Condothai คอนโดไทย


???????????

กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้

หน้า: [1] 2 3 ... 10
1
สาระความรู้ / 7 ข้อฝากไว้ คอนโดมิเนียมแบบไหนที่ไม่ควรซื้อ
« กระทู้ล่าสุด โดย admin เมื่อ วันนี้ เวลา 03:07:19 PM »

คอนโดมิเนียมเป็นอีกหนึ่งทางเลือกของที่พักอาศัยราคาสูง สำหรับผู้ต้องการครอบครองต้องพิจารณาให้ถี่ถ้วนไม่ต่างจากการซื้อบ้าน เหตุเพราะมีหลายปัจจัยให้พิจารณาทั้งที่ตั้งของคอนโดมิเนียม การจราจรในบริเวณนั้น แล้วไหนจะสารพัดปัญหากวนใจหลังจากการซื้อ และถ้าตัดสินใจซื้อไปแล้วและมาเจอปัญหาต่างๆ ตอนหลังจะถือเป็นความโชคร้ายแบบกลืนไม่เข้าคายไม่ออกกันเลยทีเดียว ว่าแต่จะต้องพิจารณาเรื่องอะไรบ้างทำให้การซื้อคอนโดมิเนียมไม่ใช่เรื่องพลาด


1.ของถูกมักมีอะไรซ่อนอยู่

ตามปกติแล้วเรื่องของถูกและดีแทบจะหาได้ยากในการซื้อของที่มีมูลค่าสูง ยิ่งถ้าต้องการคอนโดมิเนียมในทำเลที่ดีทั้งใกล้รถไฟฟ้า ใกล้ความเป็นเมือง ความสะดวกสบายต่างๆ จะหาคอนโดมิเนียมราคาถูกไม่ได้เลย ดังนั้นถ้าเจอโปรโมชั่นหั่นราคา โฆษณาชวนเชื่อต่างๆ อาจต้องตรวจสอบให้ดีก่อนว่ามีอะไรซ่อนอยู่ในความย่อมเยาเหล่านั้นหรือเปล่า

2.พิจารณาเรื่องแบรนด์

หากคุณต้องการซื้อคอนโดมิเนียมเพื่อการลงทุนหรือปล่อยเช่า การเลือกแบรนด์ถือเป็นเรื่องสำคัญเพราะส่งผลต่อความน่าเชื่อถือ ยิ่งคอนโดมิเนียมไหนมีชื่อติดหู จะทำให้คอนโดมิเนียมนั้นสามารถปล่อยเช่าหรือขายได้ง่ายในภายหลัง

3.นิติบุคคลสำคัญ

หลายครั้งที่เราเคยได้ยินการฟ้องร้องนิติบุคคลซึ่งเป็นผู้ดูแลคอนโดมิเนียม หรือหมู่บ้านทำให้เราต้องนำเรื่องของนิติบุคคลเข้ามาประกอบการพิจารณาในการเลือกซื้อคอนโดมิเนียม เพราะนิติบุคคลจะเป็นเสมือนตัวกลางที่ช่วยดูแล ตอบข้อซักถาม หรือแก้ปัญหาต่างๆ ให้กับผู้พักอาศัย เจ้าของห้อง ดังนั้นการเลือกนิติบุคคลที่มีคุณภาพจะทำให้ชีวิตของคุณดีขึ้นกว่าการมองข้ามในเรื่องนี้


4.เลือกห้องให้ได้ตำแหน่งที่ดี

หลายคนคงทราบอยู่แล้วว่าเมื่อคุณตัดสินใจซื้อห้องใดห้องหนึ่งในคอนโดมิเนียมไปแล้ว จะมาเปลี่ยนหรือย้ายห้องตามใจชอบต่อไปในภายหลังไม่ได้ ดังนั้นก่อนตัดสินใจเลือกห้องใดห้องหนึ่งจึงต้องมั่นใจแล้วว่าชอบห้องนั้นและรู้สึกว่าห้องๆ นั้นเหมาะกับชีวิตของคุณ สำหรับหลักการที่จะเลือกห้องใดในคอนโดมิเนียมบางคนอาจยึดถือหลักหลายข้อแต่ปัจจัยง่ายๆ ที่คนทั่วไปใช้เลือกคอนโดมิเนียมกันก็มีการดูทิศทางของลมและแสงแดดที่ส่องเข้าห้อง

5.ยิ่งสูงยิ่งดี

การเลือกห้องในชั้นสูงๆ นั้นมีข้อดีหลายอย่าง ที่สำคัญเลยคือห้องสูงจะทำให้ไม่เกิดความวุ่นวาย เพราะห่างไกลจากส่วนกลาง อีกทั้งห้องสูงๆ ยังทำให้คุณสามารถเห็นวิวได้มากกว่าห้องที่อยู่ชั้นล่างๆ รวมทั้งถ้าคุณคิดจะขายต่อ ห้องที่อยู่ชั้นสูงๆ จะทำราคาได้ดีกว่า


6.ทำเลยังคงสำคัญ

ถึงอย่างไรคอนโดมิเนียมที่ตั้งอยู่ในทำเลสะดวกใกล้ระบบขนส่งมวลชน ก็ยังคงเป็นที่นิยม แต่นอกจากเรื่องดังกล่าวแล้ว ก่อนจะซื้อคอนโดมิเนียมจุดใดก็ตามควรเช็คพื้นที่นั้นก่อนว่าอยู่ในซอยลึกหรือมีปัญหาเรื่องน้ำท่วมตลอดทุกครั้งที่ฝนตกหนักหรือเปล่า ดังนั้นก่อนตัดสินใจซื้อควรเช็คทำเลให้ละเอียดก่อน

7.คอนโดมือสองต้องเช็คประวัติ

ใช่ว่าคอนโดมิเนียมมือสองจะซื้อไม่ได้ เพียงแต่ต้องเช็คประวัติของคอนโดมิเนียมหรือห้องนั้นดีๆ ว่าแท้จริงแล้วมีปัญหาอะไรซ่อนอยู่หรือเปล่า ดังนั้นคอนโดมิเนียมมือสองนั้นเราอาจต้องเช็คว่ามีเรื่องทางอาชญากรรมหรือมีปัญหาอะไรเกิดขึ้นกับคอนโดมิเนียมนั้นๆ

