Condothai คอนโดไทย


???????????

กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้

หน้า: [1] 2 3 ... 10
1

        บริษัท ออลล์ อินสไปร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ขอแนะนำโครงการ “ดิ เอ็กเซล ไฮด์อะเวย์ สุขุมวิท 71” คอนโด Low Rise สูง 8 ชั้น 3 อาคาร 672 ยูนิต (ร้านค้า 2 ยูนิต) คอนโดมิเนียมบนทำเลศักย์ภาพ ใกล้สถานีรถไฟฟ้า อ่อนนุช และ สถานีพระโขนง เชื่อมต่อทุกการเดิน เพียง 330 เมตร ใกล้ทางขึ้น-ลง ทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ เพียงไม่กี่กิโลเมตรสู่ใจกลางเมือง พรั่งพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน อาทิ Swimming pool, Co-Working Space, ฟิตเนส, พื้นที่ส่วนกลางที่เปรียบเสมือนสวนขนาดใหญ่สำหรับพักผ่อน ฯลฯ  ให้คุณใช้ชีวิตอย่างมีสไตล์ในแบบที่คุณต้องการ กับพื้นที่ส่วนตัวที่มากขึ้น ในราคาที่สามารถเป็นเจ้าของได้ ราคาเริ่มต้นเพียง 1.49 ล้านบาท
2
สาระความรู้ / ห้องรับแขก สวยๆ สำหรับ คนอยู่ คอนโด
« กระทู้ล่าสุด โดย admin เมื่อ ตุลาคม 18, 2017, 02:45:41 PM »






4


1. กลิ่นอับ - ล้างแอร์บ่อย ๆ ช่วยลดการสะสมกลิ่นอับ

กลิ่นอับจากแอร์ส่วนใหญ่มาจากการที่แอร์มีความชื้นสะสมอยู่ ซึ่งในกรณีที่พบคือการเปิดแอร์ติดต่อกันหลาย ๆ ชั่วโมงและสับสวิตช์ปิดทันที วิธีการที่จะช่วยลดการเกิดกลิ่นอับคือก่อนสับสวิตช์เครื่องปรับอากาศ ควรปรับโหมดให้อยู่ในระบบพัดลมเสียก่อนเพื่อช่วยเป่าให้ความชื้นภายในแอร์ลดลง นอกจากนี้แล้วการล้างแอร์บ่อย ๆ ช่วยสลายกลิ่นอับเป็นวิธีการแก้ปัญหากลิ่นติดแอร์ที่ได้ผลดีที่สุด สำหรับวิธีการล้างแอร์เบื้องต้นนั้นสามารถทำได้ด้วยขั้นตอนง่าย ๆ เพียงเปิดฝาครอบแอร์ด้านหน้าขึ้น แล้วหยิบตะแกรงกรองฝุ่นออกมาฉีดน้ำทำความสะอาดฝุ่นที่เกาะจับอยู่ตามซอกตะแกรง แล้วผึ่งให้แห้งในที่ร่มเพียงเท่านี้กลิ่นอับชื้นที่สะสมอยู่ก็จะหายไป
หรือลองหาปุ่ม dry mode ในรีโมทดู เพราะปุ่มนี้จะทำให้เครื่องปรับอากาศทำงานโดยไม่สร้างความชื้น ทำให้สามารถฆ่าแบททีเรีย หรือราที่อยู่ในเครื่องได้ สามารถลดกลิ่นอับชื้นได้ในระดับหนึ่งเลย

2. กลิ่นเหม็นเปรี้ยว - ขจัดกลิ่นเหม็นเปรี้ยวจากแอร์ให้หายวับต้องรู้ทันสาเหตุ

คุณผู้อ่านเคยเป็นกันไหมคะ ในบางครั้งที่เปิดเครื่องปรับอากาศแทนที่จะเป็นอากาศสดชื่น ก็กลับกลายเป็นกลิ่นเหม็นเปรี้ยวแบบนมบูดที่ไม่ทราบสาเหตุ ซึ่งสาเหตุหลักของกลิ่นเปรี้ยวในแอร์คอนดิชั่นเนอร์ คือการหมักหมมของคราบจุลินทรีย์ซึ่งตัวการก็คือเชื้อรา ทั้งนี้การเกิดเชื้อราขึ้นในแอร์มาจากความชื้นตกค้าง ที่อาจมาจากการที่ท่อน้ำทิ้งในแอร์มีความยาวเกินไปและทำมุมคดเคี้ยวมากทำให้หลงเหลือน้ำขังอยู่ เมื่อมีความชื้นมากเข้าก็เกิดเป็นจุลินทรีย์เชื้อราเป็นที่มาของกลิ่นดังกล่าว ซึ่งวิธีการกำจัดกลิ่นดังกล่าวไม่ใช่เรื่องง่ายแต่ก็ไม่ยากเกินไปเพียงต้องรู้ต้นตอของกลิ่น หาจุดที่เกิดกลิ่นให้ได้แล้วล้างแอร์ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อรา แล้วปล่อยทิ้งไว้ให้แอร์มีสภาพที่แห้งสนิทประมาณ 7 วัน


3. กลิ่นบุหรี่ - ขจัดกลิ่นบุหรี่ติดแอร์ภายในไม่กี่ขั้นตอน

สำหรับคุณแม่บ้านที่มีคุณผู้ชายสูบบุหรี่แล้วมีกลิ่นคอยรบกวนใจ แม้ว่าส่วนใหญ่จะสูบกันที่ระเบียงแล้วแต่ก็ยังมีกลิ่นบางส่วนเล็ดลอดเข้าไปถึงข้างในห้องได้ เมื่อมีกลิ่นก็ต้องมีหนทางแก้ไข ปัญหาข้อนี้แก้ไม่ยากค่ะด้วยขั้นตอนง่าย ๆ ที่ขอรับรองเลยว่ากลิ่นบุหรี่จะหมดไปได้ด้วยขั้นตอนวิธีการเหล่านี้ กลิ่นบุหรี่มักสะสมและฝังลึกอยู่ในแผ่นกรองอากาศจึงควรหมั่นถอดแผ่นกรองอากาศออกมาล้างทำความสะอาดอยู่เสมอ ด้วยแปรงซี่เล็กที่สามารถซอกซอนทำความสะอาดได้ทั่วถึง เมื่อล้างทำความสะอาดดีแล้วข้อสำคัญคือไม่ควรรีบร้อนติดแผ่นกรองอากาศแล้วเปิดแอร์ในทันที ควรวางแผ่นกรองอากาศผึ่งลมให้แห้งเสียก่อนแล้วจึงติดกลับเข้าไปในตัวเครื่องปรับอากาศตามปกติ ในระยะแรกเมื่อเปิดแอร์อาจจะยังคงมีกลิ่นหลงเหลืออยู่บ้างแต่เมื่อผ่านสักระยะกลิ่นจะค่อย ๆ หายไป


4. กลิ่นอาหาร - ทำกับข้าวหายห่วงไร้ปัญหากลิ่นติดห้องกวนใจ

คุณผู้อ่านหลายท่านชอบทำอาหารรับประทานกันภายในคอนโด และแม้ว่าจะป้องกันปัญหาโดยการปิดเครื่องปรับอากาศหรือหลีกเลี่ยงแล้ว ก็ยังคงมีกลิ่นอาหารบางส่วนตกค้างติดอยู่ในเครื่องปรับอากาศ วิธีการสำคัญที่ช่วยลดปัญหาดังกล่าวคือการระบายอากาศออกให้มากที่สุด ขณะทำอาหารควรปิดประตูห้องนอนให้สนิทและไม่ควรเปิดเครื่องปรับอากาศไปด้วย พยายามหลีกเลี่ยงอาหารที่ต้องใช้น้ำมันในการปรุงเพราะน้ำมันเป็นตัวการที่ทำให้กลิ่นฝังติดและซึมเข้าผนัง หากในครัวมีเครื่องดูดควันด้วย จะเป็นการดีในการช่วยระบายกลิ่นให้เปิดที่ดูดควันทิ้งไว้ราวสิบนาทีทั้งก่อนและหลังทำอาหาร และเช็ดทำความสะอาดห้องครัวให้สะอาดด้วยผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่น เพียงเท่านี้ก็จะไม่หลงเหลือกลิ่นให้ซอกซอนเข้าไปในเครื่องปรับอากาศจนกลายเป็นปัญหากวนใจคุณผู้อ่านกันได้อีกต่อไป




