Condothai คอนโดไทย


???????????

กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้

หน้า: [1] 2 3 ... 10
1
สาระความรู้ / แต่งบ้านสวยด้วย 2 ลายสุดคลาสสิก
« กระทู้ล่าสุด โดย admin เมื่อ มิถุนายน 24, 2018, 04:48:39 PM »
แต่งบ้านสวยด้วย 2 ลายสุดคลาสสิก

       ในยุคที่ใครๆ ก็โหยหาความคลาสสิก อย่างพื้นลายตารางหมากรุกและพื้นลายก้างปลา ซึ่งกลายเป็นวัสดุน่าใช้มากที่สุดในยุคนี้  ขอนำเสนอไอเดียการเลือกใช้วัสดุต่างๆ ให้เหมาะกับลุคคลาสสิกทั้งสองแบบ เพื่อเป็นอีกทางเลือกให้คุณได้ตัดสินใจก่อนลงมือตกแต่งบ้าน

     1.Classical Checkerboard

     ลายตารางหมากรุก (Checkerboard Floor) เป็นลายสุดคลาสสิกที่เกิดจากการเรียงแผ่นสี่เหลี่ยมจัตุรัสสีดำและขาวสลับกันไป โดยความสวยคลาสสิกตลอดกาลของลายนี้ทำให้หลายคนนำไปใช้ได้กับการตกแต่งหลากสไตล์ ทั้งคลาสสิก วินเทจ โมเดิร์น และมิกซ์แอนด์แมตช์ เหมาะกับแทบทุกห้องในบ้าน ซึ่งปัจจุบันมีวัสดุสมัยใหม่หลายประเภท เช่น กระเบื้องเซรามิก กระเบื้องโมเสก หรือแผ่นกระเบื้องไวนิล โดยที่ยังคงความสวยงามและให้อารมณ์คลาสสิกไม่แพ้กัน


      อย่างไรก็ตาม ควรคำนึงถึงขนาดของแพตเทิร์นลายและพื้นที่ซึ่งต้องพอเหมาะลงตัว หากเป็นพื้นที่ขนาดเล็ก เช่น ห้องน้ำหรือโถงทางเข้า อาจใช้แพตเทิร์นลายขนาดเล็กลงด้วย เช่น 15 x 15 เซนติเมตร หรือ 20 x 20 เซนติเมตร ก็พอ

       2.Herringbone Lover

       ลายก้างปลา (Herringbone Pattern) เคยเป็นลวดลายยอดฮิตที่ใช้กันตามบ้านต่างๆ เมื่อประมาณ 20-30 ปีก่อน และตอนนี้ก็กลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง โดยมีให้เลือกหลากหลายแบบ เช่น ลายก้างปลาแบบเดี่ยว ลายก้างปลาแบบเส้นคู่ หรือลายก้างปลาแบบทแยงมุม เหมาะกับผู้ชอบความคลาสสิกไม่เหมือนใคร

       วัสดุที่นิยมนำมาทำลวดลายคือ   ไม้ปาร์เกต์ เป็นไม้เนื้อแข็งชิ้นเล็กที่เรียงต่อกัน ไม้ที่นิยมใช้ เช่น ไม้แดง ไม้สัก ไม้มะค่า และไม้ตะแบก โดยมักโชว์ให้เห็นลายของไม้ ซึ่งให้อารมณ์อบอุ่นและคลาสสิก หรือหากชอบสไตล์โมเดิร์นคลาสสิก อาจทาสีทับหน้าวัสดุ ให้เห็นแต่ลวดลายของการเรียงชิ้นไม้ ปัจจุบันอาจเปลี่ยนเป็นวัสดุอื่น เช่น แผ่นไม้ลามิเนตหรือกระเบื้องไวนิลก็ใกล้เคียงกับไม้ปาร์เกต์
อาจเลือกใช้ลายไม้หรือแผ่นที่เป็นสีอ่อนเรียบๆ นำมาคละสี เรียงเป็นลวดลายก้างปลาก็ได้ ราคาจะถูกกว่าพื้นไม้ปาร์เกต์ และดูแลง่ายกว่า

ที่มา : บ้านและสวน

2
สาระความรู้ / ให้สถานที่พักผ่อนเป็นมากกว่าการผ่อนคลาย
« กระทู้ล่าสุด โดย admin เมื่อ มิถุนายน 23, 2018, 05:20:24 PM »
ให้สถานที่พักผ่อนเป็นมากกว่าการผ่อนคลาย

     มากกว่าอย่างไร?

      เพราะการออกแบบห้องนอนสามารถเลือกจัดวางให้ส่งเสริมพลังงานและช่วยให้ชีวิตบางด้านราบลื่น สีและโทนที่ออกแบบก็สามารถเพิ่มพลังให้ห้องนอนขนาดเล็ก โดยเฉพาะห้องนอนประเภทสตูดิโอได้ด้วยเช่นกัน

       การออกแบบห้องนอนขนาดเล็ก เตียงนอนคือสิ่งสำคัญที่ช่วยคุณได้

       ในการออกแบบห้องนอนขนาดเล็กที่จำเป็นต้องแบ่งพื้นที่เพื่อโซนอื่นๆ ในชีวิต
       โดยเฉพาะด้านการทำงานที่แม้จะดูไม่จำเป็นสำหรับการออกแบบห้องนอน แต่กลับเป็นส่วนที่ละเลยไม่ได้เลย ดังนั้นควรจะมีมุมหนึ่งของห้องนอนที่เราแบ่งส่วนเพื่อการทำงาน โดยการออกแบบโต๊ะทำงานตามหลักฮวงจุ้ยจะไม่ให้วางโต๊ะทำงานในมุมอับหรือตรงกับประตูเพราะมีผลต่อพลัง
และควรเก็บโต๊ะให้สะอาดอยู่เสมอ เท่านี้ก็ได้โต๊ะทำงานเสริมฮวงจุ้ยให้ชีวิตดี๊ดี


