที่ กลุ่มเกษร-เซ็นทรัล ไฟเขียว! พร้อมร่วมประมูล ... กูรูอสังหาฯ ชี้ราคาพุ่งกว่า 2.5 ล้าน/ตร.ว. เหมาะเป็นมิกซ์ยูสโรงแรม ออฟฟิศ เซอร์วิส อพาร์ตเมนต์


ชาย ศรีวิกรม์
นายกสมาคมผู้ประกอบการวิสาหกิจในย่านราชประสงค์ (RSTA) และผู้บริหารระดับสูงกลุ่มเกษร พร็อพเพอร์ตี้

นายชาย ศรีวิกรม์ นายกสมาคมผู้ประกอบการวิสาหกิจในย่านราชประสงค์ (RSTA) และผู้บริหารระดับสูงกลุ่มเกษร พร็อพเพอร์ตี้ ที่ดินในย่านสุขุมวิทที่มีศักยภาพและน่าสนใจเข้าลงทุน คือ ที่ดิน ซึ่งปัจจุบัน เป็นที่ตั้งของ TOT เพลินจิต หรือ ศูนย์บริการลูกค้าทีโอที เพลินจิต โดยบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ซึ่งจะหมดสัญญาเช่าในปี 2565 และจะส่งมอบคืนพื้นที่ให้กับสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ เพื่อนำไปประมูลหาผู้เช่าใหม่ต่อไป


"ในย่านนี้ ที่ดินผินใหญ่เหลือน้อยมาก เหลือเพียงที่ตั้งของทีโอทีเพียงแห่งเดียว ซึ่งมีพื้นที่ 12 ไร่เศษ และจะหมดสัญญาในปี 2565 คาดว่าจะเริ่มบิดในเร็ว ๆ นี้ และเชื่อว่าจะมีผู้สนใจเข้าร่วมบิดจำนวนมาก เรื่องราคาไม่ต้องพูดถึง เพราะที่นี่ถือเป็นทำเลทอง เป็นไข่แดงของเมือง"

©FB-Gaysorn Village

วันนี้ 'เกษร' มีทั้งศูนย์การค้า และเกษร ทาวเวอร์ ทำให้มีลูกค้าเข้ามาใช้บริการมากขึ้น แต่การจะลงทุนทำอะไร ขึ้นอยู่กับว่าตลาดต้องการอะไร และขณะนี้ กรุงเทพฯ เปลี่ยนแปลงไปมาก เมืองเปลี่ยน คนเปลี่ยน ยังสามารถพัฒนาได้อีกมาก เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้บริโภค อีกทั้งกรุงเทพฯ ซึ่งมีประชากรกว่า 20 ล้านคน มีเซ็นเตอร์แค่แยกราชประสงค์แห่งเดียวคงไม่พอ เช่นเดียวกับที่ญี่ปุ่น ซึ่งมี 7-8 เซ็นเตอร์ ทั้งชินจูกุ และอื่น ๆ อีกมากมาย

อย่างไรก็ดี หลังการพัฒนาย่านราชประสงค์ ทั้งการปรับทัศนียภาพให้เป็นราชดำริ คอร์ริดอร์ และปรับปรุงทางเท้าและภูมิทัศน์ย่านคลองซุง พร้อมย้ายท่าเรือจากคลองแสนแสบมาไว้ที่นี่ ด้วยงบลงทุนกว่า 300 ล้านบาท จะช่วยยกระดับให้ย่านนี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงาม และอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติที่เดินทางเข้ามา ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จทั้งหมดในกลางปี 2562 เกษรก็พร้อมที่จะพัฒนาโครงการใหม่ต่อทันที


ด้าน ผู้บริหารระดับสูงกลุ่มเซ็นทรัล กล่าวว่า เซ็นทรัลให้ความสนใจในทำเลที่มีศักยภาพ ซึ่งขณะนี้ยังไม่รู้รายละเอียดว่าจะมีการเปิดประมูลพื้นที่ดังกล่าวเมื่อไรและเงื่อนไขใดบ้าง และเชื่อว่าจะมีผู้เข้าสนใจจำนวนหนึ่ง เช่นเดียวกับโครงการอื่น ๆ ที่ผ่านมา ส่วนจะพัฒนาในรูปแบบใดนั้น คงต้องศึกษาอย่างละเอียดและสำคัญ คือ ต้องดูว่าคุ้มค่ากับการลงทุนหรือไม่ เพราะในย่านดังกล่าวมีโครงการที่เซ็นทรัลลงทุนอยู่แล้ว