ขอบคุณภาพจาก www.pinterest.com
5
สาระความรู้ / ส่อง 5 พืชผักสวนครัวที่ปลูกได้เองในคอนโด
« กระทู้ล่าสุด โดย admin เมื่อ ตุลาคม 18, 2017, 02:29:36 PM »

เราคงปฏิเสธไม่ได้เลยว่า การได้มาอยู่ใจกลางเมืองหลวงนั้น ข้อเสียคือค่าครองชีพที่สูงลิบลิ่ว แล้วจะทำอย่างไรกันดีล่ะ? ให้ค่าใช้จ่ายต่างๆ เหล่านั้นลดลงได้?
    ลองมาพลิกระเบียงคอนโดของเรา ให้กลายเป็นแปลงพืชผักสวนครัวขนาดย่อม ซึ่งนอกจากจะช่วยคุณประหยัดค่าใช้จ่ายในวัตถุการทำอาหารแล้ว ยังช่วยให้ห้องของคุณมีพื้นที่สีเขียวพักสายตาและร่มรื่นอีกด้วย ว่าแต่จะมีพืชผักสวนครัวอะไรที่เราสามารถปลูกได้บ้าง มาดูกันเลยดีกว่า
1. พริกขี้หนู

    ขึ้นชื่อว่าอาหารไทยแล้ว รสจัดจ้าน เผ็ดแซ่บอย่างนี้ พริกขี้หนู คงเป็นของที่ขาดไม่ได้เลยสำหรับครัวไทย ที่สำคัญ พริกขี้หนูยังอุดมไปด้วย สารแคปไซซิน ซึ่งสามารถฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของการเกิดโรคกระเพาะอาหาร นอกจากนี้ พริกยังเป็นพืชที่ปลูกง่าย กินพื้นที่น้อย ทำให้คุณสามารถปลูกได้แม้มีพื้นที่ของระเบียงคอนโดที่จำกัด เป็นพืชที่ทนแล้ง เหมาะสำหรับคนที่ไม่ค่อยอยู่คอนโด และไม่มีเวลารดน้ำด้วยนะ
วิธีปลูก

    นำเมล็ดพริกขี้หนูไปหยอดในหลุมที่เตรียมไว้ หลุมละ 3-5 เมล็ด กลบแล้วรดน้ำ ด้วยความที่พริกขี้หนูเป็นพืชทนแล้งได้ดีกว่าทนน้ำ ดังนั้นในระยะที่พริกเริ่มออกดอก ควรให้น้ำวันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น และค่อยๆ ลดลงเรื่อยๆ จนผ่านไป 7 สัปดาห์ ก็ให้น้ำแค่สัปดาห์ละ 1 ครั้ง ก็เพียงพอแล้ว
    พริกจะเริ่มให้ผลผลิตหลังจากปลูกแล้วประมาณ 2 เดือนครึ่ง-3 เดือน ในระยะแรกผลผลิตจะได้น้อยและจะค่อยๆ เพิ่มมากขึ้นตามลำดับ ควรเก็บเกี่ยวอาทิตย์ละ 1 ครั้ง ทั้งนี้ผลผลิตจะเริ่มลดลงเมื่อพริกขี้หนูเริ่มแก่


2. ถั่วงอก

    เชื่อว่าในวัยเด็ก ในวิชาการเกษตร หรือวิชาวิทยาศาสตร์ คงจะเคยได้ลองปลูกถั่วงอกกันแน่นอน และเป็นที่รู้กันว่าเจ้าถั่วงอกนี่ปลูกได้ง่าย ใช้พื้นที่น้อยไม่ต่างไปจากพริกเลยแม้แต่น้อย ถ้าพื้นที่ใช้สอยคอนโดของคุณมีจำกัดมากๆ การปลูกถั่วงอกก็เป็นเรื่องที่น่าสนใจ แถมยังปลอดภัย ปลอดสารพิษต่างๆ และยังนำมาทำอาหารได้หลากหลายอีกด้วย
วิธีปลูก

    ใส่ถั่วเขียวลงในภาชนะที่ต้องการปลูก จากนั้นเทน้ำใส่ลงไปให้เต็ม ปิดปากขวดด้วยตาข่าย หรือจะใช้ผ้าชนิดอื่นที่สามารถถ่ายเทอากาศได้ดี จากนั้นตั้งขวดแก้วไว้ให้พ้นแสงแดด แล้วทิ้งไว้ประมาณ 8-10 ชม. เมื่อครบแล้วเทน้ำออกแต่เหลือบ้างเล็กน้อย ตั้งทิ้งต่อไว้อีกสัก 2-3 วัน คุณก็จะได้ถั่วงอกพร้อมทานแล้ว!.


3. มะเขือเทศ

    มะเขือเทศนั้น นอกจากเราจะสามารถนำมาทำอาหารต่างๆ หรือทานเล่นๆ เป็นของว่างได้แล้ว ยังเหมาะสำหรับสาวๆ อีกด้วย เพราะเราสามารถนำมะเขือเทศมาหั่นเป็นแว่นๆ เพื่อมาส์กหน้าได้ นอกจากนี้ยังอุดมไปด้วยสารอาหารที่หลากหลาย คุณสมบัติยอดเยี่ยมขนาดนี้ เชื่อหรือเปล่าว่ามันเป็นพืชสวนครัวที่ปลูกได้ง่ายๆ แน่นอนว่าแม้คุณจะอยู่คอนโด ก็สามารถปลูกได้ด้วย
วิธีปลูก

    มะเขือเทศเป็นพืชที่ต้องการน้ำอย่างสม่ำเสมอ ดังนั้นต้องให้น้ำอย่างสม่ำเสมอตั้งแต่เริ่มปลูกไปจนถึงช่วงที่ผลเริ่มเปลี่ยนสี หลังจากนั้นเราจึงจะสามารถลดการให้น้ำลง เพื่อป้องกันผลแตกได้
    อย่าลืมตัดแต่งกิ่งให้เหลือเพียง 1-2 กิ่งต่อต้น เพราะจะทำให้มะเขือเทศที่ได้มีผลใหญ่ และคุณสามารถเริ่มเก็บผลผลิตได้ เมื่อมะเขือเทศมีอายุประมาณ 70 – 90 วัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับพันธุ์และอายุอีกด้วย โดยอายุของต้นมะเขือเทศหากนับตั้งแต่เริ่มปลูกถึงเก็บเกี่ยว ผลผลิตจะมีอายุทั้งหมดประมาณ 4-5 เดือน

4.ตะไคร้

    ตะไคร้ ก็เป็นพืชสวนครัวที่คุณสามารถปลูกได้ง่ายๆ ไม่กินพื้นที่ในคอนโด นอกจากจะนำมาทำอาหารแล้ว ตะไคร้ยังมีประโยชน์ในการไล่แมลงอีกด้วย เพราะในตะไคร้มีน้ำมันหอมระเหยอยู่ทั้งในใบ และในลำต้น รวมถึงสรรพคุณทางยา ช่วยทำความสะอาดระบบย่อยอาหาร เช่น ตับ ตับอ่อน ไต และกระเพาะปัสสาวะ ขับสารพิษและกรดยูริคออกจากร่างกาย ทำให้ระบบย่อยอาหารของคุณสะอาดขึ้น และทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
วิธีปลูก