      เสื้อผ้าหน้าผม สำคัญนับเป็นส่วนหนึ่งของการออกแบบห้องนอน

ส่วนนี้ก็ไม่อาจละเลยได้ เราจึงจำกัดเพียงส่วนสำคัญอย่างการวางกระจกที่มักเป็นที่นิยมเพราะสามารถทำให้ห้องคอนโดขนาดเล็กดูกว้างขึ้นได้ แต่การติดกระจกในห้องนอนนั้นสำคัญที่ต้องไม่ตรงกับเตียงนอนเพราะจะรบกวนการพักผ่อน จึงควรติดไว้บริเวณห้องนั่งเล่นเพราะเป็นแหล่งรวมพลที่มีบรรยากาศครึกครื้นเฮฮาซึ่งจัดเป็นสิริมงคลของบ้านนั่นเอง


      หวังว่าบทความนี้จะทำให้คุณได้เห็นว่าการออกแบบห้องนอนด้วยตัวเองนั้นทำได้ไม่ยากอย่างที่คิดแถมยังได้เพิ่มฮวงจุ้ย
ปรับห้องนอนขนาดเล็กน่ารักให้มีพลังส่งเสริมชีวิตคุณให้ราบลื่น สวยงามไปพร้อมกับการเนรมิตห้องพักขนาดเล็กให้น่าอยู่มากขึ้นด้วย
 

ขอบคุณข้อมูลจาก estopolis

3
สาระความรู้ / 7 ต้นไม้ดูแลง่าย ที่เหมาะแก่การปลูกในคอนโด
« กระทู้ล่าสุด โดย admin เมื่อ มิถุนายน 23, 2018, 04:57:13 PM »
7 ต้นไม้ดูแลง่าย ที่เหมาะแก่การปลูกในคอนโด

1. พลูด่าง ไม้ประดับยอดนิยม เหมาะแก่การนำไปปลูกในคอนโด
เหมาะสำหรับปลูกที่ไหน : ห้องน้ำ พลูด่าง

เป็นไม้ประดับที่ใบมีรูปร่างคล้ายรูปหัวใจ และมีสีสันสวยงาม อีกทั้งยังเป็นหนึ่งในไม้มงคลของไทย ที่เชื่อกันว่าจะช่วยเสริมสร้างบารมีและคุ้มครองให้คนในบ้านอยู่เย็นเป็นสุข พลูด่างยังสามารถดูดสารพิษตกค้างที่อยู่ในห้องน้ำ ช่วยลดฝุ่นและฟอกอากาศได้อีกด้วย

2. ถ้าชอบมีกลิ่น ลองปลูกเดหลี ไว้ในคอนโด
เหมาะสำหรับปลูกที่ไหน : ห้องนั่งเล่น เดหลี

เป็นไม้ที่มีใบขนาดใหญ่ มีดอกสีขาวกลิ่นหอม ดอกจะออกในช่วงฤดูฝนตั้งแต่เดือนพฤษภาคม-กันยายน ด้วยความที่มีใบใหญ่ ต้นเดหลีจึงสามารถช่วยดูดซับสารพิษในอากาศ คนจึงนิยมนำไปวางไว้ในห้องรับแขก ห้องทำงาน เดหลีเป็นไม้มงคลของไทยอีกหนึ่งชนิด ที่เชื่อกันว่าบ้านไหนปลูกเดหลี ผู้ปลูกจะมีอายุมั่นขวัญยืน และมีโชคลาภ

3. ต้นแปลกๆ ใบเรียวแหลม อย่าง ลิ้นมังกร ก็ปลูกในคอนโดได้ เหมือนกัน
เหมาะสำหรับปลูกที่ไหน : ห้องนอน

ใบของลิ้นมังกร มีลักษณะเรียวยาวแหลมคล้ายกับหอก บนใบมีจุดด่างเป็นสีเขียวเข้ม สีเทา ดูสวยงาม ข้อดีของต้นลิ้นมังกรคือ จะคายออกซิเจน และดูดคาร์บอนไดออกไซด์ในช่วงเวลากลางคืน จึงถือว่าเหมาะที่จะปลูกในกระถางแล้วเอาตั้งไว้ในห้องนอน เพื่อช่วยให้ร่างกายได้รับอากาศบริสุทธิ์อย่างเต็มที่


4. ไม่ควรลืมปลูกพืชสรรพคุณ อย่างว่านหางจระเข้ ไว้ในคอนโด
เหมาะสำหรับปลูกที่ไหน: ห้องนอน หรือ ห้องนั่งเล่น

ว่านหางจระเข้ เป็นพันธุ์ไม้ที่นิยมปลูกไว้ในที่อยู่อาศัย เพราะนอกจากจะเอาไว้ตกแต่งให้ดูสวยงามแล้ว ว่านหางจระเข้ยังมีสรรพคุณอีกหลายอย่างเช่น ช่วยให้นอนหลับสนิท เพราะว่านหางจระเข้จะคายออกซิเจนออกมาในตอนกลางคืน, ช่วยรักษาแผลจากพุพองจากไฟไหม้ น้ำร้อนลวก