ที่มา : Mthai
2

รอยคราบเปื้อนฝังแน่น เก็บกวาด เช็ดล้างออกยากเป็นงานน่าหนักใจของเหล่าคุณแม่บ้านพ่อบ้านก็จริง แต่มันก็ต้องมีวิถีทางลัดให้ชีวิตเรามันง่ายขึ้นกันบ้าง ว่าแต่ เคล็ดลับเหล่านี้ ควรค่าแก่การเผยแพร่และแชร์ต่อๆ กันไปเป็นอย่างยิ่ง เราจึงนำเคล็ดลับ วิธีทำความสะอาดรอยคราบ น่าหนักใจ ล้างออกยาก ให้ง่ายจิ๊ดเดียว ! มาฝากชาวเรากัน รู้แล้ว เอาไปใช้กันต่อ …ใช้ดี ใช้ได้ผลแล้ว อย่าลืม…บอกเพื่อนนะ


วิธีเก็บเศษแก้วแตกอย่างปลอดภัย ใช้งานได้จริง
เพียงนำขนมปังแผ่นมาซับๆ ตามเศษแก้วที่แตกละเอียด เศษแก้วจะฝังในเนื้อขนมปัง ช่วยทำให้เก็บง่ายขึ้น แถมไม่บาดมือ (ถ้าไม่ถูๆ กดๆ ลงน้ำหนักนะจ๊ะ) เพียงเท่านี้ก็นำไปทิ้งได้ง่ายๆ


ยาสีฟัน ขจัดคราบหมึกเมจิก
รอยคราบหมึกเมจิกบนเฟอร์นิเจอร์ไม้ที่เพิ่งเปื้อนไม่นาน สามารถเช็ดออกได้ด้วย ยาสีฟัน เพียงบีบยาสีฟันบนรอยเปื้อน จากนั้นใช้ผ้าขนหนูแห้งเช็ดๆ ถูๆ คราบหมึกจะค่อยๆ ไป ค่ะ


วิธีล้างโถปั่น
เนื้อหนืดๆ คราบเลอะๆ จากการปั่นละเอียด ทำให้ล้างยังไงก็ไม่สะอาด ต้องล้างหลายๆ เที่ยว แต่เพียงแค่ใส่น้ำร้อนลงไป 1 ถ้วย เติมน้ำยาล้างจานลงไปจากนั้นกดปุ่มให้ปั่นเขย่าให้เข้ากัน แล้วนำโถปั่นไปล้างน้ำสะอาดเท่านี้ก็..กิ๊งๆ ล่ะยู


ทิชชู่เปียกช่วยซับคราบไหม้ติดแน่น
เพียงเติมน้ำลงในกระทะให้เต็ม ใส่น้ำยาล้างจานลงไป แผ่แผ่นทิชชู่เปียกให้กางเต็มแผ่นในกระทะ ทิ้งไว้ 1 ชั่วโมง แล้วเทออก ใช้กระดาษทิชชู่เช็ดคราบออกอีกครั้ง… ไม่ต้องลงแรงขัดกันเลยทีเดียว

ที่มา : Mthai
3

ผ้าม่าน คือส่วนสำคัญอีกอย่างที่ช่วยให้ห้องเพอร์เฟ็คท์กว่าที่เคย เพราะผ้าม่านนี่แหละ คือสิ่งที่คอยช่วยควบคุมแสง บรรยากาศ เพิ่มความอบอุ่น และเสริมความเป็นส่วนตัวให้ห้อง และไม่ใช่แค่การเลือกพื้นผิวหรือสีสันของผ้าม่านให้เข้ากับห้อง ยังมีข้อควรรู้ที่จะเป็น How – to ช่วยให้ทุกคนติดผ้าม่านเองได้ปังๆๆ แบบไม่มีพัง ก่อนติดตั้งกันนะคะ


เช็คความยาวของราวก่อน

ราวผ้าม่านที่ดีควรจะกว้างกว่าขอบหน้าต่าง เพราะถ้ามันไม่กว้างกว่า เมื่อรูดผ้าม่านเปิด ม่านจะไปกองด้านข้างกินพื้นที่ของบานหน้าต่างจริงๆ ไปมาก ทำให้ห้องดูอึดอัด โดยมีกฎง่ายๆ อยู่คือ ราวแขวนผ้าม่านควรกว้างกว่าขอบหน้าต่างประมาณ 8 – 12 นิ้ว เท่านี้ก็จะได้ขนาดที่พอดีระหว่างผ้าม่านกับหน้าต่างให้สวยทั้งตอนเปิดและปิดแล้ว

อย่างกค่าผ้า ซื้อไว้เผื่อเหลือดีกว่าขาด

มีม่านทั้งทีก็คงไม่มีใครอยากได้แค่ผืนผ้าพาดหน้าต่าง เพราะการที่ม่านจะมีการทิ้งตัวสวยๆ เป็นเส้นโค้งบิดไปมา ขนาดผ้าก็ต้องเหลือเฟือพอที่จะทำได้นะ เพราะฉะนั้นเวลาเลือกซื้อผ้า จัดมาให้เต็มที่ 2.5 เท่าของความกว้างบานหน้าต่างจริง งานนี้เหลือยังไงก็ดีกว่าขาดนะคะ

ราวแขวนต้องสูง

เพื่อป้องกันแสงแดดได้อย่างสมบูรณ์แบบและสง่างาม ราวแขวนต้องสูงกว่าขอบหน้าต่างประมาณ 4-6 นิ้ว การติดตั้งราวแบบนี้จะทำให้ห้องดูสูงขึ้นได้อีกนิด


กะความยาวผ้าให้เหมาะสม

ผ้าม่านที่ยาวกรอมพื้นพอดีจะให้ความรู้สึกที่หรูหรา ดูดี แต่ก็มีข้อเสียเรื่องความสกปรกเวลาถูกลากเปิดปิดไปกับพื้น เพราะฉะนั้นถ้าไม่มีคนคอยทำความสะอาดให้ การเลือกให้ผ้าม่านยาวแค่ก่อนถึงพื้นนิดหน่อยก็เป็นอีกทางเลือกที่ดี แต่ระวังไม่ควรสั้นเกินไป เพราะมันจะทำให้ม่านดูครึ่งๆ กลางๆ และแปลกนิดๆ สำหรับการตกแต่งห้อง