    การปลูกตะไคร้นั้นคุณสามารถทำได้เองง่ายๆ เมื่อหั่นตะไคร้หลังจากที่ใช้ไปแล้ว ต้นส่วนปลาย อย่าเพิ่งทิ้ง แต่ให้นำไปแช่น้ำจนมีรากงอกออกมาจากน้ำ เตรียมกระถางสักใบแล้วปักลงดินได้เลย สำหรับการรดน้ำในช่วงแรกๆ ควรรด 2-3 วัน ต่อครั้ง หลังจากตะไคร้เริ่มงอกงามแล้ว เราถึงค่อยเปลี่ยนการรดน้ำมาเป็นสัปดาห์ละครั้งแทน

5. ผักกาดหอม หรือผักสลัด

    ผักกาดหอม หรือผักสลัด ที่หลายๆ คนคุ้นเคยกันดีนั้น คุณเองก็สามารถนำมาปลูกไว้ทานได้เองที่ระเบียงคอนโด ไม่แตกต่างจากพืชผักสวนครัวต้นอื่นๆ เลย แน่นอนว่าใครที่กำลังหันมาทานผัก ทานคลีน ทานอะไรเผื่อสุขภาพด้วยแล้ว ผักสลัดนี่ก็เหมาะอย่างยิ่ง และถ้าใครอยากจะลดค่าใช้จ่ายในการซื้อผักสลัด ลองหันมาปลูกที่คอนโดคุณเองก็น่าสนใจไม่น้อยเหมือนกันนะ
วิธีปลูก

    เพียงแค่คุณนำโคนต้นที่เหลือไปแช่ในชามที่มีน้ำอยู่ก้นชาม แล้วนำชามนั้นไปตั้งไว้ในที่แสงแดดส่องถึงโดยที่แดดดั่งกล่าวต้องไม่ร้อนมากจนเกินไป หลังจากนั้น 3-4 วัน คุณก็จะเห็นรากของผักกาดหอมเริ่มงอกออกมา หลังจากนั้นก็นำผักกาดหอม หรือผักสลัดไปปลูกลงดินได้เลย



ที่มา : https://www.estopolis.com
6


คอนโดที่อยู่อาศัยที่ตอบโจทย์วัยรุ่นและคนทำงานในยุคปัจจุบัน ที่มีให้เลือกหลากหลายสไตล์ นอกเนื่องจากการแต่งคอนโดแล้วเครื่องใช้ไฟฟ้าฟ้าก็เป็นสิ่งสำคัญในการเลือกใช้ให้เหมาะสมกับคอนโดของเรา เครื่องใช้ไฟฟ้าคือสิ่งจำเป็นที่ขาดไม่ได้ เพราะต้องใช้ดำเนินชีวิตประจำวันและทำให้เราสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น แต่จะเลือกใช้อย่างไรให้เหมาะสม และก็การคำนึงถึงความประหยัดที่จะส่งผลต่อค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือนด้วย โดยเฉพาะอากาศที่ร้อนพุ่งทะลุปรอทวัดองศาในฤดูนี้ เราจึงมาแนะนำวิธีเลือกเครื่องใช้ไฟฟ้าอย่างไรให้ประหยัดไฟฝาก

คอมพิวเตอร์

การเลือกซื้อคอมพิวเตอร์นั้นควรเลือกให้เหมาะสมกับการใช้งานของตัวเราเอง ก่อนอื่นก็ควรดูว่าซื้อมาใช้ทำอะไรบ้าง เน้นทำงานอย่างเดียว หรือเน้นดูหนังฟังเพลงเป็นพิเศษ ควรดูจากสเป็คเครื่องเป็นหลัก คอมพิวเตอร์นั้นมีการเปิดใช้งานอยู่ตลอดเวลาควรตั้งค่าการพักหน้าจอไว้ด้วยก็เป็นวิธีประหยัดที่ดีได้อีกทางค่ะ โดบเครื่องใช้ไฟฟ้าประเภทคอมพิวเตอร์จะแบ่งเป็นคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะและโน้ตบุ๊ค หากใช้งานตลอดเวลาควรใช้คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ เนื่องจากจะมีการระบายอากาศที่ดีกว่าช่วยให้การประมวลผลรวดเร็วไม่ค้าง ส่วนโน้ตบุ๊คนั่นเหมาะกับการใช้งานที่ไม่รบกวนการประมวลผลที่หนักมากนัก และพกพาไปยังนอกสถานที่บ่อย สำหรับโน้ตบุ๊คจะมีแบตเตอรี่ประจำเครื่องอยู่ เมื่อแบตเตอรี่ชาร์จเต็มแล้วไม่ควรเสียบสายไฟทิ้งไว้ นอกจากจะเป็นวิธีประหยัดไฟที่ดีแล้วยังช่วยถนอมอายุการใช้งานของแบตเตอรี่โน้ตบุ๊คอีกด้วย และถ้าไม่ใช้งานก็ควรปิดทุกครั้งไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คหรือคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะก็ตาม


หม้อหุงข้าว

เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าสามัญประจำบ้านสำหรับเพื่อนๆ ที่ชอบทำกับข้าวต้องมี เพราะในปัจจุบันคนไทยหันมาใส่ใจเรื่องอาหารการกินมากขึ้นซึ่งหม้อหุงข้าวในปัจจุบันมีให้เลือกมากมายแต่แบบที่นิยมจะเป็นแบบดิจิตอลซึ่งใช้ระบบคอมพิวเตอร์สามารถควบคุมการทำงานได้หลากหลาย ข้าวเหนียวก็ได้ ข้าวต้มก็ดีพูดง่ายๆว่าทำกับข้าวไม่เป็นก็สามารถทำได้หมด ซึ่งการเลือกให้ตามขนาดว่าปกติหุงข้าวสำหรับทานกันกี่คน เลือกตามขนาดครอบครัว เพราะหม้อหุงข้าวยิ่งมีขนาดใหญ่ยิ่งเปลืองไฟมาก ถ้าอยู่คนโดสองคนกับเพื่อน หรือกับแฟน ควรเลือกหม้อหุงข้าวขนาด 1 ลิตร หากเป็นครอบครัวใหญ่ เหมาะกับหม้อหุงข้าวขนาด 1.5-1.8 ลิตร และอย่าลืมเลือกที่ติดฉลากเบอร์ 5 ซึ่งเป็นฉลากเครื่องใช้ไฟฟ้าประหยัดไฟกันนะ

เครื่องปรับอากาศ

แอร์เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ต้องบอกว่ามีทุกที่ด้วยอากาศในประเทศไทยที่มีความร้อนมากเป็นพิเศษ โดยปกติบางโครงการอาจจะมีแอร์แถมมาให้อาจจะเลือกไม่ได้ แต่สำหรับโครงการที่ไม่ได้แถมแอร์มา ควรเลือกแอร์ให้เหมาะกับขนาดห้องเมื่อเราทราบขนาดห้องจะทำให้เราเลือกขนาดแอร์ได้ง่ายขึ้น เพราะแอร์เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่จะอยู่กับเราไปนานหลายปีจึงควรเลือกและใส่ใจเป็นพิเศษให้เหมาะสมกับการใช้งานของเรา โดยคิดตามค่า BTU ซึ่งเป็นขนาดของเครื่องทำความเย็นซึ่งมีผลกับเรื่องของการประหยัดไฟและอายุการใช้งานที่นานขึ้น แอร์ที่มี BTU สูงจะทำให้คอมเพรสเซอร์ทำงานหนักมากขึ้นและยังส่งผลให้มีความชื้นภายในห้องสูง อาจทำให้ผู้ที่อยู่อาศัยป่วยหรือไม่สบายได้ และสำหรับแอร์ที่มี BTU ต่ำเกินไปก็จะทำให้คอมเพรสเซอร์ทำงานตลอดเวลาเมื่อทำงานหนักอายุการใช้งานของแอร์ก็จะน้อยลง ก่อนเปิดแอร์ทุกครั้งควรปิดหน้าต่างและประตูให้สนิทและควรตรวจสอบสภาพการใช้งานและหมั่นล้างแอร์บ่อยๆ
แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือเรื่องการติดตั้ง ไม่ควรติดตั้งเครื่องปรับอากาศบริเวณผนังฝั่งร้อน หรือผนังฝั่งที่โดนแดด เพราะความร้อนในกำแพงจะทำให้เครื่องปรับอากาศวัดอุณหภูมิห้องผิดและทำงานหนักเกินความจำเป็น   นอกจากนี้ห้องที่อยู่ทิศตะวันตก และที่มีเพดานเป็นชั้นดาดฟ้าก็จะอมความร้อนมากกว่าห้องอื่น ๆ ในคอนโด ส่งผลให้เครื่องปรับอากาศทำงานหนักด้วย