5. หน้าวัวใบ ก็สวยพอที่จะเอามาตกแต่งคอนโด
เหมาะสำหรับปลูกที่ไหน : ริมระเบียง

หน้าวัวใบมีความสวยงามไม่แพ้ ดอกหน้าวัว ที่หลายๆคนรู้จักกันดี โดยความสวยงามของหน้าวัวใบอยู่รูปร่างของใบที่มีหลายแบบทั้งรูปหัวใจ

6. สาวน้อยประแป้ง สามารถอยู่ได้ทุกที่ในคอนโด
สาวน้อยประแป้งสามารถนำไปประดับตกแต่งได้ทุกที่ของคอนโด ทั้งกลางแจ้งและในร่มที่แสงส่องไม่ถึง แต่ทั้งนี้ ทั้งนั้นไม่ควรลืมรดน้ำเป็นอันขาด ไม่จำเป็นต้องรดทุกวัน ขอแค่ 2 ครั้งต่ออาทิตย์ก็เพียงพอแล้ว

7. ปลูกเคราฤาษีริมระเบียง คอนโด ไว้บังแดดสาดเข้าห้อง
สาเหตุที่คนนิยมปลูกน่าจะมาจากการที่ ต้นเคราฤษีนั้นปลูกง่าย ไม่ต้องการพื้นที่ ไม่จำเป็นต้องปลูกลงกระถาง เพียงแค่เอาไปแขวนตามตำแหน่งที่ต้องการแล้วคอยรดน้ำ เป็นประจำ แค่นั้นก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย คนที่อยู่คอนโดส่วนใหญ่มักจะเอาต้นเคราฤษีไปแขวนบริเวณประตูทางเข้า หรือ ริมหน้าต่างคอนโด เพื่อใช้เป็นที่บังแดดไปในตัว   

ขอบคุณข้อมูลจาก  Estopolis   


4
สาระความรู้ / เคล็ดลับ แต่งบ้าน ที่นักออกแบบไม่เคยบอก
« กระทู้ล่าสุด โดย admin เมื่อ มิถุนายน 22, 2018, 10:16:07 PM »
เคล็ดลับ แต่งบ้าน  ที่นักออกแบบไม่เคยบอก   


   เคล็ดลับเรื่องแสงสว่าง เพราะแสงสว่างจากธรรมชาติสามารถช่วยให้เราผ่อนคลายได้ การออกแบบช่องหน้าต่างจึงต้องให้ความใส่ใจเป็นพิเศษ
   
   ไม่ควรออกแบบผนังทึบหากยิ่งเมื่อบ้านมีขนาดเล็กด้วยแล้ว จะให้ความรู้สึกตันไม่มีอากาศถ่ายเท อีกสิ่งหนึ่งที่ห้ามก็คือ ต้องไม่วางเฟอร์นิเจอร์ปิดบังทางของแสงอย่างเด็ดขาด หากนึกภาพตามไม่ออกให้ดูไอเดียนี้ ภายในบ้านทาด้วยสีขาว เปิดช่องแสงกว้างด้วยหน้าต่างบานใหญ่

  มีม่านช่วยกันแสงในช่วงกลางวันที่แดดแรง แต่ยังคงให้ความสว่างอยู่ เพิ่มความโคมไฟช่วยสร้างมิติให้ห้องได้เป็นอย่างดี

    คืนความสดชื่นด้วยสีเขียว ด้วยวิถีชีวิตคนเมืองอันเร่งรีบและธรรมชาติที่น้อยลงทุกวัน ทำให้หลายคนและหลายๆบ้านต้องการพื้นที่สีเขียวเข้ามาภายในบ้านมากยิ่งขึ้น บางคนอาจทำมุมสีเขียวขนาดย่อมไว้สำหรับพักผ่อนภายในบ้าน ไม่ว่าจะเป็นการจัดสวนแนวตั้ง

    การจัดสวนไม้แขวน ช่วยให้ภายในบ้านมีบรรยากาศร่มรื่น แต่หากบางบ้านที่มีสวนอยู่แล้วจึงเลือกเปิดมุมมองไปยังสวนด้วยกระจกบานใหญ่แทน
สร้างภาวะน่าสบายให้บ้านโดยการเชื่อมสเปซภายในและภายนอกด้วยผนังกระจกสูงจรดเพดาน มองเห็นสวน ดึงธรรมชาติและแสงเข้ามา


    จัดระเบียบเป๊ะได้เปรียบ เรื่องความเป็นระเบียบมีความสำคัญเป็นอย่างมากต่อการอยู่อาศัย ยกตัวอย่างง่ายๆ ต่อให้บ้านเราสวยขนาดไหนแล้ว
หากไม่รู้จักเก็บ หรือตู้และชั้นไม่เพียงพอต่อข้าวของที่มีแล้วละก็ บ้านที่ว่าสวยก็เละได้เหมือนกัน

   การจัดเก็บที่ดีคือต้องเริ่มตั้งแต่เลือกชั้นวางสำเร็จรูปและต้องวางชิดผนังเพื่อให้สามารถวางของบริเวณชั้นบนสุดได้ อาจเสริมด้วยกล่องหรือตะกร้าจัดเก็บสวยๆ นอกจากนี้อีกหนึ่งทางเลือกที่เราอยากแนะนำก็คือ การใช้ชั้นเก็บของแบบโมดูลาร์ที่สามารถเพิ่ม ขยาย เปลี่ยนเป็นหลายชั้นตามใจชอบเมื่อปริมาณของเพิ่มมากขึ้น



5
ข่าวสาร / ศูนย์ข้อมูลฯปรับทัพ เก็บบิ๊กดาต้าอสังหา
« กระทู้ล่าสุด โดย admin เมื่อ มิถุนายน 22, 2018, 06:08:55 PM »
ศูนย์ข้อมูลฯปรับทัพ เก็บบิ๊กดาต้าอสังหา