ชนิดของผ้าคือเรื่องสำคัญ

เลือกชนิดผ้าที่เหมาะกับมู้ดและโทนของห้อง รวมถึงจุดประสงค์ในการใช้งาน ม่านที่เบาบางแสงจะลอดผ่านได้มากขึ้น และสามารถให้ความพริ้วไหวกับห้อง ส่วนเนื้อผ้าที่หนาจะทำให้ห้องมีความเป็นส่วนตัว เช่น ม่านจากผ้าลินินให้ความรู้สึกที่อ่อนหวาน นุ่มนวล ส่วนม่านจากกำมะหยี่ก็จะดูหนักแน่นและหรูหรา


ใช้ต้นแบบก่อนเจาะราวจริง

ถ้าคุณเป็นคนที่ติดตั้งผ้าม่านด้วยตัวเอง การตัดกระดาษแข็งเป็นต้นแบบเพื่อให้แน่ใจว่าการติดตั้งจะไม่เบี้ยวหรือผิดพลาดคือเรื่องที่ควรทำ ยอมเสียเวลาซักนิดเพื่อความเพอร์เฟ็คท์ของห้อง ก็เป็นสิ่งที่คุ้มค่าควรทำนะ

ที่มา : Mthai
4

14 เทคนิค ตัวช่วยในการ ทำความสะอาดบ้าน ดังต่อไปนี้ที่เราจะมาแบ่งปันกันนั้น ผ่านการพิสูจน์มาแล้วว่า ทำได้ง่ายดาย และเห็นผลจริง เป็นทริคเล็กๆ น้อยๆ แต่ช่วยเราเบาแรงไปได้มากทีเดียว อ้าว ไม่เชื่อ? งั้น ต้องลองพิสูจน์ด้วยตัวคุณเองแล้วล่ะค่ะ


ทำความสะอาดไมโครเวฟ
บีบน้ำยาล้างจานใส่ฟองน้ำล้างจาน จากนั้น นำไปถูกับอะไรก็ได้เพื่อให้เกิดฟอง และนำฟองน้ำนั้นเข้าเตาไมโครเวฟ เปิดไฟที่กำลังอ่อนที่สุด ตั้งเวลาไว้ 30 วินาที เปิดเสียงสัญญาณเตือนดังขึ้น เปิดประตู และใช้ฟองน้ำเช็ดให้ทั่วภายในไมโครเวฟ วิธีนี้ไม่เพียงแต่จะช่วยให้การทำความสะอาดเตาไมโครเวฟได้ง่ายขึ้นเท่านั้น ยังจะช่วยขจัดกลิ่นเหม็นอับ และ ฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ในฟองน้ำได้อีกด้วย


ทำความสะอาดฟูกที่นอน
ฟูกที่นอนที่ผ่านการใช้งานมานานย่อมดูเก่า แต่เราสามารถทำให้ฟูกดูใหม่ได้ ด้วยเบคกิ้งโซดา โรยไว้บนฟูกให้ทั่ว ทิ้งไว้สัก 2 – 3 ชั่วโมง จากนั้นใช้เครื่องดูดฝุ่นดูดเอาผงเบคกิ้งโซดาออก จากนั้นฝุ่นผงและกลิ่นจะหายไป คุณสามารถใช้วิธีนี้กับโซฟาตัวเก่งของคุณเช่นเดียวกันค่ะ


ทำความสะอาดเขียง
มะนาวและเกลือเป็นวัสดุชั้นดีในการทำความสะอาดเขียงไม้ เพียงคุณโรยเกลือและผ่ามะนาวครึ่งซีกและถูให้ทั่วเขียง จากนั้นล้างออกด้วยน้ำร้อน เพียงเท่านี้ก็เรียบร้อย


ทำความสะอาดเครื่องปิ้งขนมปัง
เพียงใช้แปรงสีฟันที่ไม่ใช้แล้ว ขัดคราบแข็งๆ ออก คราบก็จะออกง่ายขึ้นได้ค่ะ


ทำความสะอาดก๊อกน้ำ
เพียงคุณใช้กระดาษไขเช็ดถูไปตามก็อกน้ำ คราบน้ำจะไม่ติดตามก๊อกไปอีกนานค่ะ


ทำความสะอาดคราบตะกรันหน้าเตารีดไอน้ำ
กางกระดาษบนกระดานรีดผ้าจากนั้นโรยเกลือลงไป เปิดไฟเตารีดให้ร้อนสุด โดยไม่ต้องเติมน้ำลงไปในเตารีดเพื่อไม่ให้ระบบไอน้ำทำงาน จากนั้นถูเตารีดที่ร้อนแล้วลงบนเกลือ จะช่วยขจัดคราบตะกรันได้ค่ะ


วิธีรักษาเครื่องเงินให้เงา
นำชอล์กสักแท่งห่อใส่ผ้าขาวกรอง และนำไปวางไว้ในลิ้นชักหรือ กล่องที่เก็บเครื่องเงิน วิธีนี้จะช่วยรักษาเครื่องเงินให้เงาวาว ไม่เปลี่ยนเป็นสีดำ


วิธีขจัดคราบเหนอะบนเสื้อผ้า
วิธีขจัดคราบเหนอะๆ เหนียวๆ บนเสื้อผ้า ง่ายนิดเดียวเลยค่ะ เพียงคุณใช้ ผงชอล์ก โรยลงบนคราบและถูๆๆ ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมงให้หลัง ชอล์กจะดูดคราบออก แต่วิธีนี้เหมาะสำหรับคราบที่เพิ่งเปื้อนมาหมาดๆ เท่านั้นนะคะ


ทำความสะอาดมู่ลี่
มู่ลี่นั้นทำความสะอาดค่อนข้างยาก และค่อนข้างกินเวลาในการทำงาน น้อยคนที่จะรู้ว่า เราสามารถทำความสะอาด ได้ง่ายขึ้นด้วยถุงเท้าเก่าที่สวมมือแล้วเช็ดไปตามใบมู่ลี่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำความสะอาดได้ดีขึ้น


ทำความสะอาดกระทะ
เกลือ เป็นคำตอบที่ดีที่สุดในการทำความสะอาดกระทะ เพราะเกลือจะช่วยดูดซับคราบน้ำมันและช่วยขจัดขี้กระทะซึ่งเกิดจากคราบไหม้ได้อีกด้วย หลังจากขัดเกลือแห้งจนทั่วกระทะจนสะอาดดีแล้ว ล้างออกและเช็ดกระทะให้แห้งค่ะ