ตู้เย็น

ขาดไม่ได้อีกเช่นกัน สำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีแทบทุกคอนโดอย่างตู้เย็น ซึ่งควรวางให้ห่างจากผนังอย่างน้อย 15 เซนติเมตรเพื่อเป็นการระบายความร้อน และอย่าวางไว้ใกล้ความร้อน รวมถึงไม่ควรปล่อยให้แดดส่อง เพราะจะทำให้ตู้เย็นระบายความร้อนได้ไม่ดีเป็นต้นเหตุของการเปลืองไฟ ไม่ควรอัดสิ่งของให้แน่นตู้เย็นเพราะความเย็นจะถ่ายเทภายในได้ไม่สะดวก และไม่ควรเปิดปิดตู้เย็นบ่อยๆนอกจากนี้ยังควรตรวจสอบช่องแช่แข็งไม่ให้มีน้ำแข็งเกาะหนาเกิน 0.25 นิ้ว เลือกซื้อตู้เย็นที่ไม่ใช้สารประกอบ CFC ในการทำความเย็น เพื่อลดผลกระทบต่อชั้นโอโซนในบรรยากาศและเลือกตู้เย็นที่มีการละลายน้ำแข็งโดยอัตโนมัติ

เครื่องทำน้ำอุ่น

ในบางโครงการเครื่องทำน้ำอุ่นก็จะแถมมาให้กับคอนโดที่เราซื้อ  เพื่อการประหยัดไฟควรหมั่นปิดวาล์วน้ำและสวิตซ์ทันทีเมื่อเลิกใช้งาน ตั้งอุณหภูมิน้ำไม่ให้สูงจนเกินไป และหมั่นตรวจสอบระบบการทำงานรวมไปถึงสายไฟให้อยู่ในสภาพดี  เพราะเครื่องทำน้ำอุ่นเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าในการต้มน้ำที่กินไฟสูงมาก  เอาจริง ๆ แล้วทางทีดีในหน้าร้อนนี้อาจจะเลือกไม่ใช้เครื่องทำน้ำอุ่นก็ได้ เนื่องจากอากาศร้อนอยู่แล้ว และน้ำอุ่นก็ทำให้ผิวแห้งได้มากกว่าน้ำที่อุณหภูมิปกติด้วย

เตารีด

โดยปกติหลายมนุษย์คอนโดอย่างเราอาจจะนิยมส่งร้านซักรีด แต่ก็มีไม่น้อยที่ยังรีดเอง ในการเลือกซื้อเตารีด ควรเลือกซื้อเตารีดไฟฟ้าที่แสดงเครื่องหมายมาตรฐานบังคับ หรือประหยัดไฟเบอร์ 5  เพราะเตารีดเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ลัดวงจรได้ง่าย หรือบางครั้งหากเตารีดไม่ได้มาตรฐานอาจจะทำเสื้อผ้าสวยๆ ของเราไหม้ได้ นอกจากนี้ยังควรรีดเสื้อผ้าอาทิตย์ละครั้ง หรือหลายๆตัวพร้อมกันทีเดียว วิธีนี้จะเป็นวิธีประหยัดไฟที่ให้ผลชัดเจนแน่นอน และประหยัดไฟมากกว่าการรีดทีละตัว



ที่มา : https://www.estopolis.com
7
สาระความรู้ / เรื่องเล็กน้อยของ 'ฝารองนั่ง' รู้ไว้ไม่เสียหาย
« กระทู้ล่าสุด โดย admin เมื่อ ตุลาคม 18, 2017, 02:20:56 PM »
เรื่องความสะอาดเป็นเรื่องใหญ่ที่เราควรคำนึงถึง เพราะไม่ว่าคุณจะมาถ่ายหนักหรือถ่ายเบา อีกส่วนประกอบหนึ่งที่มักมีการเปลี่ยนทดแทนเป็นประจำสำหรับการใช้งานสุขภัณฑ์คงหนีไม่พ้น “ฝารองนั่ง” ไม่แตกร้าวหรือหักเสียหาย ก็อาจจะมีสีเหลืองขึ้น (สำหรับฝารองนั่งสีขาว) ทำให้ต้องหาอันใหม่มาเปลี่ยนทดแทน ก่อนจะเลือกซื้อฝารองนั่งที่ถูกใจเราไปดูประเภทที่เข้ากับห้องน้ำในคอนโดกันก่อนดีกว่า





 ประเภทของฝารองนั่งก็มีหลากหลาย

มีทั้งแบบธรรมดาที่สามารถยกขึ้นลงเปิดปิดได้ตามปกติ แบบ Soft Close ที่มีการเปิดปิดอย่างนุ่นนวล ลดแรงกระแทกขณะเปิดปิด และแบบอัตโนมัติ ที่มีเทคโนโลยีควบคุมทั้งก้านฉีดชำระ การปรับความแรงเบาน้ำ อุณหภูมิของน้ำ ฯลฯ
     หากต้องการเปลี่ยนจากฝารองนั่งสุขภัณฑ์แบบธรรมดามาเป็นแบบ Soft Close หรือรุ่นอัตโนมัติ แนะนำให้วัดขนาดระยะต่างๆ ให้พอดี รวมทั้งขอคำแนะนำเพิ่มเติมจากผู้ผลิตแต่ละราย ว่าสุขภัณฑ์รุ่นเดิมที่ใช้อยู่นี้ สามารถเปลี่ยนเป็นฝารองนั่งแบบ Soft Close หรือแบบอัตโนมัติของรุ่นไหนได้บ้าง
หมายเหตุ : สำหรับฝารองนั่งแบบอัตโนมัติซึ่งอาศัยไฟฟ้าในระบบการทำงาน จะต้องคำนึงถึงเรื่องการเดินสายไฟที่เชื่อมต่อเข้ากับฝารองนั่ง โดยเฉพาะเรื่องความปลอดภัยของระบบไฟฟ้าที่ใช้ในห้องน้ำ