     ภาคอสังหาริมทรัพย์ถือเป็นธุรกิจที่สำคัญลำดับต้นๆ ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งหลังจากเกิดวิกฤตฟองสบู่เมื่อปี 2540 ทำให้รัฐบาลรวมไปถึง ผู้ประกอบการหันมาให้ความสำคัญกับการจัดทำข้อมูลอสังหาฯ มากขึ้น สุรชัย

    สุรชัย ดนัยตั้งตระกูล ประธานกรรมการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ เปิดเผยว่า ศูนย์ดำเนินการมากว่า 14 ปี ดำเนินการจัดทำและพัฒนาข้อมูลอสังหาฯ อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดมีแผนปรับรูปแบบองค์กรสู่องค์การมหาชน เพื่อให้องค์กรมีความคล่องตัวและสามารถดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ รูปแบบขององค์การมหาชนขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษา ซึ่งต้องผ่านความเห็นชอบจากรัฐบาลก่อน จากนั้นถึงออกกฤษฎีกาจัดตั้งองค์กรเพื่อดำเนินงานโดยจะถามความสมัครใจพนักงานที่โอนย้ายมาสังกัดใหม่

    อย่างไรก็ดี เนื่องจากศูนย์ข้อมูลได้รับมอบหมายจากกระทรวงการคลังให้ จัดทำฐานข้อมูลบ้านมือสองอยู่แล้ว ขณะที่ ตลาดบ้านมือสองซึ่งมีมูลค่าตลาดสูงแต่ไม่มีข้อมูล อีกทั้งยังไม่มีการควบคุมวิชาชีพนายหน้า ดังนั้นศูนย์ข้อมูลทำหน้าที่เป็นนายทะเบียนนายหน้าอสังหาฯ โดยต่อไปนายหน้าจะต้องขึ้นทะเบียนเพื่อสร้างมาตรฐานในวิชาชีพ

    ด้าน วิชัย วิรัตกพันธ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ ในฐานะรักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า ศูนย์จะดำเนินการในรูปแบบคณะกรรมการควบคุมวิชาชีพนายหน้าอสังหาฯ ซึ่งนอกจากขึ้นทะเบียนแล้วยังจะช่วยยกระดับมาตรฐาน โดยอาจร่วมกับหน่วยงานต่างๆ จัดทำหลักสูตรมาตรฐานสำหรับอบรมต่อไป

   นอกจากนี้ ศูนย์ข้อมูลฯ จะมีการลงนามร่วมมือกับกรมบังคับคดีเพื่อทำหน้าที่ส่งเสริมการประมูลสินทรัพย์ ของกรมบังคับคดีผ่านระบบออนไลน์ในวันที่ 6 ก.ค.นี้ ปัจจุบันมีมูลค่าทรัพย์ถึง 2 แสนล้านบาท ซึ่งกรมบังคับคดีจะต้องออกเป็นกฎกระทรวงเพื่อกำหนดอำนาจหน้าที่การขายผ่านออนไลน์

    ความร่วมมือครั้งนี้จะทำให้ศูนย์ข้อมูลฯ มีข้อมูลอสังหาฯ มือสองมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมเพราะจะทราบซัพพลายและดีมานด์ที่แท้จริงในตลาด โดยในต่างประเทศบ้านมือสองแซงหน้าบ้านใหม่ และจากตัวเลขการโอนกรรมสิทธิ์ในปีที่ผ่านมาที่มีมูลค่าราว 6.7 แสนล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นการโอนระหว่างบุคคลกับบุคคลถึง 40% นั่นหมายถึงการโอนบ้านมือสองถึง 2.5 แสนล้านบาท ดังนั้นฐานข้อมูลบ้าน
ดังนั้นฐานข้อมูลบ้าน มือสองจะเป็นประโยชน์สำหรับนักพัฒนาอสังหาฯ และประชาชนทั่วไป" วิชัย กล่าว

     วิชัย กล่าวอีกว่า จากที่ศูนย์ข้อมูลฯได้จัดทำแอพพลิเคชั่น Self-Reporting เพื่อจัดเก็บรวบรวมข้อมูลโครงการที่อยู่อาศัยผ่านระบบอินเทอร์เน็ต ล่าสุดมีการลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือจัดทำข้อมูลอสังหาฯ ร่วมกับ 14 สมาคมด้านการพัฒนาที่อยู่อาศัย ซึ่งถือว่าเป็นการทำบิ๊กดาต้าอสังหาฯ ระดับชาติ
   
    สำหรับข้อมูลที่ได้จากแอพจะนำมาประเมินผลรวมกับผลสำรวจของศูนย์โดยใช้เวลาเดือนครึ่ง คาดจะใช้ข้อมูลได้จริงในไตรมาส 4 ซึ่งจะทำให้มอง ทิศทางอสังหาฯ ได้กว้างมากขึ้น นอกจากจะเป็นประโยชน์แก่ประเทศชาติแล้ว ผู้ประกอบการจะพัฒนาโครงการตามความต้องการจริงมากกว่าใช้ความรู้สึกและคาดการณ์
6
ข่าวสาร / พลิกโฉม สนามมวยราชดำเนิน ผุดมอลล์ใหม่ รับท่องเที่ยว
« กระทู้ล่าสุด โดย admin เมื่อ มิถุนายน 22, 2018, 05:51:43 PM »
พลิกโฉม สนามมวยราชดำเนิน ผุดมอลล์ใหม่ รับท่องเที่ยว