ทำความสะอาดพรม
ผสมน้ำสะอาด 2 ส่วนเข้ากับน้ำส้มสายชู 1 ส่วน ลงในฟ็อกกี้ เขย่าให้เข้ากัน จากนั้นพ่นลงบนคราบที่พรม และ วางผ้าขนหนูเปียกลงบนคราบนั้น จากนั้นใช้เตารีดไอน้ำที่ร้อนแล้ว ตั้งค่าเปิดระบบไอน้ำ และถูรีดวนไปมาบนผ้าขนหนูเปียก 30 วินาที คราบเหล่านั้นจะหายไป


ทำความสะอาดอ่างล้างจาน
ใช้โซดาและแปรงสีฟันเก่าขัดอ่างล้างจาน จากนั้นใส่มะนาวฝานลงไปบนตะแกรงท่อ และเปิดน้ำให้ไหลผ่าน


เช็ดกระจก
กระดาษหนังสือพิมพ์ช่วยคุณได้ค่ะ เพียงพับกระดาษหนังสือพิมพ์ให้พอดีมือและเช็ดแบบแห้ง จะช่วยขจัดคราบและเพิ่มความเงางามให้กับกระจกได้


ขจัดกลิ่นเหม็นอับภายในบ้าน
เทกลิ่นวานิลลาสกัด 1 ช้อนชาลงในชาม จากนั้นนำเข้าเตาอบ และ อุ่นไว้สักครู่ กลิ่นเหม็นอับในบ้านจะหายไป เหลือแต่กลิ่นอโรม่าหอมๆ กระจายไปทั่วบ้านค่ะ

ที่มา : Mthai
5

ห้องพักหรือบ้านขนาดเล็ก ถึงจะไม่มี โถงทางเข้า ที่เป็นสัดส่วน แต่เราก็จะมองข้ามมันไปไม่ได้นะ เพราะบริเวณประตูทางเข้า ถือเป็นหน้าเป็นตาของห้อง และยังเป็นความประทับใจแรกของแขกผู้มาเยือนอีกด้วย การเปิดออกมาเจอรองเท้าเกะกะ เสื้อคลุม ร่มวางกองๆ กันก็ไม่เวิร์คเลย เพราะฉะนั้นเพื่อความสวยงาม ขาดเหลืออะไร ก็เนรมิตขึ้นมาเองเลยสิคะ! แต่ถ้าให้เริ่มเองบางคนคงคิดไม่ออกบอกไม่ถูก ไม่ต้องห่วง  มาเก็ทไอเดียแต่งทางเข้าแบบเพิ่มนิดขยับหน่อยแต่ดูดีกัน จาก 10 โถงทางเข้าสวยๆ เหล่านี้!


Refinery29 : ใช้ความยาวของมุมทางเข้าให้เป็นประโยชน์ ด้วยกล่องวางของติดตั้งแบบลอย ไล่ลงมาเป็นกระจกและชั้นวางของจุกจิก ติดตั้งราวแขวนกระเป๋าให้หยิบจับสะดวก ตบท้ายด้วยต้นไม้เล็กๆ แสนน่ารัก ไม่น่าเชื่อว่าจะจุได้ขนาดนี้ใช่ไหมล่ะคะ!


Fresh Crush : ภาพสวยๆ ราวแขวนกุญแจที่ขาดไม่ได้ และชั้นวางของเข้าคู่กับชั้นวางรองเท้าจากท่อทองแดงสุดคูลที่ใครก็สามารถทำเองได้


Pottery Barn Inside & Out : แปลงพื้นที่ซอกข้างประตูให้กลายเป็นโซนที่เหมาะสมและพอดีกับราวแขวนเสื้อผ้าทำจากทองแดง และยังให้กลิ่นอายแบบการตกแต่งสไตล์โฟล์คอีกด้วย


Entrance Makleri :การตกแต่งแบบคุมโทนมองกี่ครั้งก็ยังสวย เสริมบุคลิกเคร่งขรึม คลาสสิค และดูเป็นผู้ใหญ่ด้วยโทนสีเทาดำ  เพิ่มชั้นวางลอยตัวเข้ามุมทั้งส่วนบนและล่าง โดยส่วนบนสามารถติดตะขอเพิ่มเพื่อแขวนเสื้อผ้าและส่วนล่างเป็นพื้นที่สำหรับวางรองเท้าให้เป็นระเบียบเรียบร้อย


Desire to Inspire :รูปภาพที่ว้าวสุดๆ จะแสดงรสนิยมและความชอบของเจ้าของบ้านออกมาได้ตั้งแต่แรกพบ และหากมีอุปกรณ์จำเป็นต่อการใช้งานที่คุณไม่สามารถเคลื่อนย้ายมันไม่ได้ ก็สามารถบังสายตาจากผู้มาเยือนด้วยชั้นวางของได้เช่นกัน


Cathy & Tony’s Calm, Creative English Home : โดดเด่นด้วยกระจกและกรอบที่ทำจากไม้แผ่นหนา ทาสีให้เข้าคู่กับชั้นวางและแผ่นไม้ติดตะขอ เลือกใช้สีขาวเพราะผนังสีเข้มจะช่วยขับแสง แค่นี้ก็ดูลงตัวที่สุดแล้ว


Bolig : ต้องปรบมือให้กับความครบครัน โดยทางเข้าแห่งนี้มีทั้งตะขอแขวนสิ่งของ ชั้นวางรองเท้า สถานที่สำหรับเก็บอุปกรณ์เสริม เช่น หมวกและถุงมือ พร้อมกับกระเช้าที่ซ่อนอยู่ด้านใต้เพื่อให้ทุกอย่างดูเป็นระเบียบเรียบร้อยและยังง่ายต่อการแบ่งประเภทอีกด้วย


A Cup of Jo : เป็นไอเดียที่ดีสำหรับการแบ่งชั้นแขวนสำหรับของที่มีความสูงต่ำไม่เท่ากัน การจับแยกกันจะยิ่งทำให้ของดูเป็นหมวดหมู่และใช้งานได้อย่างเหมาะสม


Kjerstis Lykke : การเพิ่มที่นั่งตรงทางเข้าสามารถทำให้บรรยากาศดูหรูหรา ทั้งยังสะดวกต่อการนั่งเพื่อถอดหรือใส่รองเท้า ชั้นวางของที่ยกสูงทำให้ผนังดูยาวและตะขอทรงแปลกตาเป็นตัวเพิ่มความน่าสนใจ


dét Dia : ทางเข้าสีขาวสะอาดจะรับกับแสงที่สาดผ่านบานหน้าต่างได้อย่างดี และแทนที่จะมีแค่ชั้นวาง การเปลี่ยนเป็นกล่องเล็กๆ เพื่อใส่ของจุกจิกก็น่ารักไปอีกแบบ

ที่มา : Mthai
6

มีเวลาน้อยไม่ต้องห่วง อย่างน้อยการหมั่นปัดกวาดเช็ดถูจากงานเล็กๆ บ่อยๆ จะทำให้การ ทำความสะอาด กลายเป็นงานที่ง่ายและเบาลง เพราะฉะนั้นมาเริ่มจากงานสบายๆ ทำเพลินๆ มาเก็บแต้มความคลีนกันดีกว่า ใช้เวลาน้อยนิดแลกกับสุขภาพและความสะอาด ยังไงก็คุ้ม!