 สำหรับห้องไหนที่ยังไม่เคยมีปัญหาเรื่องฝารองนั่งชักโครกแตก-หัก ชำรุด ยังไม่รู้ว่าการเปลี่ยนฝารองนั่งชักโครก นี้มันมีปัญหาพอสมควร เพราะถ้าเพียงแค่รู้ว่าเป็นชักโครกรุ่นไหน ก็แค่ไปซื้อมาเปลี่ยนก็จบ! อย่างนี้ก็ไม่มีปัญหา ชุดฝารองนั่งชักโครกของแท้แบบที่ติดมาตรงกับรุ่นของชักโครกตั้งแต่ซื้อมาทีแรกนั้น ไม่มีวางขายแบบเป็นอะไหล่ตามร้านวัสดุก่อสร้างทั่วไป หรือแม้แต่ในห้างฯใหญ่ก็แทบไม่มี ส่วนใหญ่ที่วางขายกันตามห้างก็จะขายเป็นชุดพร้อมกับตัวชักโครก ทีนี้ถ้าอยากจะได้ของแท้แบบรุ่นที่ติดมาตั้งแต่ทีแรกก็ต้องสั่งซื้อเข้าไปที่บริษัทฯผู้ผลิตหรือผู้จำหน่ายโดยตรง ซึ่งก็จะเสียเวลาพอสมควร และไม่แน่ว่าของในสต็อคจะยังคงมีเหลือรุ่นที่คุณต้องการอยู่หรือไม่ และที่สำคัญของแท้มันแพงมากวันนี้เราจะแนะนำวิธีวัดขนาดหรือวิธีดูเพื่อที่คุณจะไปซื้อฝาฯมาเปลี่ยนให้ได้ใกล้เคียงที่สุด และสามารถนำมาใส่แทนอันเก่าได้

1. วัดระยะห่างของรูสกรูที่จะยึดฝา วัดจากของเดิมเพื่อเอาระยะไปเทียบกับตัวอะไหล่ใหม่ (จะวัดจากที่ตัวชักโครกหรือวัดที่ฝารองนั่งก็ได้)
2. วัดความกว้างของฝารองนั่ง (หรือจะวัดที่ชักโครกก็ได้)
3. วัดความยาว (จะวัดที่ฝาฯหรือชักโครกก็ได้)
4. ดูรูปทรงของชุดฝาฯ ที่เห็นกันทั่วไปส่วนใหญ่ก็จะมีอยู่ 3 รูปทรง คือ ทรงตัว V, ทรงตัว U, และทรงตัว O
โดยฝารองนั่งจะมาพร้อมกับฝาปิดชักโครก สิ่งสำคัญคือตำแหน่งรูสกรูต้องตรงกันจึงจะใส่ชุดฝาฯเข้าไปได้ ส่วนเรื่องขนาดความกว้าง-ยาวอาจไม่ตรงกันเป๊ะ หรือคลาดเคลื่อนกันเล็กน้อยก็ไม่น่ามีปัญหา การจะหาให้ได้ขนาดเท่ากันพอดีก็จะยากหน่อย เพราะอะไหล่พวกนี้เป็นของเลียนแบบไม่ใช่รุ่นของมันโดยตรง

  ก่อนอื่นเราต้องรู้ก่อนว่า ฝารองนั่งโถสุขภัณฑ์ ของเรามีกี่รุ่น แล้วของเราเป็นรุ่นไหน ฝารองนั่งก็จะอิงตามโถสุขภัณฑ์ ถ้าเป็นโถสุขภัณฑ์แบบปากกลม ฝารองนั่งก็จะเป็นแบบวงกลมด้วย แต่จะไม่ค่อยนิยมเท่าไหร่เพราะค่อนข้างเล็กนั่งไม่สบาย อีกแบบหนึ่งจะเป็นโถสุขภัณฑ์แบบปากวงรี ฝารองนั่งก็จะเป็นแบบวงรีไปด้วย กว้างกว่า นั่งสบายกว่าแบบกลม ตามบ้านเราส่วนใหญ่จะเป็นแบบวงรีทั้งนั้น
        มาถึงวิธีการวัดกับบ้าง สิ่งที่เราต้องหาค่าออกมาก็คือ ความกว้าง ความยาวของฝารองนั่ง แต่เราจะวัดที่ฝาปิดโถสุขภัณฑ์แทน ตัวเลขที่เราต้องวัดออกมาจากฝาปิดโถสุขภัณฑ์เพื่อไปจับคู่กับฝารองนั่งอันใหม่ มีอยู่ 3 จุดด้วยกัน คือ ความกว้างของจุดยึดหูฝารองนั่งที่อยู่ข้างหลังเราเวลานั่งโถ ความยาวของฝารองนั่ง และความกว้างของฝารองนั่ง แค่นี้ชาวคอนโดอย่างเราก็สามารถเปลี่ยนฝารองนั่งชักโครกได้ง่ายๆสบายๆไม่ต้องง้อช่างอีกต่อไป



ที่มา : https://www.estopolis.com
8


วิธีขจัดคราบบนกระเบื้องในห้องน้ำ

กระเบื้องภายในห้องน้ำมีคราบขาวเป็นรอยด่าง ถ้ากระเบื้องเป็นสีเข้มหรือผิวไม่เรียบก็จะยิ่งเห็นคราบสีขาวชัด

วิธีกำจัดคราบ : นำเบกกิ้งโซดามาผสมน้ำส้มสายชูกลั่น 4 : 1 หรือจะใช้น้ำยาขัดห้องน้ำที่อ่านจากฉลากว่ามีส่วนผสมของกรดเกลือ เมื่อได้น้ำยาขัดห้องน้ำแล้ว ให้อุดช่องระบายน้ำให้สนิทก่อน แล้วเทน้ำยาขัดห้องน้ำในบริเวณที่เป็นคราบทิ้งไว้ 1 -2 ชั่วโมง จากนั้นให้ใส่ถุงมือและผ้าปิดปากก่อนจะเทน้ำเปล่าลงไปที่พื้นห้องน้ำ แล้วขัดตามปกติ ถ้าจุดไหนคราบฝังแน่นมาก ก็ให้เทลงเฉพาะจุด ทิ้งไว้ 10 นาทีแล้วค่อยขัดออก

วิธีขจัดคราบเหลืองในห้องน้ำหรือคราบหินปูนในห้องน้ำ

คราบสีเหลืองในห้องน้ำจะเกิดจากการตกตะกอนของหินปูนเกิดจากเหงื่อไคล และสิ่งสกปรกที่สะสมในห้องน้ำทำให้ห้องน้ำเขรอะไม่น่ามอง

วิธีกำจัดคราบ : ใช้น้ำส้มสายชูไม่ได้ต้องผสมน้ำไปเทบริเวณที่มีหินปูนแล้วทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที จากนั้นก็ใช้ปรงขัดพื้นห้องน้ำขัดออก ถ้ายังออกไม่หมดก็ใช้น้ำยาขัดห้องน้ำมาเทซ้ำแล้วขัดอีกที หรืออีกวิธีให้บีบน้ำมะนาวลงบนคราบหินปูนแล้วทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที ต่อมาก็โรยเบกกิ้งโซดาลงบนเปลือกมะนาว แล้วนำไปขัดบนคราบหินปูน ก็จะทำให้คราบเหลืองหายไป


วิธีขจัดคราบราดำในห้องน้ำ

ราดำในห้องน้ำจะเกิดจากความชื้น ส่วนใหญ่ก็จะเป็นบริเวณส่วนอาบน้ำ หรือ ห้องน้ำที่ไม่มีการระบายอากาศ อากาศไม่ถ่ายเทและแสงธรรมชาติเข้ามาไม่ได้ เพราะแสงธรรมขาตินั้นจะช่วยฆ่าเชื้อราดำได้

วิธีกำจัดคราบ : ใช้เบกกิ้งโซดามาโรยไว้ให้ทั่วห้องน้ำ ตามรอยต่อของกระเบื้องทิ้งไว้ 5 นาทีจากนั้นก็ใช้น้ำส้มสายชูกลั่น 5% ราดลงไปตามรอยต่อที่มีคราบราดำ ขัดเบาๆ ด้วยแปรงสีฟันเก่าๆ คราบก็จะค่อย ๆ หลุดไป ถ้าทิ้งรอยคราบไว้นานจนฝังลึกอาจจะไม่สะอาดในครั้งแรก จะต้องทำเรื่อย ๆ ทำซ้ำหลายครั้งจุงจะสะอาดไร้รอยยคราบราดำ