       ด้วยสภาพเศรษฐกิจและทิศทางการท่องที่ยวของประเทศไทยที่เติบโตทุกปี มีหลายทำเลใจกลางเมืองทยอยปรับโฉมเติมแต่ง เพื่อสร้างจุดขายใหม่ ๆ

      ล่าสุด “ถนนราชดำเนิน” ในเขตกรุงเทพฯชั้นในได้ถูกพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวอนุรักษ์ที่ชัดเจนขึ้น เพราะอนาคตอันใกล้จะมีโครงการรถไฟฟ้า “สายสีส้ม” จาก “ศูนย์วัฒนธรรม-บางขุนนนท์” พาดผ่าน

     ที่สำคัญ “สนามมวยราชดำเนิน” สัญลักษณ์กิจกรรมด้านกีฬา ที่ตั้งอยู่ริมถนนราชดำเนินนอก ภายใต้การบริหารของ “บริษัท เวทีราชดำเนิน จำกัด” พลิกโฉม “สนามมวยราชดำเนิน”
 
     ซึ่งเป็นผู้เช่าช่วงจากสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ มีแผนจะปรับปรุงพื้นที่ 4 ไร่เศษในรอบ 70 ปี ให้เป็นแหล่งไลฟ์สไตล์ทันสมัย ซึ่งเป็นทำเลที่สามารถเดินทะลุไปยังวัดโสมนัสราชวรวิหารและสนามม้านางเลิ้งได้

    ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” ลงสำรวจพื้นที่พบว่า โดยรอบสนามมวยราชดำเนินส่วนใหญ่เป็นอาคารพาณิชย์สมัยเก่าประมาณ 30 คูหาที่ต้องถูกรื้อทิ้ง เช่น ร้านลิขิตไก่ย่าง(ร้านอาหารชื่อดังสมัยยุค 60) ร้านผลเจริญ เปิดบริการมานาน 50 ปี ปัจจุบันถูกปิดร้าง เนื่องจากปัจจุบันทางบริษัท เวทีราชดำเนิน จำกัด ได้บอกยกเลิกสัญญาเช่าแล้ว เพื่อขอคืนพื้นที่แต่ยังมีผู้เช่าเดิมที่ยังไม่ย้ายออกไปอยู่ 3-4 ราย คาดว่าสิ้นปี 2561 จะเคลียร์พื้นที่ได้เสร็จสิ้น


    จากการสอบถามชาวบ้านที่ค้าขายในย่านดังกล่าว ได้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ตั้งแต่ต้นปี 2561 “ร้านลิขิตไก่ย่าง”
และ “ร้านผลเจริญ” ได้ย้ายออกจากพื้นที่เช่าไปอยู่ตึกแถวฝั่งตรงข้าม ด้านหลังสนามมวย ซึ่งเป็นที่ดินของวัดโสมนัสราชวรวิหาร

     “กระแสข่าว ขอคืนพื้นที่บริเวณสนามมวยราชดำเนิน มีมานานแล้วตั้งแต่ปี 2557 สมัยที่สนามมวยลุมพินีย้ายไปอยู่ย่านรามอินทรา” ชาวบ้านรายหนึ่งกล่าว

     ที่น่าสนใจ มีรายงานข่าวจากบริษัท เวทีราชดำเนิน จำกัด ผู้บริหารสนามมวยราชดำเนิน เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ”ว่า หลังจากเคลียร์ผู้เช่าจบแล้ว ทางบริษัทมีแผนจะลงทุนวงเงิน 200-300 ล้านบาท เพื่อพัฒนาพื้นที่สนามมวยราชดำเนินใหม่ ซึ่งเป็นเมกะโปรเจ็กต์โครงการหนึ่งของสนามมวย แต่ติดเรื่องสัญญาผู้เช่าตึก

     ตามแผนจะพัฒนาโครงการใหม่ชื่อ “ราชดำเนิน คัลเจอร์ พลาซ่า มอลล์” รูปแบบจะนำตึกแถวรอบ ๆ ที่ทรุดโทรมมาปรับปรุงใหม่ เป็น “พลาซ่า มอลล์” ขนาด 2-3 ชั้น มีร้านค้า ร้านสะดวกซื้อ ร้านขายอุปกรณ์กีฬา ฯลฯ และปรับพื้นที่ด้านข้างสนามมวยให้เป็นที่จอดรถทั้งบนดินและใต้ดิน

     ส่วน “สนามมวย” ยังอยู่คงเดิม เพื่อความขลังและคลาสสิก แต่จะปรับโฉมให้ดูโมเดิร์นขึ้น คาดว่าใช้เวลา 2 ปีจะแล้วเสร็จ

     “แบบแปลนรูปแบบโครงสร้างเสร็จหมดแล้ว ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนขออนุมัติจากสำนักงานทรัพย์สินฯ และวัดโสมนัส ซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่และรอเคลียร์ผู้เช่าอีก 3-4 ราย เช่น ร้านกาแฟ ร้านข้าว ร้านอาหาร เมื่อได้รับอนุมัติแล้วจะเดินหน้าทันที”

       ภายใต้เป้าหมายที่ต้องการให้สนามมวยราชดำเนินเป็นศูนย์กลางด้านวัฒนธรรมและศูนย์รวมสินค้าพื้นเมืองจากทั่วประเทศและของแปลกหายากมาออกร้าน

      เนื่องจากสนามมวยเป็น 1 ใน 5 จุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ซึ่งเมื่อก่อนมีนักท่องเที่ยวจากยุโรป ปัจจุบันเป็นกลุ่มเอเชีย เช่น จีน ญี่ปุ่น เกาหลี มาดูการแสดง