ทำความสะอาดลิ้นชัก

เริ่มจากลิ้นชักขนาดเล็ก ไม่ว่าจะจากตู้ในห้องครัว ห้องนอน โต๊ะทำงาน หรือในห้องน้ำของคุณ ตัดใจทิ้งสิ่งที่มันเก่าเก็บเกินไปและไม่เป็นประโยชน์ และข้อดีจากการเคลียร์ลิ้นชัก คือคุณอาจจะเจอของที่หายไป ความทรงจำเก่าๆ ที่ซุกซ่อนอยู่ แต่อย่ารำลึกเพลินจนเลิกทำความสะอาดและหันไปสนใจแต่ของที่เพิ่งหาเจอแทนล่ะ


ดูดฝุ่นเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ


ไม่เฉพาะการดูดฝุ่นบนพื้น อย่าลืมใช้ท่อดูด ดูดฝุ่นที่แทรกตัวติดแน่นอยู่ตามเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ เช่น ตู้ โต๊ะ โซฟา ผ้าม่าน เพราะละอองฝุ่นพวกนี้ไม่ดีเลยกับระบบทางเดินหายใจ ยิ่งหากมีตัวไรฝุ่นด้วยแล้ว ยิ่งเป็นตัวต้นเหตุของโรคภูมิแพ้อีกต่างหาก


ขัดร่องกระเบื้อง

ร่องกระเบื้องที่ขาวสะอาดทำให้ห้องดูใหม่และน่าใช้ขึ้นเป็นกอง การทำความสะอาดร่องกระเบื้องจะช่วยขจัดคราบสกปรก รวมถึงเชื้อราที่หมักหมม ยึดตัวติดแน่นและเจริญเติบโตกลายเป็นแหล่งเชื้อโรคให้ออกไป


ปัดฝุ่นหยากไย่ตามฝ้า มุมห้อง ซอกมุมที่ไม่ค่อยได้ทำความสะอาด

ใช้แปรงปัดฝุ่นด้ามยาว หรือ ไม้ขนไก่ ปัดไปตามมุมห้องที่ฝุ่นชอบไปจับตัวกัน รวมถึงหยากไย่ใยแมงมุมที่แอบซ่อนอยู่  และอย่าลืมเช็คบนหลังตู้หนังสือ ตามโคมไฟแขวน และซอกมุมต่างๆ


คราบบริเวณห้องครัว

เคาน์เตอร์หรือตู้ในห้องครัวต่างต้องเคยเลอะคราบสกปรกจากการทำอาหาร ซึ่งคราบเหนียวเหนอะนี้ นับวันก็จะยิ่งทำความสะอาดยากขึ้นๆ ทุกที จึงควรหาผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดและบำรุงพื้นผิวเพื่อทำความสะอาด


ทำความสะอาดผนัง

คุณสามารถใช้เวลาเพียงแค่ 5 นาทีในการทำให้สีผนังดูสดใสกว่าที่เคย ลบคราบด้วยครีมทำความสะอาดเพื่อขจัดคราบสกปรก รอยขูดขีดหรือรอยดินสอ


อย่าลืมซอกหลืบหลังเฟอร์นิเจอร์ หลังตู้

ดูดฝุ่นด้านหน้าแล้ว ก็อย่าลืมด้านหลัง เสียเวลาขยับเฟอร์นิเจอร์ออกมานิด เพื่อความสะอาดที่ทั่วถึงกว่าเดิม


ทำความสะอาดพัดลมเพดาน

ถ้าคุณติดตั้งพัดลมเพดานไม่ว่าจะมีการเปิดใช้งานหรือไม่ก็ตาม ถึงมันจะยากลำบากในการทำความสะอาด ก็ควรหาเศษผ้ามาเช็ดทำความสะอาดบ้าง


ดูดฝุ่นบนเตียงด้วย

ฝุ่นละอองมีทุกที่ บนเตียงก็เช่นกัน เลิกนอนบนเตียงที่หมักหมมไปด้วยฝุ่น คว้าเครื่องดูดฝุ่นหรือเครื่องดูดไรฝุ่นมาทำความสะอาดเตียงเพื่อสุขภาพและการนอนหลับที่สบาย หายใจโล่งขึ้น


ทำความสะอาดปล่องดูดควัน

ฮู้ดในห้องครัว คือ อีกหนึ่งจุดที่มีการหมักหมมคราบสกปรกมากที่สุด ยิ่งคราบน้ำ น้ำมัน และควันจากการทำอาหารเข้าไปเกาะตัวด้านใน ยิ่งสกปรก ถอดแผ่นกรองสิ่งสกปรกออกมาขัด ล้าง และตากบ้างอะไรบ้าง จะดีต่อระบบหายใจของเราและคนในบ้านขึ้นเยอะ


ทำให้เครื่องใช้สแตนเลสกลับมามีประกายอีกครั้ง

ผสมผงซักฟอก 1 ช้อนชา เข้ากับน้ำอุ่น 1 ช้อนชา และผ้าไมโครไฟเบอร์เพื่อขัดถูเครื่องใช้จากสแตนเลสให้กลับมาสะอาด ล้างด้วยน้ำร้อนและเช็ดทำความสะอาดด้วยผ้าแห้ง วิธีนี้จะทำให้สิ่งของมีประกายแวววับน่าใช้อีกครั้ง


ล้างช่องระบายอากาศ

ท่อระบายอากาศที่สะอาดจะทำให้อากาศหมุนเวียนในบ้านของคุณได้ดีขึ้น ใช้แปรงขัดทำความสะอาดหรือดูดฝุ่นออกเพื่อลดการอุดตันของท่อ