"ทำเลถือว่าน่าสนใจ ที่ดินขนาดใหญ่พอใช้ได้ แต่ต้องศึกษาอีกมาก ยังบอกไม่ได้ว่าจะทำเป็นโปรเจ็กต์อะไร ลงทุนเท่าไร ยังไม่รู้ว่าจะมีการเปิดประมูบด้วย"

ขณะที่ นายสุรเชษฐ กองชีพ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยตลาด ไรส์แลนด์ ประเทศไทย กล่าวว่า ปัจจุบัน ราคาที่ดินในย่านชิดลมสูงกว่า 2.5 ล้านบาทต่อตารางวา ฉะนั้น การพัฒนาโครงการต้องใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างคุ้มค่า รูปแบบที่เหมาะสมต้องเป็นมิกส์ยูส ซึ่งกรณีนี้คงทำได้แต่โครงการเช่า เช่น อาคาร สำนักงาน ศูนย์การค้า โรงแรม และเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์


ฐาปนา บุณยประวิตร
นายกสมาคมการผังเมืองไทย

ก่อนหน้านี้ นายฐาปนา บุณยประวิตร นายกสมาคมการผังเมืองไทย ได้วิเคราะห์ถึงย่านราชประสงค์ ว่า ปัจจุบัน มีพื้นที่เชื่อมโยงกับรถไฟฟ้า 4 เส้นทางหลัก คือ บีทีเอส, MRT, แอร์พอร์ตลิงค์, สายสีส้ม (กระทรวงคมนาคมเร่งผลักดัน) และทางเรือกับท่าประตูน้ำ หากสามารถเชื่อมถึงกันได้ทั้งหมดจะเกิดผลดี ทั้งด้วยรถรางเบารูปแบบแทรม เป็นต้น จึงอยากจะเสนอภาครัฐให้มอง 5 อัตลักษณ์ ที่จะนำไปพัฒนาย่านราชประสงค์ ย่านเศรษฐกิจ หรือ ศูนย์เศรษฐกิจของเมือง น่าจะดีกว่านี้

"5 ประเด็นหลักที่จะเป็นจุดขายของย่านราชประสงค์ คือ 1.พื้นที่มีความพร้อมทางกายภาพ 2.รวมพื้นที่ศูนย์การค้าต่าง ๆ จะพบว่า มีพื้นที่มากที่สุดจากย่านอื่นในกรุงเทพมหานคร 3.แวดล้อมไปด้วยพื้นที่ค้าปลีกสำคัญ รัฐควรมองพื้นที่รองรับไว้ให้เพียงพอ ทั้งทางเดิน หรือ พื้นที่สีเขียว ที่ล้วนส่งผลต่อการเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจได้ทั้งสิ้น 4.ปัจจุบันโซนนี้มีอัตลักษณ์พื้นที่อยู่แล้ว และ 5.มีมหาวิทยาลัยชั้นนำ อย่าง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่พร้อมต่อยอดนวัตกรรมองค์ความรู้ได้ทันที"
8
ออลล์ อินสไปร์ฯ บุกตลาดใจกลางเมือง ย่านรัชดาภิเษก ทำเลทองของการลงทุนเปิดโครงการ ดิ เอ็กเซล รัชดา 18 มูลค่าโครงการกว่า 800 ล้านบาทรับดีมานด์ยังดีต่อเนื่อง ทั้งอยู่อาศัยและลงทุน




บริษัท ออลล์ อินสไปร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์รูปแบบคอนโดมิเนียม ภายใต้แบรนด์ ดิ เอ็กเซล ไรส์ และอิมเพรสชั่น บุกตลาดใจกลางเมือง ย่านรัชดาภิเษก หนึ่งในย่านศูนย์กลางธุรกิจแห่งใหม่ (New CBD) เปิดตัว โครงการ ดิ เอ็กเซล รัชดา 18 คอนโด Low Rise คุณภาพเยี่ยมบนทำเลศักยภาพสูงสุด ใกล้รถไฟฟ้าใต้ดิน MRT สถานีสุทธิสาร ในราคาเริ่มต้นเพียง 1.79 ล้านบาท มูลค่าโครงการกว่า 800 ล้านบาท ทำเลน่าสนใจสำหรับอยู่อาศัย และการลงทุน ด้วยศักยภาพที่ดี ราคาที่สมเหตุสมผล มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันที่สุดบนทำเลรัชดา จึงเป็นโครงการที่ตอบโจทย์ได้ดีที่สุดในขณะนี้