      “สนามมวยราชดำเนิน จะไม่ใช่มีแค่มวยไทย ยังมีศิลปวัฒนธรรมอื่น ๆ ที่เป็นอันซีน ไทยแลนด์มาเผยแพร่ เช่น การสักไม้ไผ่ การวาดลายกระหนก เพื่อรับลูกค้ากรุ๊ปทัวร์” รายงานข่าวกล่าว

      จากข้อมูลระบุว่า สนามมวยราชดำเนิน ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2484 สมัยจอมพล ป.พิบูลสงคราม แต่โครงการหยุดชะงักช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เนื่องจากขาดแคลนวัสดุก่อสร้าง จนมาถึงปี 2487 “ปราโมทย์ พึงสุนทร” ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ได้นำโครงการมาพิจารณา และก่อสร้างต่อในเดือน ส.ค. 2488 โดยเปิดใช้แข่งขันนัดแรกในวันที่ 23 ธ.ค. 2488

       จากนั้นได้ปรับปรุงจนเป็นสนามมวยมาตรฐานในปี 2494 โดยมีสำนักงานทรัพย์สินฯ เป็นผู้ดำเนินงาน มี “เฉลิม เชี่ยวสกุล” เป็นผู้จัดการสนามมวย แต่บริหารงานเพียง 7 ปี เนื่องจากประสบปัญหาขาดทุนมาตลอดจึงให้องค์กรหรือบุคคลนอก เข้ามาบริหารแทน แต่นายเฉลิมเห็นว่าไม่เหมาะสม จึงขออนุมัติจากสำนักงานทรัพย์สินฯ เป็นผู้ดำเนินกิจการสนามมวย

      โดยก่อตั้งบริษัท เวทีราชดำเนิน จำกัด ในปี 2496 ปัจจุบันสนามมวยราชดำเนินบริหารโดยรุ่นลูกและหลานของนายเฉลิม มี นายเฉลิมพงษ์ เชี่ยวสกุล ลูกชายเป็นกรรมการผู้จัดการและ นายจิต เชี่ยวสกุล หลานชายเป็นนายสนามฯ ซึ่งจัดโปรแกรมชกทุกวันจันทร์ พุธ พฤหัสฯ และอาทิตย์ ผลประกอบการปี 2559 มีรายได้รวม 21.35 ล้านบาท

     ขณะที่ “สนามม้านางเลิ้ง” พื้นที่กิจกรรมที่อยู่ไม่ไกลกันก็ประกาศปิดฉากตำนาน 102 ปี เมื่อวันที่ 4 เม.ย. 2561 โดยสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ทำหนังสือถึงคณะกรรมการอำนวยการราชตฤณมัยสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เรื่องการบอกเลิกสัญญาเช่าและขอให้ส่งมอบสถานที่เช่า พร้อมกำหนดให้ขนย้ายทรัพย์สินออกภายใน 180 วันหรือภายในเดือน ก.ย.ที่จะถึงนี้

     ส่วนพื้นที่เดิมของสนามม้านางเลิ้งยังไม่ได้ระบุชัดจะพัฒนาเป็นโครงการรูปแบบใด แต่คาดว่าจะเป็นนิวโปรเจ็กต์ที่เกิดประโยชน์สูงสุดในเชิงมูลค่าและสังคม

7
ร่วมกันเขียนประวัติศาสตร์! REIC ผนึก 14 สมาคมอสังหาฯ ทำฐานข้อมูลป้องกันฟองสบู่ไม
       
       ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ รักษาการผู้อำนวยการ ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ หรือ REIC เปิดเผยว่า REIC ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงร่วมหรือ MOU กับ 14 สมาคมวงการอสังหาริมทรัพย์ทั่วประเทศ ในการรายงานข้อมูลเกี่ยวกับตลาดโครงการจัดสรรทั้งแนวราบและแนวสูง เพื่อเป็นฐานข้อมูลผ่านระบบอินเตอร์เนต


      ทั้งนี้ REIC ได้ดทำแอปพลิเคชัน Self-Reporting จัดเก็บข้อมูลผ่านระบบอินเตอร์เนต โดย MOU ครั้งนี้นำไปสู่ความร่วมมือของผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ในการกรอกข้อมูลเรียลไทม์ตลอดปี 2561 นี้
ขั้นตอนทำงานหลังจากนี้ REIC จะได้มีการจัดทริปเดินทางลงพื้นที่แต่ละจังหวัดเพื่อประชุมกับสมาคมอสังหาริมทรัพย์รายจังหวัด และแนะนำการใช้งานแอปพลิเคชันต่อไป


         “Self Reporting Application มีการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลเป็นอย่างดี ไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดของแต่ละบริษัท โดยผู้ประกอบการที่ให้ความร่วมมือกรอกข้อมูลจะได้รับรายงานภาพรวมตลาดที่อยู่อาศัยเป็นรายไตรมาส ช่วยให้ผู้ประกอบการลดค่าใช้จ่ายในการสำรวจข้อมูลการตลาด สามารถติดตามสถานการณ์ที่อัพเดตล่าสุดได้ตลอดเวลา” ดร.วิชัยกล่าว


        อนึ่ง รายนามผู้ร่วมลงนาม MOU ดังนี้ นายเลอพงษ์ ชูประยูร รองกรรมการผู้จัดการ กลุ่มงานสาขาภูมิภาค และรักษาการ รองกรรมการผู้จัดการกลุ่มงานสาขานครหลวง, ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ รักษาการผู้อำนวยการ REIC, นายอธิป พีชานนท์ นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร, ดร.อาภา อรรถบูรณ์วงศ์ นายกสมาคมอาคารชุดไทย, นายพรนริศ ชวนไชยสิทธิ์ นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย


        ที่เหลือเป็นนายกและตัวแทนสมาคมอสังหาริมทรัพย์จากจังหวัดนนทบุรี, สมุทรสาคร ระยอง ชลบุรี นครราชสีมา อุดรธานี ขอนแก่น เชียงใหม่ พิษณุโลก สงขลา และภูเก็ต

8
เปิดพิมพ์เขียว “เมืองใหม่ร่มเกล้า” เคหะดึงเอกชนผุดโปรเจ็กต์มิกซ์ยูส 128 ไร่

     หนึ่งในภารกิจที่ “ดร.ธัชพล กาญจนกูล” ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ (กคช.) จะผลักดันให้เป็นรูปธรรมภายในปี 2561 นั้นคือ การดึงเอกชนร่วมลงทุนรูปแบบ PPP เมกะโปรเจ็กต์ บนที่ดิน 635 ไร่ย่านร่มเกล้า ริมถนนศรีนครินทร์-ร่มเกล้า ถนนตัดใหม่ที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) เพิ่งเปิดใช้ไปเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา

     ล่าสุดรอ “สำนักผังเมือง กทม.” เปิดไฟเขียวให้ปรับข้อกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินผังเมืองรวมฉบับปัจจุบัน จากพื้นที่สีเหลืองที่อยู่อาศัยหนาแน่นน้อยประเภท “ย.2″ เป็น ” ย.5″ พื้นที่สีส้มที่อยู่อาศัยหนาแน่นปานกลาง เพื่อปรับการใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างเต็มที่ตามมาตรการ PUD ที่สามารถปรับย่านการใช้ประโยชน์ที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยขึ้นลงได้ 3 ระดับ

      โดยจะนำร่องเนรมิตพื้นที่ 128.96 ไร่ ติดกับเคหะชุมชนร่มเกล้า เป็นโครงการมิกซ์ยูสรูปแบบผสมผสานระหว่างที่อยู่อาศัยและพาณิชยกรรม เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวอยู่ใกล้กับรถไฟฟ้าสายสีส้ม (ศูนย์วัฒนธรรม-มีนบุรี) และแอร์พอร์ตลิงก์ ทำให้เป็นทำเลมีศักยภาพที่จะพัฒนาเป็นโครงการขนาดใหญ่ได้หลากหลาย ภายใต้ชื่อโครงการ”ร่มเกล้า คอนเน็กชั่น”

        การใช้ประโยชน์ที่ดินแบ่งออกเป็น 3 ประเภท ประกอบด้วย

1.ที่พักอาศัยและสำนักงานขนาดเล็ก ที่พักอาศัยเป็นรูปแบบกิจกรรมที่เป็นการใช้ประโยชน์หลักในพื้นที่โครงการ ประกอบด้วยที่พักอาศัยประเภทคอนโดมิเนียม (เช่าระยะยาว) และสำนักงานขนาดเล็กผสมผสานกับการอยู่อาศัย โดยมีสัดส่วนการใช้ประโยชน์ประมาณ 60% เป็นที่อยู่อาศัยโลว์ไรส์ 50% และโฮมออฟฟิศ 10%

2.พาณิชยกรรมและส่วนบริการชุมชน ประกอบด้วย กิจกรรมประเภทพาณิชยกรรมเป็นการพาณิชยกรรมเพื่อชุมชนเป็นหลัก มีศูนย์การค้าระดับชุมชน ตลาด โดยมีสัดส่วนการใช้ประโยชน์ประมาณ 37% มีพาณิชยกรรมและบริการ 33% โรงแรม 4%

3.สุขภาพและการบริการ เป็นรูปแบบกิจกรรมเพื่อชุมชนเป็นหลัก โดยประกอบด้วย ศูนย์สุขภาพขนาดกลาง พื้นที่บริการด้านนันทนาการและสุขภาพ และศูนย์เปลี่ยนถ่ายคมนาคมระดับย่าน โดยมีสัดส่วนการใช้ประโยชน์ประมาณ 3% เป็นศูนย์สุขภาพ 1% และบริการ 2%

      ส่วนรูปแบบการพัฒนาแบ่งเป็น 4 พื้นที่ ได้แก่

1.พื้นที่ A1 พัฒนาเป็นที่อยู่อาศัยประเภทพาณิชยกรรมและส่วนบริการชุมชน พื้นที่โครงการ 34.17 ไร่ ตั้งอยู่บริเวณติดกับถนนกรุงเทพกรีฑา-ร่มเกล้า โดยใช้ระยะการพัฒนา 18 เดือน

2.พื้นที่ A2 พัฒนาเป็นที่อยู่อาศัยและสำนักงานขนาดเล็ก พื้นที่โครงการ 22.51 ไร่ ใช้เวลาพัฒนา 12 เดือน

3.พื้นที่ B1 พัฒนาเป็นที่อยู่อาศัยผสมผสานประเภทพาณิชยกรรม และส่วนบริการชุมชน พื้นที่โครงการ 37.21 ไร่ ใช้ระยะการพัฒนา 18 เดือน และ

4.พื้นที่ B2 พัฒนาที่อยู่อาศัยประเภทอาคารอยู่อาศัยรวมรูปแบบแนวสูง พื้นที่โครงการ 35.07 ไร่ ใช้เวลาพัฒนา 12 เดือน

     