วิธีขจัดคราบบนสุขภัณฑ์ต่าง ๆ


การทำความสะอาดก็อกน้ำ ฝักบัว

บริเวณที่เป็นก๊อกน้ำ ฝักบัว สายชำระที่ใช้วัสดุเป็นสีโครเมี่ยม,สเตนเลสหรือทองเหลืองนั้น อาจจะเกิดความหมองจากคราบไขมันของผู้ใช้งาน วิธีทำให้กลับมาแวววาวเหมือนเดิม เพียงเช็ดเบา ๆ ด้วยผ้านุ่มที่ชุบน้ำส้มสายชู หรือจะใช้น้ำยาขัดอเนกประสงค์ที่มีขายทั่วไปอย่าง น้ำยาสเตคลีน , บรัสโซ หรือ Stainless steel cleaner ก็ได้

การทำความสะอาดโถส้วม

ส่วนสุขภัณฑ์อย่างโถส้วมที่อาจจะมีคราบเหลืองจากปัสสวะในบริเวณคอห่านทำให้ไม่น่าดู ก็สามารถขจัดคราบโถส้วมได้ด้วยการใช้เบกกิ้งโซดาโรยทิ้งไว้ 10 นาทีแล้วกดน้ำล้างออก จากนั้นก็ใช้กระดาษทราบเบอร์ 800 เพื่อขัดคราบออก หรือถ้าเป็นคราบแน่นฝังตัว ก็อาจจะใช้กระดาษทิชชู่ปูบนบริเวณที่มีคราบเหลืองชัดเจนแล้วฉีดน้ำส้มสายชูให้ชุ่ม ทิ้งไว้ 30 นาทีแล้วดึงกระดาษทิชชู่ออกก่อนจะขัดคราบด้วยแปรงขัดสุขภัณฑ์อีกที

สำหรับโถส้วมแล้วอย่าลืมทำความสะอาดที่กดชักโครก เพราะเราต้องใช้มือกดชัดโครกทุกวัน คงไม่ดีแน่หากมีแบคทีเรียสะสมบนที่กดชักโครก รวมทั้งบริเวณรอบ ๆ โถส้วม อย่างที่ฉีดชำระ ก็จะลืมทำความสะอาดเหมือนกับฝักบัว

ส่วนตรงด้านหลังโถส้วม ก็ให้ทำความสะอาดกระดาษทิชชูจุ่มน้ำ กระดาษทิชชูแบบเปียก หรือผ้าเปียก เช็ดเบา ๆ ไม่ให้มีคราบฝุ่นหรือสิ่งสกปรกอื่น ๆ อยู่

การทำความสะอาดคราบบนกระจกเงาหรือกระจกห้องอาบน้ำ

คราบบนกระจกเงาหรือกระจกห้องอาบน้ำ : กระจกเป็นอุปกรณ์ที่ชิ้นที่จะได้รับความสกปรกจากไขมันบนผิวหนังเวลาล้างหน้าหรืออาบน้ำที่จะทำให้กระจกหมองลง

วิธีกำจัดคราบ : นำน้ำสบู่ผสมกับน้ำส้มสายชูแล้วนำผ้านุ่มๆ ชุบบีบให้หมาด เช็ดถูเบาๆ คราบจะลอกออกได้อย่างง่ายดาย พร้อมๆ กับความเงางาม ดูสะอาดเหมือนใหม่

จะเห็นได้ว่าการขจัดคราบสกปรกในห้องน้ำ มักจะใช้สารที่มีความเป็นกรดสูง หากไม่สะดวกจะใช้วัตถุดิบเหล่านี้ อาจจะหาอ่านบนฉลากสินค้าว่ามีน้ำยาขัดห้องน้ำที่มีฤทธิ์เป็นกรดมากพอที่จะนำมาทำความสะอาด

นอกจากนั้นการทำความสะอาดห้องน้ำอย่างสม่ำเสมออาจจะ อาทิตย์ละ 1 ครั้ง จะทำให้เราสามารถขจัดสิ่งสกปรกได้โดยเร็ว ในบริเวณพื้นห้องน้ำ ผนัง และสุขภัณฑ์ก็จะได้รับการดูแลให้สะอาดน่าใช้อยู่เสมอ

หมายเหตุ สารเคมีที่มีความเป็นกรดสูงอาจจะเป็นอันตรายต่อผิวหนังและระบบหายใจ ในการทำความสะอาดห้องน้ำด้วยสารเคมีเหล่านี้ควรสวมถุงมือยาง รองเท้ายาง และสวมหน้ากากอนามัยทุกครั้ง


ที่มา : https://www.estopolis.com
9


แอร์ไม่เย็นเกิดจากอะไร

สำหรับปัญหาเรื่องแอร์ไม่เย็น แอร์ไม่ค่อยเย็น แอร์เย็นช้า หรือแม้แต่แอร์เย็นน้อยลง นั้นมีสาเหตุมาจากหลายประการ เช่นอาจจะเกิดจากความผิดพลาดของท่านเองเช่นท่านเผลอไปเปลี่ยนโหมดแอร์ จึงทำให้แอร์ไม่เย็นหรือเย็นน้อยลงก็เป็นไปได้ แต่ปัญหาที่ใหญ่ขึ้นมาก็คืออาจจะเป็นเพราะคอมเพรสเซอร์ไม่ทำงานหรือทำงานผิดพลาดตรงนี้ก็เป็นไปได้เช่นกัน แต่ก็ไม่ต้องกลัวเพราะทุกปัญหามีทางแก้ บางทีอาจจะเป็นเพราะว่าน้ำยาแอร์หมด หรือมีน้อยเกินไป หรืออาจจะเจอปัญหาที่ใหญ่ขึ้นเช่นแอร์มีรอยรั่ว ตรงนี้เรียกได้ว่ายากพอสมควร คุณต้องมีความรู้ระดับหนึ่งเลยนะครับถ้าจะแก้ไขด้วยตัวเอง
ถ้าเป็นปัญหาการเปิดยังไงก็ไม่เย็น แต่แอร์ไม่หยุดทำงานเลย นั่นก็อาจจะเป็นเพราะว่าแอร์นั้นมีขนาด บีทียู (BTU) เล็กเกินไปสำหรับห้องของคุณ ปัญหานี้แก้ง่ายมากครับ เปลี่ยนเท่านั้นเอง แต่ปัญหานี้จะไม่ค่อยเจอกันหรอกครับ ส่วนใหญ่ที่เจอเลยก็คือ ปัญหาเส้นผมบังภูเขาอย่างเช่น เรื่องของการปรับโหมด ไปจนถึงแอร์สกปรกเพราะไม่ได้ล้างมานานเท่านั้นเอง
และนี่ก็คือข้อมูลคร่าวๆ ที่ผมมาตอบปัญหาเรื่องแอร์ไม่เย็น ผมไม่รู้ว่าคุณเจอปัญหานี้กันแล้วหรือยัง ถ้าคุณเจอปัญหาก็ควรที่จะ่อ่านบทความนี้ต่อเลยนะครับ เพราะผมกำลังจะอธิบายวิธีแก้ไขเบื้องต้นด้วยตัวเองโดยไม่ต้องเรียกช่าง หรือถ้าใครยังไม่เจอปัญหาก็ยิ่งต้องอ่านใหญ่เลยครับ เพราะถ้ามันเกิดกับตัวเองขึ้นมา จะได้แก้ไขได้ทันทีนะครับ ส่วนจะมีวิธีแก้ไขอะไรบ้างนั้น เราไปติดตามอ่านกันได้เลยครับ