เช็ดกระจก

เช็ดกระจกของคุณให้สะอาดน่ามองอีกครั้ง เพื่อเป็นทางเข้าของแสงที่มากขึ้นและเพิ่มความรื่นรมย์ในการมองออกไปนอกหน้าต่าง


อย่าลืมพวก Gadgets ของชิ้นเล็กๆ

ของใกล้ตัว เช่น โทรศัพท์ พวงกุญแจ รีโมท เม้าส์คอมพิวเตอร์ สกปรกและมีเชื้อโรคมากกว่าที่คิด หาเวลาว่างใช้แอลกอฮอล์เจือจางเพื่อเช็ดทำความสะอาดเป็นบางครั้ง

ที่มา : Mthai
7
สาระความรู้ / 5 เทคนิค ช่วย ประหยัดค่าไฟ ลดค่าใช้จ่ายในบ้าน
« กระทู้ล่าสุด โดย admin เมื่อ วันนี้ เวลา 11:01:45 AM »

เรามีไอเดียดีๆ เกี่ยวกับ เทคนิค ช่วย ประหยัดค่าไฟ ลดค่าใช้จ่ายในบ้าน มาฝากเพื่อนๆ กันค่ะ ค่าไฟเป็นค่าใช้จ่ายหลักที่ทุกคนต้องจ่ายเลยก็ว่าได้นะคะ แต่ถ้าเราสามารถลดจำนวนการใช้พลังงานไฟฟ้า นอกจากจะทำให้ค่าใช้จ่ายในบ้านลดลงแล้ว ยังช่วยลดภาวะโลกร้อนได้อีกด้วยค่ะ


5 วิธีใช้ไฟฟ้าให้ถูกหลัก ลดค่าใช้จ่ายได้จริง

1.ปิดสวิตช์ไฟ และเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชนิด เมื่อเลิกใช้งาน และไม่ควรเปิดไฟทิ้งไว้เมื่อไม่มีคนอยู่

2.ลดจำนวนหลอดไฟฟ้าในห้อง หันมาพึ่งพาพลังงานแสงธรรมชาติให้มากขึ้น

3.เลือกใช้หลอดไฟที่ได้มาตรฐาน จะช่วยให้เราประหยัดพลังงานไฟฟ้าได้มากขึ้นอีกด้วยนะคะ

4.ตั้งโคมไฟที่โต๊ะทำงาน หรือติดตั้งไฟเฉพาะจุด แทนการเปิดไฟทั้งห้องเพื่อทำงาน

5.ถ้าจำเป็นต้องเปิดไฟบางจุดไว้ทั้งคืน ให้เลือกใช้หลอดไฟที่มีกำลังวัตต์ค่อนข้างต่ำ เพื่อช่วยประหยัดค่าไฟค่ะ


หมั่นดูแลรักษาหลอดไฟ ทำความสะอาดบ่อยๆ เพื่อช่วยเพิ่มแสงสว่างให้ห้อง และจะช่วยลดการใช้พลังงานได้อีกด้วย และถ้าบ้านของเพื่อนๆ ยังใช้หลอดไฟไส้อยู่ให้หันมาเปลี่ยนเป็นหลอดประหยัดพลังงาน หรือหลอดไฟ LED กันค่ะ

ที่มา : Mthai
8

วันนี้เราได้รวบรวม 5 เคล็ดลับ วิธีดับกลิ่นห้องน้ำ วิธีง่ายๆ ที่ใครๆ ก็ทำได้ มาฝากเพื่อนๆ กันค่ะ การที่ห้องน้ำส่งกลิ่นเหม็นก็มีด้วยกันหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นการอุดตันของท่อ หรืออาจจะเป็นเพราะกลิ่นของเสียของสมาชิกในบ้านค่ะ วิธีดับกลิ่นห้องน้ำ ก็มีด้วยกันหลากหลายวิธี ไม่ว่าจะใช้สารเคมีดับกลิ่น หรืออาจจะใช้สมุนไพรดับกลิ่นก็ได้เช่นกัน  ว่าแล้วเราไปดูเคล็ดลับที่เรานำมาฝากในวันนี้กันเลยค่ะ


ดับกลิ่นห้องน้ำด้วยลูกเหม็น : วิธีนี้เป็นวิธีเบสิคที่ถ้าพูดถึงการดับกลิ่นห้องน้ำ คนส่วนใหญ่จะนึกถึงวิธีนี้เป็นอันดับแรกๆ เป็นวิธีที่ได้ผลและขั้นตอนการการเตรียมอุปกรณ์ก็ไม่ใช่เรื่องยาก เพียงแค่ซื้อลูกเหม็นมา 1 ห่อ นำไปวางไว้บริเวณชักโครก แค่นี้กลิ่นไม่พึงประสงค์ในห้องน้ำก็จะหมดไป

สบู่เหลวอาบน้ำเดทตอล : อ่านไม่ผิดหรอกค่ะ สบู่เดทตอลช่วยขจัดกลิ่นในห้องน้ำได้จริงๆ ขั้นตอนก็ไม่ยุ่งยากเพียงแค่เพื่อนๆ อาบน้ำ และล้างน้ำ น้ำสบู่ที่เรานำมาถูตัวก็จะไหลลงท่อไปช่วยขจัดเชื้อโรค และก็จะมีกลิ่นหอมของสบู่หอมทั่วทั้งห้องเลยค่ะ

ดับกลิ่นชักโครกด้วยเกลือ : คุณสมบัติของเกลือจะขจัดเชื้อจุลินทรีย์ที่เป็นต้นเหตุของกลิ่นเหม็นในห้องน้ำได้ วิธีการก็คือเทเกลือลงไปในน้ำ และราดลงไปที่ชักโครกทิ้งไว้ประมาณ 20-30 นาที หรือนานกว่านั้นก็ได้นะคะ  เพียงแค่นี้ห้องกลิ่นเหม็นในห้องน้ำก็จะลดลง

ถ่านหุงต้ม : ถ่านสีดำๆ ที่เราไว้ใช้เป็นฝืนเพื่อจุดไฟนอกจากจะช่วยลดกลิ่นอับในตู้เย็นได้แล้ว ยังสามารถดูดกลิ่นอับในห้องน้ำได้ด้วยนะคะ เพียงแค่คุณนำถ่านใส่ถุงพลาสติกและนำไปวางไว้ในห้องน้ำ ถ่านก็จะดูดกลิ่นอับในห้องน้ำให้หมดไป