        ดร.ธัชพลกล่าวว่า ขณะนี้มีเอกชน 1-2 รายสนใจจะพัฒนาที่ดินร่มเกล้า ซึ่งเป็น 1 ใน 3 โครงการเคหะประชารัฐ โดยรัฐร่วมลงทุนกับเอกชน ซึ่งโครงการนี้มีมูลค่าโครงการ 2,725.27 ล้านบาท จะเน้นสร้างเป็นเมือง มีที่อยู่อาศัย พื้นที่เชิงพาณิชย์รูปแบบเมืองสมาร์ทซิตี้คล้ายประเทศญี่ปุ่น รองรับกลุ่มผู้มีรายได้น้อยถึงปานกลาง รับรถไฟฟ้าและศูนย์ราชการในอนาคต จะดำเนินการตาม พ.ร.บ.ร่วมทุนฯ 2556

      สำหรับเหตุผลที่เลือก “ร่มเกล้า” เป็นโครงการนำร่อง เนื่องจากย่านร่มเกล้า-ลาดกระบัง เป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญในการเป็นย่านเปลี่ยนถ่ายคมนาคมและจุดเชื่อมโยงสู่ระบบคมนาคมอื่นเข้าไปในเมืองสะดวก จึงมีแนวคิดในการพัฒนาพื้นที่เพื่อเป็นศูนย์กลางย่านพาณิชยกรรมและที่อยู่อาศัยรองรับการขยายตัวของเมืองที่มายังโซนตะวันออกด้วย

9
บิลท์ แลนด์ จัด Open House เปิดคอนโด “เลสโต”  แต่งครบใกล้สถานีสำโรง พร้อมมินิคอนเสิร์ต “ป๊อบ ปองกูล”


นายชัยรัตน์  ธรรมพีร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร  บริษัท บิลท์ แลนด์ จำกัด (มหาชน) พร้อมทีมบริหารโครงการ LESTO จัด Open House เปิดโครงการ  “เลสโต คอนโด สุขุมวิท 113”  ใกล้สถานีสำโรง ตกแต่งครบ พร้อมเข้าอยู่ได้เลย โดยได้รับเกียรติจาก คุณป๊อบ ปองกูล ร่วมแสดงมินิคอนเสิร์ต สุดชิลล์ ท่ามกลางสวนสวย และกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมาย  เพียบพร้อมด้วยโปรโมชั่นสุดคุ้ม  ฟรีทุกค่าใช้จ่ายในวันโอน  หรือฟรีเครื่องใช้ไฟฟ้า   ในราคาเริ่มต้นเพียง 1.45 ล้านบาท
10
บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด(มหาชน) ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้ามากกว่า 30ปี ภายใต้แนวคิด “ความไว้วางใจจากลูกค้า คือความภูมิใจของเรา”  เตรียมจัดงานใหญ่ครั้งแรก ภายใต้ธีมงาน SENA Summer Sale การันตี Yield 7% นาน 2 ปี*  ยกทัพ 13 โครงการบนทำเลศักยภาพ ใกล้แหล่งช้อปปิ้ง รถไฟฟ้า และทางด่วน  ราคาเริ่มต้นเพียง 1 ล้านบาท พิเศษสุด!! ผู้ที่จองสิทธิ์ภายในงานรับทันที Central Gift Voucher มูลค่า 5,000 บาท  พบกันในงานตั้งแต่วันที่ 31 พ.ค. – 6 มิ.ย. 61 ณ ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ลาดพร้าว ลานโปรโมชั่น ชั้น 1   



**... เตรียมพบกับโปรโมชั่น สุดฮอตแห่งปี ที่มาเพิ่มดีกรีความร้อนระอุให้ลุกเป็นไฟ เพื่อกระตุ้นกำลังซื้อของผู้บริโภคกันอีกครั้ง กับค่าย เสนาดีเวลลอปเม้นท์  ที่ล่าสุด ผู้บริหารหญิงคนเก่ง ดร.ยุ้ย เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร  เตรียมจัดงานใหญ่ครั้งแรก ภายใต้ธีมงาน SENA Summer Sale การันตี Yield 7% นาน 2 ปี*  ยกทัพ 13 โครงการบนทำเลศักยภาพ ใกล้แหล่งช้อปปิ้ง รถไฟฟ้า และทางด่วน อาทิ

โครงการ “นิช ไอดี แอท ปากเกร็ด สเตชั่น”

โครงการ “เดอะคิทท์ ไลท์ บางกะดี ติวานนท์”

โครงการ “เสนา อเวนิว บางกะดี ติวานนท์”

โครงการ “นิช โมโน รัชวิภา”

โครงการ “นิช ไพรด์ ทองหล่อ – เพชรบุรี”

โครงการ “นิช โมโน พีค บางนา”

โครงการ “นิช ไอดี สุขุมวิท 113”

โครงการ “นิช ไอดี เสรีไทย”

โครงการ “นิช ไอดี พระราม 2 เฟส 3”

โครงการ “นิช ไอดี บางแค เฟส 2”

โครงการ “เสนา ช็อปเฮ้าส์ บางแค – เทอดไท”

โครงการ “นิช โมโน สุขุมวิท – แบริ่ง”

โครงการ “เดอะคิทท์ ติวานนท์”

ราคาเริ่มต้นเพียง 1 ล้านบาท พิเศษสุด!! ผู้ที่จองสิทธิ์ภายในงานรับทันที Central Gift Voucher มูลค่า 5,000 บาท  พบกันในงานตั้งแต่วันที่ 31 พ.ค. – 6 มิ.ย. 61 ณ ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ลาดพร้าว ลานโปรโมชั่น ชั้น 1 สำหรับผู้ที่สนใจลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษคลิก http://bit.ly/2HTRNw1 หรือสอบถามเพิ่มเติม โทร 1775 ...**
หน้า: [1] 2 3 ... 10

???????????