เช็คเรื่องของการปรับโหมด

วันนี้จะเริ่มที่ปัญหาเล็กๆ ก่อนเลยแล้วกันครับ ซึ่งเป็นปัญหาเล็กๆ ที่ไม่ธรรมดาเลยทีเดียว หลายครั้งเราพบว่า แอร์ก็ทำงานปกติ แต่แอร์กลับไม่เย็น? สิ่งแรกที่ผมอยากจะให้ทุกท่านเช็คก็คือ เรื่องของการปรับโหมดนั่นเอง ซึ่งบางท่านเปลี่ยนโหมดไว้แล้วอาจจะลืม หรือบางท่านอ่านจะเผลอไปกดโดน โดยโหมดที่ควรจะเป็นในขณะที่เราเปิดแอร์ ควรจะเป็นโหมดเย็น (Cool) ถ้าหากท่านพบว่าที่รีโมทแอร์ของท่านเปิดเป็นโหมดพัดลม (Fan) ให้ท่านเปลี่ยนเป็นโหมดเย็นทันที เท่านี้ก็จะทำให้แอร์ของท่านกลับมาเย็นเหมือนเดิมแล้วล่ะครับ เป็นอย่างไรกันบ้างครับสำหรับการเช็คเบื้องต้นอย่างแรก ถ้าใครเจอปัญหานี้ก็คงโล่งใจกันเลยทีเดียว เพราะว่ามันเป็นเรื่องเล็กๆ น้อย ๆ แต่ถ้าใครพบว่าโหมดของฉันก็อยู่ที่โหมดเย็น ทำไมแอร์ไม่เย็น หรือเปลี่ยนโหมดแล้วแอร์ไม่เย็น ก็อย่าเพิ่งตกใจโวยวายไปนะครับ เราไปดูการเช็คในลำดับถัดไปกันดีกว่า

เช็คคอมเพรสเซอร์แอร์

หลายท่านอาจจะพบว่าปัญหาว่าแอร์ที่คอนโดทำไมเย็นช้าจัง หรือบางทีก็ไม่เย็นเลย มันเกิดจากอะไรกันแน่ เพราะเช็คที่รีโมทในเรื่องของการปรับโหมดการทำงานแล้ว ก็ปกติดี อย่างเพิ่งกังวลใจไปครับ ลองไปเช็คที่คอมเพรสเซอร์แอร์มาหรือยัง ถ้ายังก็ลองไปเช็คคอมเพลสเซอร์แอร์ก่อนครับ
หลายท่านอาจจะกังวลว่า จะทำได้เหรือ แค่ได้ยินคำว่าคอมเพรสเซอร์แอร์ก็กลัวแล้ว จริงๆ มันไม่ได้ยากอย่างที่เราคิดนะครับ สำหรับปัญหาที่มักจะเกิดกับคอมเพรสเซอร์แอร์ก็คือ คอมเพรสเซอร์ตัวที่อยู่ในบ้าน (คอยล์เย็น) ทำงานปกติแต่คอมเพรสเซอร์ตัวที่อยู่นอกบ้าน (คอยล์ร้อน)ไม่ทำงาน สาเหตุมันมีอยู่ว่าเครื่องปรับอากาศบางรุ่นจะมีระบบป้องกันตัวเองแบบพิเศษ เช่นระบบป้องกันไฟตก เมื่อไฟตกแล้วแอร์ทำงานแต่ไม่เย็น วิธีแก้ให้สับเบรคเกอร์แอร์ลง แล้วสับขึ้นไปใหม่ ถ้าคอมเพรสเซอร์แอร์ตัวนอก (คอยล์ร้อน) มีเสียงการทำงานก็นอนรอรับความเย็นได้เลย เพราะเดี๋ยวสักพักมันก็จะเย็นครับ เพราะว่า คอมเพรสเซอร์ทำงานปกติทุกตัวแล้ว แต่ถ้าทำแล้ว คอมเพรสเซอร์ตัวนอกบ้าน (คอยล์ร้อน) ไม่ทำงาน กรณีนี้ต้องเรียกช่างอย่างเลี่ยงไม่ได้เลยล่ะครับ
แต่ถ้าทำแล้วคอมเพลสเซอร์ทำงานปกติทุกตัว แต่แอร์ไม่เย็น ก็อย่าเพิ่งตกไป เราไปดูวิธีเช็คและวิธีแก้ไขขั้นต่อไปกันเลยดีกว่า

เช็คฟิลเตอร์ (แผ่นกรองอากาศ)

วิธีนี้ไม่ยากอย่างที่คิดเลยครับ เพราะปัญหาที่เกิดกับแผ่นกรองอากาศมักจะเกิดอยู่ปัญหาเดียว นั่นคือ แผ่นกรองอากาศสกปรกนั่นเอง ซึ่งมักจะส่งผลให้แอร์เย็นช้า หรือไม่ค่อยเย็น วิธีแก้ง่ายมากครับ เพียงแค่ท่านถอดออกมาล้าง แล้วใส่กลับเข้าไป เท่านี้ก็จะทำให้แอร์ของท่านกลับมาเย็นเหมือนเดิม
และนี่ก็คือวิธีคร่าวๆ สำหรับการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับแอร์เบื้องต้น ซึ่งมีทั้งวิธีแก้ไขปัญหาแอร์ไม่เย็น แอร์เย็นช้า แอร์ไม่ค่อยเย็น หรือแอร์เย็นน้อยลง จะเห็นได้ว่าปัญหามักจะเป็นปัญหาคล้ายๆ กัน หรือเป็นผลพวงต่อกันมา ดังนั้น การเช็คเบื้องต้นตั้งแต่เรื่องการปรับโหมด เช็คคอมเพลสเซอร์ หรือแม้แต่แผ่นกรองกากาศ จึงเป็นวิธีแก้ไขปัญหาที่ดีที่สุดเท่าที่คุณจะทำได้
ดังนั้นเมื่อแก้แล้วไม่หายก็อย่าฝืนครับควรเรียกช่างดีกว่าเพราะบางทีเราไม่ได้เก่งขนาดนั้น ดังนั้นเบื้องต้นที่คุณควรจะป้องกันเอาไว้ก็คือ คุณควรล้างแอร์อย่างสม่ำเสมอจะดีกว่า อย่ารอให้ปัญหามันเกิดกับคุณจนต้องเรียกช่างเลยครับ เพราะบางทีเราอาจจะไม่โชคดีเจอแค่ปัญหาที่เราแก้เองได้ บางทีเจอท่อน้ำยารั่ว หรือคอมเพรสเซอร์ไม่ทำงานขึ้นมาแล้วต้องเปลี่ยนนี่ก็เรื่องใหญ่เลย
ดังนั้นควรจะป้องกันโดยการล้างแอร์อย่างสม่ำเสมอไว้ก่อนเลย



ที่มา : https://www.estopolis.com
10


คอนโด อาจจะเป็นสถานที่พักอาศัยที่เต็มไปด้วยความสะดวกสบาย และให้ความรู้สึกที่เรียบหรูสุดๆ แต่รู้ไหมว่าการอาศัยอยู่คอนโด ก็ไม่ได้เพอร์เฟ็กต์เสมอไป เพราะอาจมีปัญหาต่างๆ เกิดขึ้นได้เช่นกัน โดยเฉพาะหากไม่เช็กให้ดีก่อนตัดสินใจซื้อคอนโดแห่งนั้น ก็อาจต้องมานั่งน้ำตาตกภายหลังเลยทีเดียว ดังนั้นมาดูกันสิว่า มีปัญหาอะไรบ้างที่มักจะเกิดขึ้นเมื่ออาศัยอยู่คอนโด และจะมีแนวทางในการแก้ไขอย่างไร
1. สัญญาณโทรศัพท์ขาดหายบ่อย

การซื้อคอนโดเพื่ออาศัยในตัวเมือง หลายคนอาจคิดว่าสัญญาณโทรศัพท์จะต้องดีและไม่มีปัญหาแน่นอน แต่รู้ไหมว่าคอนโดบางแห่งก็มีปัญหาสัญญาณโทรศัพท์ขาดหาย ติดๆ ดับๆ ได้เหมือนกัน นั่นก็เพราะบางห้อง หรือบางจุดของคอนโด อยู่ในตำแหน่งที่อับสัญญาณพอดี จึงทำให้ไม่สามารถรับสัญญาณได้ในจุดนั้น รวมถึงห้องที่อยู่ชั้นสูงๆ ที่สัญญาณส่งผ่านไปไม่ถึงด้วย
แนวทางแก้ปัญหา :