ดับกลิ่นห้องน้ำด้วยมะกรูด : การดับกลิ่นห้องน้ำด้วยมะกรูดก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ทำได้ง่าย ไม่ยุ่งยาก เพียงแค่ผ่ามะกรูดให้เป็นชิ้นๆ แล้วก็นำไปวางไว้ตามชักโครก มะกรูดจะดับกลิ่นเหม็นของปัสสาวะได้เป็นอย่างดีเลยค่ะ

ได้เห็นเคล็ดลับ ดับกลิ่นในห้องน้ำ กันไปแล้ว ถ้าเพื่อนๆ กำลังมองหาวิธีดับกลิ่นห้องน้ำอยู่ ก็ลองนำวิธีข้างต้นไปใช้กับบ้านเพื่อนๆ กันดูนะคะ

ที่มา : Mthai
9

ตู้เย็น เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ค่อนข้างกินไฟ ยิ่งซื้อตู้เย็นขนาดใหญ่มากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งกินไฟมากขึ้นเท่านั้น โดยการเลือกซื้อตู้เย็นควรเลือกขนาดคิวที่เหมาะสม รวมไปถึงขนาดของตู้เย็นที่จะขนย้าย จัดวางได้พอดีกับพื้นที่ที่จะติดตั้ง โดยการเลือกซื้อตู้เย็นให้ดูจากจำนวนสมาชิกภายในบ้าน และ วิถีชีวิต พฤติกรรมการกินของครอบครัวเป็นหลัก ถ้าประกอบอาหารเองบ่อยๆ จำเป็นต้องแช่อาหารไว้ในตู้เย็นคราวละมากๆ ก็อาจจะต้องเลือกคิวใหญ่หน่อย  ปกติถ้าอยู่กัน 2-3 คน ให้ใช้ขนาด 6-10 คิว, 4-5 คน ใช้ขนาด 10-15 คิว, 6 คนขึ้นไป ให้ใช้ขนาดไม่ต่ำกว่า 15 คิวค่ะ


ส่วนขนาดของตู้เย็น ให้วัดจาก กว้าง X ลึก X สูง โดยวัดเป็นหน่วยเซนติเมตรจะเทียบง่ายกว่านะจ๊ะ อย่าลืม วัดพื้นที่ตำแหน่งที่จะจัดวางตู้เย็น ตั้งแต่วงกบประตู ไปจนถึงห้องครัว ( อย่าลืมวัดเป็นหน่วยเซนติเมตรเช่นกันนะจ๊ะ) จะได้กะขนาดขนย้ายได้สะดวกค่ะ ทั้งนี้การเลือกซื้อตู้เย็นประตูเดียว จะประหยัดไฟมากกว่า 2 ตู้ เนื่องจากตู้เย็น 2 ประตู จะกินไฟมากกว่าตู้เย็นประตูเดียวที่มีขนาดเท่ากัน เพราะต้องใช้ท่อน้ำยาทำความเย็นที่ยาวกว่าและใช้คอมเพรสเซอร์ขนาดใหญ่กว่า ค่ะ

และนี่คือ วิธีติดตั้งตู้เย็น ให้ประหยัดค่าไฟ ค่ะ

– ควรตั้งตู้เย็นบนพื้นที่เรียบ มั่นคงและแข็งแรง พื้นที่ที่ไม่สม่ำเสมออาจทำให้เกิดการสั่น เป็นเหตุให้เกิดเสียงดังได้ หากตู้เย็นตั้งวางแล้วไม่ได้ระดับกับพื้น สามารถปรับระดับได้โดยหมุนขาตั้งปรับระดับเพื่อให้ตู้เย็นวางตั้งอย่างมั่นคง

– ควรตั้งตู้เย็นในบริเวณที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก ให้ด้านบนห่างจากเพดานอย่างน้อย 30 ซม. ด้านหลังและด้านข้างห่างจากผนังอย่างน้อย 15 ซม. และ 10 ซม. ถ้าอากาศถ่ายเทไม่สะดวกจะทำให้คอมเพรสเซอร์ร้อนและทำงานหนักและอุณหภูมิภายในตู้ไม่เย็น

– ไม่ควรตั้งตู้เย็นบริเวณที่มีแสงแดดส่องถึงหรือใกล้แหล่งความร้อนอื่น และไม่ควรใช้ผ้าคลุมด้านบนหรือด้านข้างของตู้เย็น เพราะจะทำให้การระบายความร้อนไม่ดี

-อย่าตั้งตู้เย็นบริเวณที่มีความชื้น หรือบริเวณที่อาจมีน้ำกระเด็นมาถูกตู้เย็นได้ เช่น ใกล้ก็อกน้ำ อ่างล้างหน้า อ่างล้างจาน เพราะความชื้นเป็นสาเหตุทำให้เกิดสนิมหรือกระแสไฟฟ้ารั่วได้

-ก่อนเสียบปลั๊กตู้เย็นทุกครั้งต้องแน่ใจว่าแรงดันไฟฟ้าและความถี่ไฟฟ้าถูกต้องตามระบุ และต้องไม่เสียบปลั๊กตู้เย็นร่วมกับเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่น ๆ

-ในกรณีที่ต้องการต่อสายดินเพิ่ม สามารถต่อสายดินเข้ากับจุดต่อ Earth Screw ซึ่งจะอยู่ด้านหลังของตู้เย็น ยึดสายดินเข้ากับ Ground Rod แล้วฝังลงดินลึกลงไป 2.4 เมตร

-หลังการขนย้ายตู้เย็นควรตั้งตู้เย็นทิ้งไว้ 3-6 ชั่วโมง ก่อนเสียบปลั๊กใช้งาน เพื่อให้ระบบน้ำยาทำความเย็นอยู่ในสภาวะเสถียร เพื่อการทำความเย็นที่มีประสิทธิภาพ

– ควรตั้งสวิตซ์ควบคุมอุณหภูมิของตู้เย็นให้เหมาะสม การตั้งที่ตัวเลขต่ำเกินไปอุณหภูมิจะเย็นน้อย ถ้าตั้งที่ตัวเลขสูงจะเย็นมาก เพื่อให้ประหยัดพลังงานควรตั้งที่เลขต่ำที่มีอุณหภูมิพอเหมาะ

สิ่งที่ควรทำเป็นประจำหลังจากใช้งานแล้วเพื่อประหยัดค่าไฟ

-หมั่นละลายน้ำแข็งที่เกาะภายในตู้เย็นสม่ำเสมอ

-หมั่นตรวจสอบขอบยางของตู้เย็น เช็คสภาพขอบยางไม่ให้มีรอยรั่ว หรือ เสื่อมสภาพ ปิดสนิทไหม ?