นายธนากร ธนวริทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) บริษัท ออลล์ อินสไปร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในช่วง 2 - 3 ปีที่ผ่านมา แนวถนนรัชดาภิเษก - พระราม 9 เป็นทำเลที่มีการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์อย่างต่อเนื่อง พื้นที่บริเวณโดยรอบเป็นทำเลที่มีโครงการคอนโดมิเนียมเปิดขายใหม่ทุกปี ซึ่งแต่ละโครงการได้รับผลตอบรับค่อนข้างดี และที่สำคัญโครงการที่เปิดขายใหม่ในทำเลนี้จะมีราคาขายขยับเพิ่มขึ้นทุกปี ส่งผลให้ตลาดที่อยู่อาศัยในย่านนี้เติบโตอย่างต่อเนื่อง แสดงให้เห็นว่าความต้องการคอนโดมิเนียมยังมีอยู่จำนวนมาก ทาง ออลล์ อินสไปร์ฯ จึงเตรียมเปิดตัวโครงการใหม่ ล่าสุด โครงการ ดิ เอ็กเซล รัชดา 18 เพื่อรองรับการเติบโตของตลาดที่อยู่อาศัยทั้งเพื่อการอยู่อาศัยและการลงทุนในอนาคต



‘ย่านรัชดาภิเษก’ ถือว่าเป็นทำเลฮอตฮิตของกรุงเทพฯ ที่เป็นแหล่งอยู่อาศัยของทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เนื่องจากรัชดาเป็นหนึ่งในย่านศูนย์กลางธุรกิจแห่งใหม่ (New CBD) โดยในปัจจุบันจากการประเมินราคาที่ดินของกรมธนารักษ์ในปี 2559 - 2562 ของย่านรัชดาว่า มีราคาที่ดินตกอยู่ที่ตารางวาละ 350,000 - 450,000 บาท ซึ่งถือว่าเป็นเรทราคาสูง แต่นักลงทุนกลับกว้านซื้อที่ดินเหล่านี้ เพื่อรองรับการขยายตัวของอสังหาริมทรัพย์จากย่านธุรกิจอย่างสุขุมวิท เพลินจิต สีลม - สาทร ที่มีแนวโน้มขยายตัวในด้านประชากรและการพัฒนาธุรกิจอยู่อย่างต่อเนื่อง และจะเปลี่ยนให้รัชดากลายเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจขนาดใหญ่ในอนาคตอีกด้วย



ซึ่งทำเลนี้จะมี ชาวต่างชาติกลุ่มจีน ยุโรปตะวันออก และเกาหลี อาศัยอยู่จำนวนมาก โดยจุดเด่นของทำเลนี้ ก็คือ    เป็นย่านธุรกิจที่มีชาวต่างชาติเข้ามาลงทุนและมาอยู่อาศัยเป็นจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่จะนิยมซื้อหรือเช่าคอนโดเป็นหลักมีการขยายตัวทางด้านการคมนาคมและศูนย์การค้าสูงมาก ที่เห็นได้ชัดก็คือโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ลาดพร้าว – สำโรง ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่หลายแห่งเช่น เซ็นทรัลพลาซา แกรนด์ พระราม 9 และเป็นที่ตั้งของอาคารสำนักงานสำคัญๆ อีกมากมาย อย่างเช่น อาคาร The Super Tower อาคารสำนักงานหลายๆบริษัทอีกด้วย และที่สำคัญมีโครงการมักกะสัน - สุวรรณภูมิ ซึ่งเป็นเส้นทางรถไฟฟ้าเชื่อมต่อสุวรรณภูมิกับเขตศูนย์กลางธุรกิจชั้นใน ทำให้เกิดความสะดวกในการเดินทางจากย่าน CBD ไปยังสนามบินมากขึ้น และมีความรวดเร็วในการเดินทางอีกด้วย จึงทำให้ทำเลนี้มีศักยภาพมากขึ้น และเป็นอีกหนึ่งทำเลน่าสนใจสำหรับที่อยู่อาศัย แหล่งงาน หรือแม้แต่การลงทุนอสังหาริมทรัพย์เพื่อการปล่อยเช่า

 