ควรติดต่อกับนิติบุคคลที่ดูแลคอนโดแห่งนั้น เพื่อให้นำเครื่องขยายสัญญาณเพื่อรับสัญญาณโทรศัพท์มาติดตั้งภายในคอนโด โดยการติดตั้งส่วนนี้อาจจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมด้วย ซึ่งก็ต้องลองพูดคุยตกลงกับทางนิติบุคคลดูว่าจะหารค่าใช้จ่ายกันคนละครึ่ง หรือผู้อยู่อาศัยต้องออกค่าใช้จ่ายเองทั้งหมด


2. ลิฟท์ช้า

เมื่อซื้อคอนโด ต้องตรวจสอบจำนวนลิฟต์ต่อตึกอาคารที่เราจะอาศัย เนื่องด้วยจำนวนผู้อยู่อาศัยในคอนโดที่มีจำนวนมากเกินจากสัดส่วนที่เหมาะสมกับลิฟท์ จึงทำให้เกิดปัญหาลิฟท์ช้าและไม่เพียงพอต่อการใช้งานได้ ซึ่งตามหลักมาตรฐานแล้ว ลิฟท์ 1 ตัว ควรรองรับห้องไม่เกิน 100 ห้อง เช่น หากคอนโดมีจำนวนห้องทั้งหมด 400 ห้อง ควรมีลิฟท์ประมาณ 4 ตัว โดยหากมีลิฟท์แค่ 3 ตัวหรือน้อยกว่านั้น ก็จะทำให้เกิดปัญหาลิฟท์ช้าตามมาแน่นอน
แนวทางแก้ปัญหา :

ไม่สามารถแก้ปัญหาได้เมื่อเข้าไปอาศัยอยู่ในคอนโดแห่งนั้นแล้ว ทางทีดี ก่อนตัดสินใจซื้อคอนโด ควรตรวจสอบให้ดีว่าจำนวนลิฟท์มีความพอดีกับจำนวนห้องคอนโดหรือไม่ โดยเช็คจากสัดส่วนความเหมาะสมลิฟท์ 1 ตัว : 100 ห้อง หรือหากมีลิฟท์มากกว่านี้ก็จะดีมาก


3. ส่วนกลางเสื่อมโทรม

เป็นปัญหาหลังการซื้อคอนโดไปแล้วระยะหนึ่ง เพราะคอนโดส่วนใหญ่มีผู้อยู่อาศัยเป็นจำนวนมาก จึงอาจทำให้ส่วนกลางเสื่อมโทรมและดูไม่น่าใช้งานเท่าที่ควร แต่ส่วนหนึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นก็มาจากการบริหารจัดการที่ไม่ดีเหมือนกัน เพราะแม้ว่าส่วนกลางจะเสื่อมโทรมจากการใช้งานไปตามกาลเวลา แต่หากผู้ที่รับหน้าที่ดูแลในส่วนนี้ คอยจัดการและปรับปรุงพื้นที่อยู่เสมอ ส่วนกลางก็จะไม่เสื่อมโทรมแน่นอน
แนวทางแก้ปัญหา :

แจ้งกับผู้ดูแล ถึงปัญหาส่วนกลางที่เสื่อมโทรม เพื่อให้ผู้ดูแลทำการปรับปรุงแก้ไขใหม่ หรือสำหรับใครที่กำลังจะซื้อคอนโด ควรตรวจเช็กให้ดีก่อนว่า พื้นที่ส่วนกลางได้รับการบริหารจัดการที่ดีหรือไม่ จะได้ไม่เจอกับปัญหาตามมาภายหลังนั่นเอง

4. นิติบุคคลไร้ประสิทธิภาพ

เพราะการอยู่อาศัยร่วมกันในคอนโด จำเป็นต้องมีนิติบุคคลเป็นผู้ควบคุมดูแลในส่วนต่างๆ เพื่อให้คอนโดดูมีราคาและน่าอยู่เสมอ โดยหากลองเปรียบเทียบก่อนซื้อคอนโดดูจะพบว่า คอนโดทีมีนิติบุคคลที่ดีและใส่ใจทุกรายละเอียดของคอนโดและผู้อยู่อาศัย จะทำให้คอนโดแห่งนั้น มีความใหม่ สะอาดและไม่ทรุดโทรมได้ง่าย แม้จะมีอายุการใช้งานมานานหลายปีแล้วก็ตาม แต่หากคอนโดแห่งนั้นมีนิติบุคคลที่ไร้ประสิทธิภาพ และละเลยการใส่ใจ ก็จะทำให้คอนโดเสื่อมสภาพเร็วกว่าปกติ และเป็นผลให้ราคาคอนโดต่ำกว่าที่ควรจะเป็นอีกด้วย ซึ่งก็ส่งผลทั้งต่อการอยู่อาศัยของชาวคอนโด และผู้ที่ต้องการขายหรือปล่อยเช่าคอนโดของตนมากทีเดียว
แนวทางแก้ปัญหา :

ก่อนเลือกซื้อคอนโด ควรดูว่าคอนโดแห่งนั้นมีนิติบุคคลที่ดีหรือไม่ และมีประสบการณ์ ความเป็นมืออาชีพมากแค่ไหน แต่หากเข้าอยู่อาศัยในคอนโดแล้ว พบว่าคอนโดอยู่ในมือของนิติบุคคลทีไร้ประสิทธิภาพ ก็อาจปรึกษาพูดคุยถึงปัญหากับนิติบุคคลโดยตรง เพื่อกระตุ้นให้นิติบุคคล ให้ความใส่ใจและพัฒนาคอนโดมากขึ้น แต่ถ้าหากไม่ได้รับการปรับปรุงอาจจะรวมตัวกันแล้วแจ้งให้บริษัทนิติทำการโยกย้ายพนักงานเป็นต้น


5. มีบุคคลภายนออกใช้พื้นที่ส่วนกลาง

พื้นที่ส่วนกลาง เป็นพื้นที่ที่ชาวคอนโดใช้ร่วมกัน ซึ่งได้มีการจ่ายชำระค่าส่วนกลางไว้ เพื่อให้ทางผู้บริหารคอนโดนำไปใช้ปรับปรุงและดูแลส่วนกลางให้มีความสมบูรณ์แบบและน่าใช้งานอยู่เสมอ ดังนั้นหากมีบุคคลภายนอกมาใช้พื้นที่ส่วนกลางร่วมด้วยบ่อยๆ ก็จะทำให้ชาวคอนโดส่วนใหญ่เกิดความไม่พอใจได้ ซึ่งหากเข้ามาใช้ไม่มากและนานทีก็คงไม่เป็นไร แต่หากเข้ามาใช้เป็นประจำ แถมเบียดเบียนสิทธิของลูกบ้านอีกต่างหาก แบบนี้ก็ถือเป็นปัญหามากทีเดียว
แนวทางแก้ปัญหา :

ยกถึงปัญหาเหล่านี้มาพูดในที่ประชุม เพื่อให้มีการดำเนินการแก้ไขถึงปัญหาที่เกิดขึ้น โดยอาจขอให้มีการจำกัดพื้นทีส่วนกลางจากบุคคลภายนอก หรือดำเนินการด้วยวิธีอื่นๆ ที่ดีกว่านี้ก็ได้ เพื่อความสบายใจและไม่เกิดความรู้สึกเหมือนถูกเบียดเบียนสิทธิของชาวคอนโดนั่นเอง


ที่มา : https://www.estopolis.com


หน้า: [1] 2 3 ... 10

???????????