-ควรหมั่นทำความสะอาดแผงระบายความร้อน

ที่มา : Mthai
10

เครื่องซักผ้า อบผ้าของเรา อาจจะเป็นตัวช่วยแสนสะดวกสบายภายในบ้าน แต่ก็อย่าลืมนะคะ ว่ามันก็เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าชนิดหนึ่งเช่นกัน เพราะงั้นกลไกการทำงานและระบบที่ถูกตั้งไว้ ล้วนต้องทำความเข้าใจก่อนใช้งาน การใช้งานที่ถูกต้อง นอกจากจะช่วยยืดอายุของเครื่อง และส่งเสริมการทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพแล้ว ยังเป็นปัจจัยสำคัญ ที่จะช่วยป้องกันอุบัติเหตุเช่น การเกิดอัคคีภัย ไฟรั่ว ไฟช็อต จากเครื่องใช้ไฟฟ้าได้อีกต่างหาก รู้อย่างนี้แล้ว ก็มาหลีกเลี่ยงพฤติกรรม 6 อย่างที่อาจทำให้ เครื่องซักผ้าพัง เกิดความเสียหายโดยไม่รู้ตัวกันไว้ก่อนดีกว่านะคะ


วางและเสียบปลั๊กเครื่องซักผ้ากับเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆ มากเกินไป

การวางเครื่องซักผ้าและเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆ ร่วมกันอย่างหนาแน่นภายในห้องเดียวกันนั้นค่อนข้างอันตราย เพราะเวลาเครื่องใช้ไฟฟ้าทำงานพร้อมๆ กัน ย่อมเกิดความร้อนที่สะสม ซึ่งห้องที่แออัดจะทำให้ความร้อนไม่สามารถระบายออกไปได้ดีเท่าห้องที่โปร่งโล่ง และการนำปลั๊กไฟพ่วงมาต่อกันหลายๆ อันเพื่อให้มีรูเสียบที่เพียงพอกับเครื่องใช้ไฟฟ้าทั้งหมด ก็อาจทำให้ไฟตกหรือไฟช็อตจากการดึงกระแสไฟที่มากเกินไป และเกิดเพลิงไหม้ได้อย่างง่ายดาย

ใส่เสื้อผ้าในเครื่องซักมากเกินปริมาณความจุของถังซักผ้า

อย่าพยายามอัดใส่เสื้อผ้าในการซักแต่ละครั้งมากเกินไป เพราะน้ำก็ต้องการพื้นที่เพื่อซักล้าง กองเสื้อผ้าที่อัดกันแน่นจะทำให้เครื่องซักผ้าทำงานได้อย่างไม่เต็มประสิทธิภาพ นอกจากเสื้อผ้าที่ได้ออกมาจะไม่ค่อยสะอาดเท่าที่ควรแล้ว มอเตอร์ที่ทำงานหนักไปก็อาจจะเสียหายตามกันมาติดๆ เลยล่ะค่ะ

ไม่เคยทำความสะอาดเครื่องซักผ้า

เครื่องซักผ้าคือเครื่องที่ทำงานกับน้ำ เพราะงั้นเป็นที่แน่นอนว่ามีน้ำก็ต้องมีความชื้น และความชื้นนี่แหละ ที่เป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดเชื้อรา เพียงเสียเวลาทำความสะอาดนิดหน่อย จะช่วยให้ลดเชื้อโรค ปลอดเชื้อราที่ก่อโรคให้ร่างกาย และเสื้อผ้าก็ไม่มีกลิ่นเหม็นอับ มีแต่ข้อดีขนาดนี้แล้ว ก็อย่าลืมทำความสะอาดเครื่องซักผ้ากันอย่างน้อยซักเดือนละครั้งกันนะคะ

ปัญหาเรื่องการติดตั้งเครื่องซักผ้า

หากคุณเป็นหนึ่งคนที่เครื่องซักผ้าในบ้านชอบสั่นและเขยิบออกจากตำแหน่งที่ตั้งทุกครั้งที่มีการทำงาน อาจเกิดจากการติดตั้งที่มีปัญหาไม่ได้ระดับอย่างที่ควรจะเป็นก็ได้นะ เพราะการสั่นกระแทกจนเครื่องเคลื่อนที่นั้น อาจทำให้เกิดความเสียหายต่อพื้นและผนัง รวมถึงตัวเครื่องในระยะยาว ต้องรีบแก้ไขก่อน ดีกว่ามานั่งเสียเงินซ่อมแซมในภายหลัง

ใช้ผงซักฟอกมากเกินไป

หลายๆ คนอาจคิดว่าการใส่ผงซักฟอก ยิ่งมาก ยิ่งดี ผ้ายิ่งหอม แต่ความเป็นจริงแล้วกลับกันเลยนะคะ เพราะผงซักฟอกที่มีปริมาณมากเกินไป อาจตกค้างและไปอุดตันตามท่อต่างๆ ภายในเครื่องซักผ้า ไม่ต้องกังวลเรื่องความสะอาด เพียงใช้ผงซักฟอกเทียบเท่ากับปริมาณที่แนะนำก็เพียงพอแล้ว

ไม่เอาของในกระเป๋าออกก่อนนำเสื้อผ้าไปซัก

สิ่งของขนาดเล็ก เช่น เหรียญ กุญแจ และวัตถุเนื้อแข็งอื่นๆ ล้วนสร้างความเสียหายให้กับภายในเครื่องซักผ้าของเราได้ทั้งนั้น เพราะการที่ชิ้นส่วนเล็กๆ  พวกนี้ จะเข้าไปอุดตันท่อระบายน้ำหรือช่องระบายอากาศก็เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ เสียเวลาซักนิดเพื่อเช็คของออกจากกระเป๋าก่อนซักผ้าทุกครั้ง น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่าใช่ไหมล่ะคะ

ที่มา : Mthai
หน้า: [1] 2 3 ... 10

???????????