ด้านการลงทุนคอนโดมิเนียมในทำเลถนนรัชดาภิเษก มีอัตราเฉลี่ยผลตอบแทนจากการปล่อยเช่า 6% เมื่อเปรียบเทียบกับทำเลในเขตกรุงเทพฯ ชั้นในแล้ว มีอัตราเฉลี่ยอยู่ที่ 3 - 5% ส่งผลให้ทำเลนี้มีความน่าสนใจในด้านการลงทุนปล่อยเช่าเนื่องจากเป็นทำเลที่อยู่ใกล้โซนออฟฟิศ และยังมีศักยภาพในการปล่อยเช่าหรือขายต่อตลาดกลุ่มลูกค้าต่างชาติอีกด้วย



โครงการ ดิ เอ็กเซล รัชดา 18 (The Excel Ratchada 18) คอนโดมิเนียมรูปแบบ Low Rise ราคาเริ่มต้นเพียง 1.79 ล้านบาท* จำนวน 270 ยูนิต 2 อาคาร ทั้งรูปแบบ 1 ห้องนอน (25 - 29 ตร.ม.) และ 2 ห้องนอน (39 – 41 ตร.ม.) มูลค่าโครงการกว่า 800 ล้านบาท ตั้งอยู่บนทำเลในซอยรัชดาภิเษก 18 ซึ่งถนนรัชดาภิเษก ซึ่งมีทำเลที่เป็นจุดขายหลัก ซึ่งสามารถตอบโจทย์ความต้องการในด้านการอยู่อาศัย และการลงทุนจากต่างชาติ อีกทั้งยังโครงการยังให้ความสำคัญในเรื่องรูปแบบดีไซน์ ที่ตรงกับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ภายใต้แนวคิด ‘Serenity Living’ ความสุขที่เรียบง่ายถ่ายทอดผ่านความร่มรื่นของต้นไม้รอบโครงการ รายล้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน อาทิ Lifestyle Lobby โครงการออกแบบมาให้เพดานสูงโปร่ง Co – working space พื้นที่ที่เป็นจุดเริ่มต้นของความคิดสร้างสรรค์ ห้องออกกำลังกาย หน้าผาปีนเขาจำลอง สระว่ายน้ำ สวนลอยฟ้าเติมเต็มความหมายของ ‘Serenity Living’

 

“ออลล์ อินสไปร์ฯ มีความตั้งใจในการพัฒนาคอนโดมิเนียมและการเลือกสรรทำเลที่ตั้งที่ดีที่สุด ตอบโจทย์ความต้องการ ของการอยู่อาศัยและการลงทุนได้เป็นอย่างดี ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย ด้วยการออกแบบที่ทันสมัย ความคุ้มค่าในการลงทุน” นายธนากร กล่าวตอนท้าย



พบกับ โครงการ ดิ เอ็กเซล รัชดา 18 (The Excel Ratchada 18) “คนฉลาดสร้างโอกาสมากกว่ามองหา” สำหรับผู้ที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Call Center 02 029 9999 หรือ www.allinspire.co.th

 
9
ออลล์ อินสไปร์ฯ จับมือพันธมิตรร่วมกิจกรรม เดิน – วิ่ง การกุศล ในงาน 2018 UOB Heartbeat Run/Walk




    คุณธนากร ธนวริทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออลล์ อินสไปร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์รูปแบบคอนโดมิเนียมภายใต้แบรนด์ ดิ เอ็กเซล ไรส์ และอิมเพรสชั่น ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการทำความดีเพื่อสังคม โดยการมอบเงินสนับสนุน ผ่านกิจกรรมเดิน – วิ่ง การกุศล 2018 UOB Heartbeat Run/Walk ที่จัดขึ้นโดย ธนาคารยูโอบี ที่มีเป้าหมายเพื่อนำมาพัฒนาคุณภาพชีวิต และมอบโอกาสให้แก่เยาวชนในสังคม โดยทางบริษัทฯ ได้บริจากเงินให้กับโรงเรียนพระดาบส ซึ่งภายในงานมีคณะผู้บริหารและพนักงานบริษัทฯ สนใจเข้าร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก  ณ  ศาลาแปดเหลี่ยม สวนลุมพินี เมื่อเร็วๆ นี้
10
สาระความรู้ / เคล็ดวิธีแก้ปัญหาเชื้อราภายในบ้าน
« กระทู้ล่าสุด โดย admin เมื่อ กรกฎาคม 09, 2018, 11:45:10 AM »
เคล็ดวิธีแก้ปัญหาเชื้อราภายในบ้าน


       บ้าน เป็นสถานที่พักผ่อนสำหรับทุกคนในครอบครัว หากบ้าน มีปัญหาต่างๆ ที่ไม่พึงประสงค์เกิดขึ้น ก็คงจะทำให้ความสงบสุขของคนในครอบครัวลดหายไปได้ ปัญหาเชื้อรา ก็เป็นอีกหนึ่งปัญหาสำคัญของบ้าน เรามักพบเห็นว่าบ้านส่วนมาก เมื่ออยู่ไปนานๆ จะมีคราบเชื้อราเกาะอยู่ตามผนังบ้านภายนอก หรือบริเวณที่ได้รับความชื้นเป็นประจำ

การป้องกันเชื้อรา
ความชื้นคือตัวการปัญหาที่จะนำพาเชื้อราให้เกิดขึ้นกับบ้านของเราได้ทีละน้อยๆ จนกว่าที่จะรู้ตัวอีกที คราบเชื้อราก็เกาะฝังแน่นอยู่บนผนังบ้านหรือส่วนต่างๆ ที่สัมผัสความชื้นแล้ว โดยเฉพาะในช่วงหน้าฝนที่เสี่ยงจะเกิดเชื้อราขึ้นได้ง่ายทั้งภายนอกและภายในบ้าน






ดังนั้น ก่อนจะถึงฤดูฝนคุณควรสำรวจตรวจสอบสภาพบ้านให้ทั่วอย่างละเอียด ไม่ว่าจะบ้านใหม่หรือบ้านเก่า รอยชำรุดและรอยร้าวตามผนังนั้น เป็นตัวการเชื่อมโยงสำคัญที่จะทำให้น้ำซึมเข้ามา ทำให้ผนังส่วนนั้นเกิดเชื้อราขึ้นจนหมดสวย เมื่อพบเจอร่องรอยเหล่านี้ควรรีบตัดปัญหาทันทีด้วยการฉาบปูนซ้ำใหม่ หรือจะใช้ยาแนวทาทับลงไปปิดกั้นช่องโหว่ไม่ให้น้ำจากภายนอกเข้ามาได้

การแก้ปัญหาเชื้อราในบ้าน
หากคุณไม่ได้เตรียมตัวรับมือกับเชื้อรามาก่อนหน้านี้ และพบว่าเหล่าเชื้อราต่างๆ พากันมาขึ้นเต็มบ้านของคุณไปแล้ว ก็ให้คุณตั้งสติให้ดี จากนั้น ให้ใช้แปรงขัดห้องน้ำผสมน้ำยาล้างขัดห้องน้ำขัดถูบริเวณที่มีรอยดำ หากไม่อยากทำลายพื้นผิวจนเกินไป ลองใช้น้ำสบู่ฉีดพรมลงไปให้ชุ่ม ทิ้งเอาไว้สัก 5 นาที แล้วจึงเริ่มขัด จะช่วยให้เชื้อราที่ยังสดใหม่ถูกกำจัดออกไปได้

กรณีที่เชื้อราเกิดขึ้นกับเฟอร์นิเจอร์ไม้ แก้ง่ายๆ ด้วยการย้ายไปไว้ในตำแหน่งอื่นที่ห่างไกลจากความชื้น เช็ดทำความสะอาดด้วยผ้าหมาดๆ เป่าพัดลมให้แห้งสนิท แต่หากพบว่าเชื้อราฝังแน่นจนเกินทน ก็ยากยิ่งที่จะกำจัดให้หมดไปได้จนถึงต้นตอ ลองใช้ผ้าชุบน้ำเปล่าผสมน้ำส้มสายชูทำความสะอาด ก็จะช่วยลดคราบเหล่านี้ออกไปได้

อย่างไรก็ตาม การเตรียมพร้อมรับมือ และเฝ้าระวังกับเชื้อราเหล่านี้ เป็นสิ่งที่เจ้าบ้านและคนในบ้านควรทำ และหากพบว่ามีเชื้อราเกิดขึ้น ก็ควรรีบจัดการเสียแต่เนิ่นๆ สำหรับเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ที่เกิดเชื้อรานั้น หากมากจนเกินไป คุณควรเปลี่ยนใหม่ก็จะคุ้มค่ากว่า
หน้า: [1] 2 3 ... 10

???????????